เลี้ยงตัวเงินตัวทอง กรมอุทยานชี้ผิดกฎหมาย

หลังมีภาพวัยรุ่นจูงตัวเงินตัวทอง เที่ยวงานสัตว์เลี้ยงจนเกิดกระแสวิจารณ์ เจ้าหน้าที่อุทยานแจงสัตว์ดังกล่าวไม่สามารถเลี้ยงได้ ถือว่าผิดกฎหมาย

จากกรณีกระแสในโลกออนไลน์ที่มีการแชร์ภาพหญิงวัยรุ่นนำลูกตัวเงินตัวทองเป็นสัตว์เลี้ยงและใส่สายจูงคล้ายสุนัข นำไปร่วมในงานสัตว์เลี้ยงที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมชมงานเข้าไปขอถ่ายภาพจำนวนมาก ส่งผลให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าสามารถนำตัวเงินตัวทองมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงได้หรือไม่

ตะกวด,สัตว์เลี้ยง,สัตว์เลี้ยงตัวโปรด,ตัวเงินตัวทอง

วัยรุ่นเลี้ยงตัวเงินตัวทอง

ล่าสุด นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยถึงกรณีนี้ว่า การนำตัวเงินตัวทองมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนสุนัขหรือแมวนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากตัวเงินตัวทองเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย ต้องมีการขออนุญาตเพาะเลี้ยงจากกรมอุทยานฯก่อน

ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบว่าเจ้าของมีใบอนุญาตครอบครองหรือไม่ และงานแสดงสัตว์เลี้ยงดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งกรมอุทยานฯจะมีการประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนให้มากขึ้น

นอกจากนี้ การเลี้ยงสัตว์แปลกเป็นความนิยมในหมู่วัยรุ่นหรือคนเฉพาะกลุ่ม จึงต้องตรวจสอบให้ดีว่าสัตว์ที่นำมาเลี้ยงสามารถเลี้ยงได้ตามกฎหมายหรือไม่ อย่าส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ tnnthailand

MThai News

จบด้วยดี! สมยศ ให้อภัยผู้ประกาศสาวช่องดังอ่านชื่อเพี้ยน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ถือสาผู้ประกาศข่าวสาวอ่านชื่อเพี้ยน ชี้เรื่องเล็กน้อยพลาดกันได้ ด้านผู้ประกาศโพสต์ข้อความยอมรับผิด น้อมรับคำติติง

วันที่ 1มิ.ย. จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ ที่ผู้ประกาศข่าวสาวของช่องชื่อดัง ที่กำลังดำเนินรายการข่าวเช้าร่วมกับอีก 2 พิธีกร ซึ่งผู้ประกาศข่าวสาวคนดังกล่าว ได้อ่านพาดหัวข่าวเกี่ยวกับการสั่งถอดยศศพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยความที่ไม่ทันได้ระวัง ทำให้ออกเสียงเรียกชื่อ พล.ต อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผิดเพี้ยน แต่เจ้าตัวมีไหวพริบรีบกล่าวคำขอโทษต่อผู้ชมนั้น

ผู้ประกาศอ่านชื่อผิด

ผบ.ตร. ให้อภัยผู้ประกาศสาวช่องดังอ่านชื่อเพี้ยน

โดยผู้ประกาศสาวคนดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอโทษผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมกับยอมรับถึงความผิดพลาดทั้งหมด อีกทั้งยังขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจ และจะนำบทเรียนครั้งนี้ไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีกต่อไป

ข้อความระบุว่า “สำหรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น …ต้องกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ไม่มีเจตนาจะออกเสียงชื่อ ท่าน ผบ.ตร. ให้ผิดเพี้ยนไปเป็นคำอื่น น้อมรับความผิดทุกอย่างค่ะ ความผิดพลาดในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน ที่ตัว…เองและทางช่อง…ไม่ได้นิ่งนอนใจ เบื้องต้น ได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชา และพยายามประสานไปทางท่าน ผบ.ตร. เพื่อที่จะขอเข้าไปกราบขอโทษท่านด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม …ต้องขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่มีให้กันในวันที่พลาด ส่วนคำติติงจะขอน้อมรับไว้พิจารณาตัว และปรับปรุงแก้ไขต่อไป เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก กราบขออภัย…จากใจ อีกครั้งค่ะ”

ซึ่งล่าสุด พล.ต อ.สมยศ ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นเรื่องเล็กน้อย ใครๆก็ผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ยิ่งถ้าเธอยอมรับในความผิดพลาดแสดงว่าเธอมีความรับผิดชอบในสิ่งนั้น ตนเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องให้อภัย และให้กำลังใจให้เธอเข้มแข็งทำหน้าที่ต่อไป และอวยพรขออย่าให้เกิดสิ่งผิดขึ้นอีกเดี๋ยวทำให้หมดกำลังใจ และฝากบอกผู้ใหญ่ทางช่องว่า อย่าตำหนิหรือลงโทษ เพราะจะทำให้ตนยิ่งไม่สบายใจ และให้โอกาสน้องเขาด้วย

CGZq-DQUgAAa7Xl

ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @AkaravutTv9

MThai News

อึ้ง! พระลงรถโฟล์ค เทบาตรนับเงิน (คลิป)

สุดทนอัดคลิปแฉพฤติกรรมพระ หลังลงจากรถโฟล์ค เทบาตรนับเงินกลางแจ้ง ไม่แคร์สายตาชาวบ้าน เร่งหาพระรูปนี้เพื่อตรวจสอบ

วันนี้(1 มิ.ย. 58) พบเหตุการร้องเรียนจากชาวบ้าน ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ระบุว่า มีพระสงฆ์ถือบาตรเดินลงจากรถตู้โฟล์คสวาเกน สีเขียว หมายเลขทะเบียน ขน-3858 ปราจีนบุรี มานั่งนับเงินในบาตรอย่างหน้าตาเฉยที่ริมถนน โดยไม่สนใจชาวบ้านที่เดินหรือขับรถผ่านไปมา

พระ,เทบาตร,พระนับเงิน,รถโฟล์ค

พระลงจากรถโฟล์ค เทบาตรนับเงินไม่แคร์สื่อ

จากการสอบถามทราบว่า ช่วงเช้าพระรูปนี้ ซึ่งไม่ทราบว่ามาจากวัดไหน ได้เดินรับบาตรจากประชาชนในตลาดบึงและพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อได้เวลาสมควรพระรูปดังกล่าวได้หายไป โดยไม่มีใครพบเห็น

หลังจากนั้น มีชาวบ้านไปพบเดินลงจากรถตู้โฟล์คสวาเกน สีเขียว มานั่งนับเงินในบาตรอย่างไม่แคร์สายตาชาวบ้าน จึงได้ถ่ายคลิปไว้ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบพฤติกรรมของพระรูปนี้ เนื่องจากทำให้วงการพระสงฆ์และพระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด

MThai News