ตำรวจปทุมธานีออกหมายจับคนร้ายยิงหนุ่มนักศึกษาม.รังสิต เร่งล่าตัวจากกล้องวงจรปิด คาดใช้จยย.ฮอนด้าเวฟก่อเหตุ มั่นใจได้ตัวเร็วๆนี้ ทหารเล็งใช้ม.44 ปิดร้านเหล้าใกล้สถานศึกษา
จากเหตุคนร้ายก่อเหตุยิงนายอาทิตย์ สายสล้าง อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิต ชั้นปีที่ 2 และเป็นนักฟุตบอลของมหาวิทยาลัยเสียชีวิต โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่บริเวณด้านหลังขวากระสุนฝังในจำนวน 1 แห่ง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกราย คือนายสุวสิน ปทุมเมศร์ อายุ 21ปี ถูกแทงเข้าที่บริเวณแขนขวา และชายโครงขวาและเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิต ชั้นปีที่ 2 เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา

ออกหมายจับ! มือยิงนักศึกษาม.รังสิต
ความคืบหน้าช่วงเย็นที่ผ่านกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิตและเป็นเพื่อนของผู้ตายกับผู้บาดเจ็บได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทั้งนี้ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในร้าน เดอะบ๊อกซ์ ปากทางเข้าหมู่บ้านเมืองเอก ด้านหลังมหาวิทยาลัยรังสิต ต.หลักหกซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ตายกับผู้ก่อเหตุไปนั่งดื่มกันก่อนที่จะเกิดเหตุ
ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นว่ากลุ่มของผู้ตายเข้ามาในร้าน เวลา 03.40 น.และออกไปจากร้านเวลา 05.03 น.เมื่อกลุ่มของผู้ตายเดินออกจากร้านกลุ่มของผู้ก่อเหตุก็เดินตามไปติดๆและก่อเหตุดังกล่าว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้ว 10 กว่าปาก ซึ่งได้ข้อมูลพอสมควร แต่ยังไม่ขอเปิดเผย อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนนำเพื่อนของผู้เสียชีวิตไปสเก็ตภาพที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเขต 1 หลังมีข้อมูลว่าเป็นผู้หันไปมองหน้าผู้ก่อเหตุเพราะนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.เป็นคนที่ 4
ขณะที่กล้องวงจรปิดบริเวณแยกวุ่นวายหน้ามหาวิทยาลัยรังสิต สามารถจับภาพรถผู้ต้องสงสัยได้ด้วยโดยน่าจะเป็นรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ แต่ยังไม่สามารถระบุสีและทะเบียนได้ สำหรับสาเหตุน่าจะเกิดจากการเขม่นกันในร้านกับลูกค้าโต๊ะอื่นระหว่างรังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะมีการขี่รถติดตามกันออกมายิงและแทงกันดังกล่าว
ด้าน พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่าหลังจากดูภาพกล้องวงจรปิดทั้งภายในร้านและบริเวณใกล้เคียงที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีแล้ว เวลานี้ก็ได้ออกหมายจับคนร้ายตามภาพกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ ถึงยังไงก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานกันอย่างเต็มที่และคาดว่าน่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้
ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีหลายภาคส่วนเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ปิดสถานบันเทิงและร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย ว่า ทุกอย่างคงไม่สามารถแก้ได้ด้วยมาตรา 44 เพียงอย่างเดียว เพราะต้องดูข้อกฎหมายเดิมว่าสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้หรือไม่ แต่หากอะไรเป็นเรื่องเร่งด่วนปล่อยปละละเลยแล้วจะเสียหาย ไม่สามารถแก้ไขตามกฎกติกาปกติได้ทันเวลา นายกฯ คงไม่รีรอที่จะใช้อำนาจดังกล่าว รัฐพร้อมดำเนินการให้ แต่ต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมเพียงพอ
ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด
MThai News