วิถีสู้ ‘ท๊อปบูท’ (นิ่ง) สยบร้อน ดับพิษ’พาสปอร์ต’

‘วิสาขบูชา’ในวันนี้ ถือเหตุการณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า 3 ประการ คือ คล้ายวันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพาน ในวันเดียวกันของพระพุทธเจ้า ซึ่งพุทธศาสนิกชนทั่วโลกและคนไทยพุทธล้วนสร้างบุญสร้างกุศล ทำจิตใจให้สะอาด ประพฤติปฏิบัติบริสุทธิ์ให้หลุดพ้นมัวหมอง และคลายปัญหาที่ผ่านพบ ให้ประสบชีวิตที่ดีขึ้้น

ไม่เว้นรวม แต่ “นักการเมืองไทยชื่อดัง” ยังหวังสัปดาห์แห่งพุทธ ช่วยหยุด-ยุติเรื่องราว-คลายปม “ร้อน” เหตุบ้านเหตุเมืองให้” สงบ หรือ เย็นลง”

บุุคคลแรก ผู้ชิงพื้นที่สื่อ-หน้าข่าวการเมือง เกือบทั้งสัปดาห์ก่อน นั่นคือ อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร2 วันก่อนชิงโพสต์ โพสต์อินสตาแกรม เช็กอิน ที่ “ราบ 11” นั่งสมาธิและแผ่เมตตาในห้องพระที่ดูไบ พร้อมกล่าวถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า “ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง”

BANGKOK, THAILAND - MAY 07: Thai Prime Minister, Yingluck Shinawatra, listens during a press conference at the Defence Permanent Secretary Office on May 7, 2014 in Bangkok, Thailand. Thai Constitutional Court has ruled that Thai Prime Minister, Yingluck Shinawatra, and 9 cabinet ministers to step down. The charges relate to complaints filed by senators which suggested that Yingluck's party improperly transferred her security chief in 2011. (Photo by Borja Sanchez-Trillo/Getty Images)

หลังถูกกระแสรัฐบาลท๊อปบูท “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กดดันอย่างหนักหน่วง ด้วยการถอดพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ 2 ฉบับ ทันที เหตุให้สัมภาษณ์สื่อนอก พูดกระทบความคงไทย เมื่อครั้งร่วมปาฐกถานโยบายเศรษฐกิจ ณ เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา

และต่อด้วย…ควานหา พาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ มีกี่ฉบับ …. สั่ง “ยกเลิกทั้งหมด” !!

พร้อมทั้ง จัดทัพเดินหน้า ฟ้องร้องอาญามาตรา 112 คดีหมิ่นสถาบัน ซึ่งขณะนี้ศาลได้รับไม้ ส่งลูกต่อให้ อัยการสูงสุด พิจารณา

เท่านี้…ยังไม่พอ…ต่อด้วยเรื่องร้องเรียน และสานต่อเรื่องเก่าเล่าใหม่ “ถอดยศ” พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ครั้งนี้ ฝั่งการเมืองตรงข้าม เฝ้าจับตา! จะกระทำได้สำเร็จหรือไม่?

ที่แน่ๆ…เรื่องชงไวไกล้ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยันชัด ผิดจริง ปมหลบหนีคดี เข้าข่ายถอดยศได้ รอส่งต่อ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ดูรอบคอบอีกที

“พลาดก้าวเดียว“ ที่เหลือ “ถูกย่ำซ้ำ” เมื่อโอกาสมา มีหรือ จะนิ่งดูดาย แต่ครั้งนี้ … ต้อง “คร่า” ให้ได้ก่อนลงหลังเสือ ทำไม่ได้ อาจเจอย้อนศร กลับไปกลับมา ไม่จบสิ่นเสียที

แม้เหล่าผู้มีดาบ-อำนาจในมือ จะเสียงกร้าว เปล่ากลั่นแกล้ง หรือ แก้แค้นใด ทั้งหมดที่กระทำไป ใช้กฏหมายล้วนๆ

ก็ยังไม่พ้น …ครหา … ที่ว่า…ยุคใครยุคมัน ?

ก่อนถามไถ่…ใครบ้าง…เอี่ยวโดนถล่มยิ่งกว่าตำบลกระสุนตกครั้งนี้ มาย้อนดูสถิติการยกเลิกพาสปอร์ตพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นับดีๆมีมาแล้วกี่ครั้ง?

ครั้งที่ 1 สมัยรัฐบาล คมช. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

ครั้งที่ 2 สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช มอบพาสปอร์ตให้

ครั้งที่ 3 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สั่งยกเลิก

ครั้งที่ 4 สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบพาสปอร์ตให้อีกครั้ง

ครั้งที่ 5 สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งยกเลิกอีกครั้งหนึ่ง

ฉะนั้น … กระสุนจึงตกไม่พ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยุคนั้น

ซึ่งทั้ง 2 อาจไม่ใช่แค่กระสุนตกใส่ แต่…อาจถูกถล่มร่วมเต็มๆ โดยขณะนี้ ป.ป.ช.รับเรื่องแล้ว รอเข้าหารือเร่งด่วน คาด กลางเดือน มิ.ย.นี้ รู้ผล…น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะโดนอีกคดี ที่ว่า ต่างกรรมต่างวาระกัน หรือไม่ !!!

ใครจะ “ร้อนได้ร้อนไป” เพราะหาก “ร้อนตาม” พลันจะมัวหมอง ขุ่นใจไปเสียเปล่า ยิ่งไม่ใช่ยุคตนเอง สู้ “นิ่งเสียตำลึงทอง”

“ผู้พี่”…สวดมนต์แผ่เมตตา จากแดนไกล “ผู้น้อง” ทำงานอดิเรกใหม่ ด้วยการเพาะเห็ดรับประทานเองที่บ้าน กับประโยคที่ว่า

“ทำให้ร่างกายได้พัก และทานของเพื่อสุขภาพบ้าง ก็รู้สึกดี โดยเฉพาะการใช้ชีวิตเรียบง่าย ธรรมดาๆ คือความสุขที่เกิดมาข้างใน มากกว่าความสุขที่เป็นของนอกกาย ไม่จีรัง ยั่งยืน” ที่สำคัญได้เสื่อเสื้อยืดสีขาวที่สกีนคำว่า “ชีวิตธรรมดา”

ช่วงสถานการณ์การบ้านการเมืองไทย ที่ร้อนทั้งสภาพอากาศ ร้อนทั้งยุทธวิธี “รัฐบาลท๊อปบูท” ที่เร่งจัดการเอาผิดฟาก”รัฐบาลชุดก่อน” กลับถูกดับคลายร้อนด้วย “หลักศาสนา” และ “หลักธรรมชาติ” ที่ “พี่น้อง” ตั้งใจใช้วิธีนี้ “เข้าสู้”

ไม่รู้…”บิ๊กตู่” จะว่ากระไร…?

แกล้วนลิน

MThai News

คุมแก๊งเด็กแว้นฝากขัง จ่อเอาผิดผู้ปกครองละเลย

ตำรวจนครบาล8 นำตัววัยรุ่นแก๊งเด็กแว้น-สก๊อย ซิ่งจยย.ย่านราชพฤกษ์ฝากขังศาลเยาวชนฯ พร้อมเรียกผู้ปกครองให้ปากคำ จ่อเอาผิดฐานละเลย

วันที่ 1 มิ.ย. ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแก๊งจักรยานยนต์ซิ่งย่านราชพฤกษ์ ซึ่งสามารถจับผู้ต้องหาได้ถึง 437 คน เมื่อกลางดึกวัน 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดตำรวจนครบาล 8 ได้นำตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 125 คนส่งฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ส่วนส่วนผู้ต้องหาที่อายุเกิน 18 ปี จำนวน 125 คน ที่แยกควบคุมตัวไว้ที่สน.ตลาดพลู 61 คน สน.สมเด็จเจ้าพระยา 32 คน และสน.บางยี่เรือ 32 คน จะนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงธนบุรีในวันพรุ่งนี้

แว้น

แก๊งเด็กแว้นป่วนเมือง

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น และได้ยึดรถจักรยานยนต์ไว้จำนวน 272 คัน นอกจากนี้ตำรวจจะได้เชิญผู้ปกครองของเยาวชนจำนวน 125 คนมาสอบปากคำตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 เพื่อหามาตราการเอาผิดผู้ปกครองว่าเอาใจใส่ดูแลบุตรหลานและปล่อยให้ออกมาก่อเหตุได้อย่างไร สำหรับคนซ้อนท้ายจำนวน 180 คน ตำรวจแจ้งข้อหาประพฤติตนไม่เหมาะสมก่อความเดือดร้อนรำคาญ ได้สั่งปรับคนละ 500 บาทก่อนปล่อยตัวไป

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นความร่วมมือของตำรวจ 3 สถานีตำรวจนครบาลประกอบด้วย สน.ตลาดพูล สน.บางยี่เรือ และสน.สำเหร่ สนธิกำลังร่วมกับทหารร่วม 100 นาย ปิดถนนราชพฤกษ์ช่วงสะพานข้ามแยกรัชดาท่าพระฝั่งมุ่งหน้ากำนันแม้น แขวงตลาดพูล เขตธนบุรี เมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 31 พ.ค. ในการกวาดล้างจับกุมเด็กแว้นตามปฎิบัติการ “ราชพฤกษ์โมเดล” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จยย.ซิ่ง

จยย.แก๊งซิ่ง

ขอบคุณภาพจาก  @PoliceSpokesmen 

MThai News

สุดมั่น! หนุ่มจีนทำป้ายหาแฟน ตั้งคุณสมบัติครบถ้วน

หนุ่มจีนสุดมั่น ตั้งป้ายโฆษณาหาแฟนกลางมหาวิทยาลัย โดยเปิดให้หญิงสาวทดลองคบกัน 1 เดือน พร้อมระบุคุณสมบัติเพียบ

วันนี้(1 มิ.ย. 58) มีรายงานจาก shanghiistว่า เมื่อวานนี้มีหนุ่มจีนรายหนึ่งนามสกุลจี้ หลังมีผู้โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เป็นภาพขณะที่นายจี้ใส่ชุดสุภาพ หน้าตาขึงขังยืนข้างป้ายโฆษณาประกาศหานางในฝันของตน บริเวณกลางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหัวจง วิทยาเขตหวู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย

หาแฟน,หนุ่มจีน,โฆษณาหาแฟน

หนุ่มจีนตั้งป้ายหาแฟนกลางมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ นายจี้ไม่ได้ต้องการหญิงสาวคนไหนก็ได้มาเป็นแฟน แต่กำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวด ทั้งอายุ ส่วนสูงและน้ำหนัก และระยะเวลาทดลองงานของหญิงสาวที่ต้องการเป็นแฟนของเขาระยะเวลาหนึ่งเดือน เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ว่าจะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

ทั้งนี้ นายจี้ยังระบุว่า ผู้หญิงจำพวก บ้าวัตถุถือว่าขาดคุณสมบัติที่จะมาเป็นแฟนเขาได้ ซึ่งเขาได้มีโอกาสเจอกับอดีตแฟนสาวในรั้วมหาวิทยาลัย จึงหวังว่าจะมีโอกาสพบแฟนใหม่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้เช่นกัน โดยนายจี้ได้เรียนจบไปแล้วสองปี ซึ่งเขาต้องยุ่งกับการทำงานเป็นอย่างมาก จึงไม่มีโอกาสได้พบเจอสาวๆ ล่าสุดยังไม่มีรายงานว่า มีหญิงสาวรายใดยื่นใบสมัครขอเป็นแฟนกับชายดังกล่าว

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ matichon

MThai News