‘ราชพฤกษ์โมเดล’ แผนล่าล้างบาง แว้นบอย-สก๊อยเกิร์ล

“เด็กแว้น” กลุ่มวัยรุ่นที่เสพติดความสนุกสนานในลักษณะชอบความป่วน รวมกลุ่มประลองความเร็วบนท้องถนน ขอเงินพ่อแม่แต่งรถซิ่ง ใช้แข่งขันกันบนถนนหลวงเส้นยาว นัดรวมตัวทุกคืนวันศุกร์และเสาร์ พร้อมกับต้องมี “สาวสก๊อย” ซ้อนท้าย จิตแพทย์ระบุ พฤติกรรมของเด็กแว้น ถือเป็นพฤติกรรมการเสพติดชนิดหนึ่ง ซึ่งเวลาเด็กเสพความตื่นเต้นบ่อยๆ ก็จะติด เช่นเดียวกับการ “ติดเกมหรือติดการพนัน”  นั่นเอง

ความฮึกเหิม คึกคะนอง…ของกลุ่มเด็กแว้นเหล่านี้ มักสร้างความเดือดร้อนทางเสียงให้กับชาวบ้าน ไม่เพียงปัญหาทางเสียงเท่านั้น ซ้ำร้ายกลับกลายเป็น “แก๊งอันธพาล” ยกพวก “รุมตี  ยิงกัน ฟัน แทง ปาหิน” ลุกลามไปยังการพนัน ยาเสพติด ปัญหาทางเพศ อุบัติเหตุ ถึงขึ้นการก่ออาชญากรรม ตามที่ปรากฎเป็นข่าวให้เห็นกันบ่อยครั้ง

แว้น

ปัญหาเด็กแว้น-สก๊อย  นับเป็นปัญหาของสังคม ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถขจัดให้หมดไปได้ ซึ่งนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สร้างความเอือมระอาให้ชาวบ้าน สะท้อนไปถึงความใส่ใจของสถาบันครอบครัว ผู้ปกครองปล่อยปะละเลย นิ่งเฉยถือเป็นการผลักลูกหลานให้เป็น “ภาระของสังคม”

เมื่อขจัดปัญหาให้หมดไปไม่ได้…อาจต้องเริ่มจากการยับยั้ง…โดยสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทหาร เดินหน้าแผนปฏิบัติการ “ราชพฤกษ์โมเดล”กวาดล้าง “แว้นบอย-สก๊อยเกิร์ลป่วนเมือง”วางแผนล่าแก๊งซิ่งได้มากถึง 437 คน  แยกเป็นชาย 371 คน หญิง 66 คน ในจำนวนนี้มีเยาวชน 237 คน และผู้ใหญ่ 200 คน ยึดรถจักรยานยนต์ของกลางได้ 272 คัน

แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ ผู้กระทำความผิดอายุน้อยที่สุด เพียง 13 ปี ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายจำนวน 2 คน และมีประวัติการกระทำผิดคดีอาญาร้ายแรง 1 คน และอีกหนึ่งสิ่งน่าสลดใจ! คือ มีสาวสก๊อย ตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนรวมอยู่ในแก๊งด้วย

จับเด็กแว้น

แผนปฏิบัติการ “ราชพฤกษ์โมเดล” เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา นำทัพโดยตำรวจนครบาล 8 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลาดพลู สน.บางยี่เรือ สน.สำเหร่ ทหารค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง 100 นาย พร้อมยานพาหนะ 10 คัน เริ่ม “ปิดประตูตีแมว” ทำการปิดถนนราชพฤกษ์ ช่วงสะพานข้ามแยกรัชดาท่าพระ ฝั่งมุ่งหน้ากำนันแม้น แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี จับกุมเด็กแว้นและสาวสก๊อย โดยเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังและจอดยานพาหนะเอาไว้ในตรอกซอกซอย แฝงตัวอยู่ตามมุมมืด เฝ้ารอแก๊งจยย.แต่งซิ่งมารวมตัวกันบริเวณถนนกรุงธนบุรีช่วงใต้สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี เพื่อรอการแข่งขันมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์

จากนั้นจึงสั่งการให้กำลังพลชุดแรกใช้รถกระบะและรถยนต์สายตรวจเปิดไซเรนไล่หลัง ส่งผลให้เด็กแว้นตื่นตกใจ และแตกกระจายเผ่นกระเจิง พยายามเร่งเครื่องหลบหนีขึ้นสะพานข้ามแยกรัชดา-ท่าพระ มุ่งหน้ากำนันแม้น จากนั้นให้กำลังพลอีก 2 ชุด นำยานพาหนะเข้าสกัดกั้นปิดเชิงสะพานทั้ง 2 ฝั่ง แล้วจึงจู่โจมปิดล้อมจับกุม ส่งผลให้รถจยย.แต่งซิ่งนับร้อยคันถูก ปิดประตูตีแมว บางคันเกี่ยวกัน “ล้มระเนระนาด”

นับเป็นอีกครั้งของแผนปฏิบัติการปราบเด็กแว้น รวมตัวแข่งซิ่งบนท้องถนนหลวง จนชาวบ้านต่างเอือมระอา ผู้ใช้รถใช้ถนนต่างหวาดกลัว เกรงจะได้รับอันตรายไปด้วย ครานี้ “จับได้ไล่ทัน” รวบแก๊งซิ่งครั้งมโหฬาร สร้างประวัติศาสตร์การจับกุมมากกว่าครั้งก่อนๆ

เด็กแว้น

พ.ต.อ.วิศาล พันธุ์มณี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8  หนึ่งในผู้นำทัพปราบเด็กแว้น เผยว่า ปฏิบัติการ “ราชพฤกษ์โมเดล กวาดล้างเด็กแว้นและสาวสก๊อยป่วนเมือง” ตำรวจนครบาล8 ได้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าประมาณ 3 สัปดาห์  ตลอดระยะเวลา 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปล่อยให้กลุ่มเด็กแว้นตายใจด้วยการไล่กวดจับ แต่จะมีชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่บันทึกข้อมูลบรรดาจยย.แต่งซิ่งที่เข้ามาใช้ทางสาธารณะแข่งขันโดยตลอด

จากการเก็บข้อมูลพบว่า เส้นทางที่มักพบการกระทำความผิดอยู่ในพื้นที่ สน.ตลาดพลู สน.บางยี่เรือ และ สน.สำเหร่ จึงมอบหมายให้ร่วมกันวางแผนกับฝ่ายทหาร และอาสาสมัครในพื้นที่แบบลับๆ ก่อนกำหนดวันลงมือปฏิบัติการตามแผน จนสามารถกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาและของกลางได้จำนวนมาก โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ปฏิบัติการจนสำเร็จตามแผนที่วางไว้…

คดีนี้ตำรวจ แยกผู้ต้องหาที่เป็นผู้ขับขี่ จะมีความผิดข้อหาขับรถโดยประมาทไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นต้องส่งตัวฟ้องศาล โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท  และข้อหาแข่งรถในทางสาธารณะ โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ส่วนผู้นั่งซ้อนท้าย ต้องโทษปรับ 500 บาท ฐานประพฤติตนก่อความเดือดร้อนรำคาญใจ

โดยเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นผู้ขับขี่ต้องถูกดำเนินคดี 125 คน ตำรวจคุมตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อตรวจสอบการจับกุม พร้อมทำการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก่อนส่งตัวไปควบคุมที่สถานพินิจ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่อีก 125 คน ต้องถูกคุมตัวส่งฟ้องศาลแขวงธนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จยย.ซิ่ง

ซึ่งการพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน ตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวปี 2553 ระบุไว้ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน จะต้องส่งตัวมาพักที่สถานพินิจฯ ก่อนส่งฟ้องศาลเยาวชน หากจะประกันตัวต้องไปประกันตัวที่ศาลเยาวชน ส่วนใหญ่เยาวชนที่ถูกจับกุมจะอยู่กับสถานพินิจประมาณ 1-3 เดือน หากบำบัดและเยียวยาได้ยาก ก็จำเป็นต้องพักอยู่นานกว่า 1 ปี และศาลเยาวชนจะสั่งให้กรมพินิจฯ ส่งตัวเยาวชนไปยังศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ 18 แห่ง เพื่ออบรม บำบัด พร้อมฝึกวิชาชีพ

ไม่เพียงกลุ่ม “แว้นบอย -สก๊อยเกิร์ล” เท่านั้น งานนี้ผู้ปกครองของกลุ่มเยาวชนทั้งหมดอาจติดร่างแห ถูกดำเนินคดีด้วย หากสอบสวนพบว่า ปล่อยปะละเลยไม่ดูแลบุตรหลานอายุต่ำกว่า 15 ปี ในยามวิกาลหลังเวลา 22.00 น. ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 

ถึงอย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายคงต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะบรรดาผู้ปกครองต้องเอาใจใส่ ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยปะให้เด็กเหล่านี้ออกมาสร้างความเดือดร้อนต่อสังคม หากเกิดความสูญเสียมากกว่าทรัพย์สิน ถึงขั้น เสียชีวิต ผู้ปกครองต้องก้มหน้ายอมรับ…

นี่เป็นเพียงภาพสะท้อนหนึ่งเท่านั้นของมาตรการปราบกลุ่มเด็กแว้นซิ่งป่วนเมือง ที่ไม่ว่ายุคสมัยใด ก็ยังคงสร้างปัญหากวนใจไม่เลิกรา หาจุดจบของปัญหาไม่ได้ “ราชพฤกษ์โมเดล” จึงถือเป็นต้นแบบและจุดเริ่มต้นที่ดี ในการปราบปรามและกวาดล้างกลุ่มเด็กแว้นให้หลาบจำ.. เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์และยั่งยืนในอนาคต

ขอบคุณภาพจากทีมโฆษกตร.,มติชน

MThai News

เร่งหาโชเฟอร์รถเมล์ มือขับแซง 18 ล้อ(คลิป)

เร่งตามตัวโชเฟอร์รถเมล์นรก มือขับแซงรถบรรทุก 18 ล้อบนสะพานข้ามแยก ถนนกาญจนาภิเษก ระบุกรณีนี้มีความผิดตามกฎหมาย

กลายเป็นกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังจากมีการแชร์คลิปรถเมล์ปรับอากาศสาย516 เทเวศน์-เคหะบางบัวทอง พร้อมระบุว่า รถใหญ่ขับยังไงก็ได้เหรอ ถ้าชนมาจะเป็นยังไง ในรถผมมีเด็กนั่งด้วย ซึ่งภาพเหตุการณ์เมื่อ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 22.17 น.

รถเมล์ขับแซง 18 ล้อบนสะพาน

โดย รถขับบนถนนบางกรวย-ไทรน้อย สะพานข้ามแยกถนนกาญจนาภิเษก ในคลิปเผยภาพหน้ารถขณะที่รถวิ่งบนถนนสองเลนสวนกัน แต่จู่ๆมีรถเมล์คันดังกล่าววิ่งแซงรถบรรทุก 18 ล้อ ด้วยความเร็วสูง ซึ่งถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จากนั้นเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รถเมล์สายนี้เป็นจำนวนมาก

ล่าสุด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเป็นรถคันไหน คนขับชื่ออะไร เนื่องจากในคลิปหมายเลขรถไม่ชัดเจน แต่เชื่อว่าสามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้ไม่ยาก ซึ่งการขับรถแซงบนสะพาน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษตามขั้น โดยไม่มีการปกป้อง ตั้งแต่ตัดเงินเดือน 10% นาน 1-3 เดือน หรือลดขั้นเงินเดือน หากตรวจพบว่าเคยกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันมาก่อน ประชาชนสามารถแจ้งการกระทำความผิดของผู้ขับรถเมล์มาที่สายด่วน 1348 ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน พันตำรวจเอก วันชัย อยู่แสง รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9  ระบุว่า กรณีดังกล่าว ผู้ขับรถเมล์มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 46 แซงรถขณะขึ้นทางชัน สะพาน ทางโค้ง ระวางโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ทั้งมีพฤติกรรมขับรถประมาทน่าหวาดเสียว ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น มีความผิดตามมาตรา 43 (4) มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ขอบคุณข้อมูล dailynews / ภาพ pantip

MThai News

‘พระสุเทพ’ แจง ถอดยศ ‘แม้ว’ เป็นเรื่องของกม.

‘พระสุเทพ’แจง การถอด ยศ  ‘ทักษิณ’ เป็น เรื่องของกฏหมาย ชี้ ขึ้นกับผู้มีอำนาจ จะดำเนินการอย่างไร

พระสุเทพ ปภากโร เปิดเผยถึง กรณีรัฐบาลเตรียมพิจารณา ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี นั้น กล่าวว่า กรณีดังกล่าว เป็นเรื่องของทางกฏหมาย และขั้นตอนวิธีการที่จะต้องทำ ซึ่งยุคที่ตนเป็นรัฐบาลอยู่นั้น ก็ได้ให้ข้าราชการมีการพิจารณาดำเนินการ แต่ทางรัฐบาลไม่ได้ไปเร่งรัดในการดำเนินการ

5555+111

เพราะถ้าทำเช่นนั้นก็เท่ากับไปไล่ล่า ก็จะกลายเป็นไปสร้างปัญหาได้ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยน การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไปพูดที่เกาหลี ก็อาจจะเกิดประเด็น ว่าถูกฎหมายหรือผิดกฎหมายซึ่งถ้าถ้าผิด เข้าข่ายจะต้องทำอย่างไร ก็ว่ากันไป

อย่างไรก็ตาม กรณี การคืนพาสปอร์ต เป็นส่วนของรัฐบาลที่ผ่านมาเขาช่วยเหลือกัน แต่รัฐบาลนี้ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ก็ต้องทำ สำหรับเรื่องถอดยศทั้ง ตำรวจ ทหาร ผู้ที่ดำรงยศนั้นจะต้องปฏิบัติตัวให้ถูกต้องชอบธรรม เมื่อทำตัวผิดเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ก็ต้องดำเนินการ ส่วนจะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย หรือไม่นั้น ก็สุดแล้วแต่ผู้มีอำนาจ

MThai News