เกาหลีใต้ สังเวย ไวรัสเมอร์สแล้ว 2 ราย

สาธารณะสุข เกาหลีใต้ยืนยัน พบผู้เสียชีวิตจากไวรัสเมอร์ส ในประเทศแล้ว 2 ราย พร้อมทั้งเผยว่า มีผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าได้รับเชื้อนี้แล้วอีก 25 ราย

ไวรัสเมอร์ส,เกาหลีใต้,เชื้อไวรัส,โรคระบาด,กลุ่มอาการทางเดินหายใจตะวันออกกลาง

วันนี้ (2มิ.ย.) สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงานข่าวกรณีที่ กระทรวงสาธารณสุขประจำประเทศเกาหลีใต้ ออกมายืนยันการเสียชีวิต ของประชาชนผู้ที่ตกอยู่ในภาวะการติดเชื้อ กลุ่มอาการทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ เมอร์ส (MERS)แล้วด้วยกัน 2 ราย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสชนิดนี้ในประเทศเกาหลีใต้ นับตั้งแต่มันถูกพบครั้งแรกในประเทศซาอุดิอาระเบีย ในภูมิภาคตะวันออกกลางเมื่อปี 2556

ทั้งนี้รายงานระบุว่า หญิงวัย 58 ปี เป็นผู้เสียชีวิตรายแรก เสียชีวิตจากภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งรายแรกเป็นผู้ที่มีการติดต่อ ใกล้ชิดกับชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางไปเยือนตะวันออกกลาง ก่อนผลตรวจจะยืนยันว่าหญิงรายนี้ติดเชื้อเมอร์ส ส่วนอีกรายเป็นชายชราวัย 71 ปี ซึ่งได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสชนิดนี้เช่นกัน

จนถึงขณะนี้มีชาวเกาหลีใต้ ถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสเมอร์สในประเทศแล้วกว่า 25 ราย หลังพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากซาอุดีอาระเบีย และกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า มรการคาดการณ์ว่าในขณะนี้ มีผู้ต้องสงสัยว่าสัมผัสเชื้อทั้งทางตรงและทางอ้อมราว 680 ราย และได้ถูกกักกันอยู่ในภายในบ้านพักที่รัฐบาลจัดไว้ให้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสแล้ว

อย่างไรก็ตาม เชื้อไวรัสเมอร์ส อยู่ในกลุ่ม ‘โคโรนาไวรัส’ เป็นญาติกับไวรัสก่อโรคหวัดธรรมดา รวมถึงไวรัส ‘ซาร์ส’ ซึ่งเคยระบาดในปี 2546 ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 800 คนทั่วโลก โดยเมอร์สสามารถทำให้ผู้ติดเชื้อเกิดอาการหลากหลาย รวมถึงมีไข้, มีปัญหากับระบบทางเดินหายใจ ปอดอักเสบ และไตวาย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในยุโรป เผยว่า นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์สเริ่มขึ้น จนกระทั่งขณะนี้ มีผู้ได้รับเชื้อดังกล่าวแล้วกว่า 1,167 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 479 ราย ซึ่งองค์กรอนามัยโลกระบุว่า ผู้ที่ได้รับเชื้อดังกล่าว มีโอกาศเสียชีวิตเพียง 27 เปอร์เซ็นต์

MThai News
ที่มา BBC

จ่อปรับราคา ‘รถหรู บุหรี่ เหล้า ไวน์’ รับภาษีใหม่

อธิบดีกรมสรรพสามิต เผยพ.ร.บ.ประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิตใหม่ ดีต่อผู้ผลิตในประเทศ คาดสินค้านำเข้าจ่อขึ้นภาษี

จากกรณีที่ ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิต ซึ่งเป็นการรวมกฎหมายของกรมสรรพสามิตจาก 7 ฉบับ เหลือฉบับเดียวเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 58 นั้น

ล่าสุด (2 มิ.ย. 58) นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เผยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สนับสนุนกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ซึ่งกฎหมายนี้ช่วยสร้างความเป็นธรรมต่อเอกชน มีความโปร่งใสในการจัดเก็บภาษี และเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้เสียภาษีมากขึ้น

14332150131433215052l

ทั้งนี้จะประกาศอัตราภาษี ภายหลังกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเษกษา ซึ่งกฎหมายมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน โดยในระหว่างนั้น กรมจะพิจารณาเพื่อประกาศลดอัตราภาษีของสินค้าในแต่ละตัวลง

นอกจากนี้ ภาษีใหม่จะมีผลต่อสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น รถยนต์ บุหรี่ เหล้า ไวน์ ที่เคยถูกเก็บภาษีจากฐานของราคา ณ ท่าเรือ (ซีไอเอฟ) เนื่องจากราคาที่จะนำมาคำนวณภาษีกระโดดขึ้นอย่างน้อย 20-100% ทำให้ราคาสินค้านำเข้าอาจต้องปรับราคาขึ้นบ้าง เพราะผู้นำเข้าคงไม่แบกรับภาระไว้เอง

อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้จะสร้างความเป็นธรรมต่อผู้ผลิตในประเทศมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศบางราย อาศัยช่องทางเขตปลอดอากร (ฟรีโซน) ในการหลบเลี่ยงภาษี ด้วยการนำสินค้าเข้ามาและผลิตในฟรีโซน เพื่อได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์

MThai News

สมช.รับ ตกข่าว พลโท.ค้ามนุษย์

เลขาฯ สมช. ยอมรับ ตกข่าว ‘พลโทมนัส’ เอี่ยวค้ามนุษย์  ชี้ เป็นข่าวขยายผลในพื้นที่ ส่วนแก้ปัญหา ‘โรฮีนจา’ เชื่อ มีแนวโน้มดีขึ้น 

วันที่ 2 มิ.ย.58 นายอนุสิษฐ์ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. กล่าวถึงกรณีที่ศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับ พลโทมนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ในคดีการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาว่า สมช.ไม่ได้รับข่าวและคาดไม่ถึงจะมีผู้ทรงคุณวุฒิในกองทัพเกี่ยวข้อง

สมช. รับ ตกข่าว พลโท.ค้ามนุษย์

อนุสิษฐ์ คุณากร เลขาฯ สมช.

เพราะการออกหมายจับดังกล่าว มาจากการขยายผลการจับกุมในพื้นที่ ซึ่งหากรัฐบาลสอบสวนขยายผลจริงจัง เชื่อจะพบกับสิ่งที่ประหลาดใจ และปัญหาอีกมาก

ทั้งนี้ การอพยพของชาวโรฮีนจา เป็นเรื่องปกติที่จะลักลอบเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฏหมาย จนส่งผลให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่แต่ละกระทรวง จะต้องดูแลบุคคลากรของตนเอง ไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับปัญหาการค้ามนุษย์ จากนี้เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์จะดีขึ้นทั้งการจัดการต่างๆ

ซึ่งมีการหารือกันระหว่างประเทศ รวมทั้งองค์การสหประชาชาติ ที่จะต้องสร้างความเข้าใจให้ทั่วโลกรับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริง จะภาระมาตกอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ได้

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ js100

MThai News