แม่หลั่งน้ำตา! ปัดส่งลูกวัย12ให้พ่อเลี้ยงขืนใจ

พ่อเลี้ยง-แม่บังเกิดเกล้าปฏิเสธใช้น้ำร้อนราด บังคับขืนใจเด็กหญิงวัย 12 ปี ระบุเด็กยินยอม ตำรวจเตรียมนำตัวชี้จุดเกิดเหตุพรุ่งนี้

วันที่ 1มิ.ย. ความคืบหน้ากรณีพ่อเลี้ยงขืนใจเด็กหญิงวัย 12 ปี โดยใช้น้ำร้อนราดหากขัดขืน โดยมีแม่บังเกิดเกล้ารู้เห็นเป็นใจ พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เข้าสอบปากคำแม่และพ่อเลี้ยงที่ก่อเหตุ เบื้องต้นพ่อเลี้ยงให้การปฏิเสธ โดยรับว่ามีความสัมพันธ์กับลูกเลี้ยงจริง แต่ไม่ได้บังคับขู่เข็น โดยเด็กหญิงเป็นฝ่ายยินยอมพร้อมใจเอง

ขืนใจเด็ก12

ต่อมาหลังจากที่แม่ของเด็กทราบเรื่องก็ไม่พอใจทำให้ทะเลาะกันมาโดยตลอด ส่วนบาดแผลน้ำร้อนลวกที่แผ่นหลัง เกิดจากเด็กกับแม่ทะเลาะกัน และต่างฝ่ายต่างใช้น้ำร้อนสาดใส่กัน โดยเรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเพราะพ่อแท้ๆของเด็กที่พ้นโทษจากเรือนจำมาเห็นบาดแผล จึงพาเด็กเข้าแจ้งความ ซึ่งตนเองพร้อมจะรับโทษจากความผิดที่ก่อขึ้น

ด้าน แม่แท้ๆของเด็กหญิง กล่าวยืนยันทั้งน้ำตาไม่ได้บังคับลูกสาวให้มีความสัมพันธ์กับสามีใหม่ ปกติตนเองจะไปทำงานรับจ้างนอกบ้านปล่อยให้ลูกสาวอยู่กับสามี เมื่อทราบเรื่องครั้งแรกก็รับไม่ได้ ทะเลาะกับสามีทุกวัน แต่ลูกสาวก็เข้ามาห้ามและยืนยันว่าไม่ได้ถูกข่มขืน แต่เป็นการยินยอมพร้อมใจ ทำให้ต้องอยู่กันกิน 3 คน มาโดยตลอด

ขณะที่พ.ต.อ.ไพทูรย์ กระจะจ่าง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะสมุย กล่าวว่า แม้ผู้ต้องหาทั้งสองจะให้การปฏิเสธ ไม่สามารถนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้ แต่เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุในวันพรุ่งนี้ (2 มิ.ย.) แต่ยังไม่กำหนดเวลา เนื่องจากเกรงเรื่องความไม่ปลอดภัย หลังจากนั้นจะนำไปขออำนาจศาลจังหวัดเกาะสมุยฝากขังต่อไป

MThai News

ฝ่ายข่าวช่อง7 แถลงขอโทษผบ.ตร. ปมผู้ประกาศสาวอ่านชื่อเพี้ยน

ฝ่ายข่าวช่อง7 ออกแถลงการณ์ขอโทษ ผบ.ตร.

จากกรณีที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปผู้ประกาศของทางช่อง 7 อ่านชื่อ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผิดนั้นจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างและมีชาวสังคมออนไลน์เข้าไปให้กำลังใจและเชื่อว่าเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

22

ล่าสุดทางแฟนเพจ BBTV Channel 7 News ได้โพสต์แถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งขอโทษผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2558 ในรายการเคาะข่าวสุดสัปดาห์ หนึ่งในผู้ประกาศข่าวของรายการ (น.ส.ภานุรัตน์ พรหมคชสุต) ได้นำข้อความพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 30 พฤษภาคม 2558 มาอ่านออกอากาศและเกิดความผิดพลาด โดยได้อ่านชื่อท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผิดไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ต้องกราบขอภัยท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บริหารหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ในความผิดพลาดดังกล่าวมา ณ โอกาสนี้ และจะระมัดระวังในการนำเสนอข่าว เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอีกต่อไป…ฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

MThai News

ออกหมายจับ! ‘พล.ต.’ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เอี่ยวค้าโรฮีนจา

ศาลจังหวัดนาทวีอนุมัติหมายจับ “พล.ต.มนัส คงแป้น” ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เอี่ยวค้าโรฮีนจา หลังเคยปรากฎชื่อในบัญชีรับจ่ายของผู้ต้องหา ขณะทหารยินดีให้ความร่วมมือ

วันที่ 1 มิ.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับ พล.ต.มนัส คงแป้น อายุ 58 ปี ข้อหาสมคบกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปกระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์โดยกระทำการอันเป็นการค้ามุนษย์ โดยกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกิน15ปี ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณจักรโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ผู้อื่นโดยกระทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายและร่วมกันรียกค่าไถ่

พล.ต.มนัส คงแป้น

พล.ต.มนัส คงแป้น

เหตุเกิดที่ประเทศบังคลาเทศ ประเทศพม่า ประเทศไทยในจ.ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล และแค้มป์ที่พักชั่วคราว ป่าเทือกเขาแก้ว ม.8 ตำบลปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และประเทศมาเลเซีย เกี่ยวพันกัน เมื่อประมาณเดือนพ.ย.2555 ถึง 1 พ.ค. 2558 เวลากลางวันกลางคืนต่อเนื่องกัน

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.มนัส ปัจจุบันเลื่อนยศเป็น พล.ท. ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนนั้นดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับจังหวัดทหารบกชุมพร ขณะที่มีรายงานว่า พล.ต.มนัส เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญ เกี่ยวข้องในขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจา โดยเคยปรากฎชื่อในบัญชีรับจ่ายของผู้เกี่ยวข้องในขบวนการ ซึ่งตำรวจตรวจยึดได้จากการค้นบ้านพักของหนึ่งในผู้ต้องหา

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ พล.ต.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบกว่า เรื่องดังกล่าวทางกองทัพบกยังไม่ได้รับการประสานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งอาจจะเป็นช่วงวันหยุดราชการ ซึ่งหากมีการได้รับการประสานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางกองทัพบก ยินดีที่จะให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งก็เป็นไปตามขั้นตอนอยู่แล้ว

หากเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัย หรือมีพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับ และบุคคลนั้นยังอยู่ในราชการก็สามารถมาติดต่อกับทางต้นสังกัดได้เลย ทั้งนี้พร้อมและยินดีที่จะอำนวยความสะดวกให้ ส่วนรายละเอียดต่างๆ ต้องรอในวันพรุ่งนี้ น่าที่จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @MrNaling

MThai News