กลับแล้ว! นศ.ดาวดิน-หอศิลป์บุกอนุสาวรีย์ปชต.

นศ.ดาวดิน-หอศิลป์ฯ นามกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ คล้องแขนเคลื่อนไหว จากสวนเงินมีมามุ่งหน้าอนุสาวรีย์ ปชต. ทำกิจกรรมต้าน คสช. ร้องคืนอำนาจ ปชช.

จากกรณี วานนี้ 24มิ.ย.58 เนื่องในวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2547 กลุ่มนักศึกษาชุมนุมหน้าหอศิลป์ฯ ตามหมายจับขัดคำสั่ง คสช. เดินทางมายัง สน.ปทุมวัน เพื่อเข้าพบตำรวจเพื่อขอตรวจสอบหมายจับว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยมีนักศึกษากลุ่มดาวดินมาสมทบให้กำลังใจ โดยกลุ่มนักศึกษาได้ปักหลักอยู่บริเวณ สน.ดังกล่าว พร้อมโต้ต้อบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ขอมอบตัวใดๆทั้งสิ้น ก่อนที่จะมีการแยกย้ายกลับไปเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น.

วันที่ 25 มิ.ย.58 กลุ่มนักศึกษาดังกล่าว ได้ออกมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนว่าจะมีการเคลื่อนไหวต่อเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ยึดหลักมนุษยธรรม โดยสันติวิธี เดินทางไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในเวลา 17.00 น.

กลุ่มประชาธิปไตยให

กลุ่มประชาธิปไตยให

ล่าสุด กลุ่มนักศึกษาหน้าหอศิลป์ฯ และนักศึกษาดาวดิน ภายใต้การเคลื่อนไหวในชื่อ กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ เดินทางมาถึงแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้คล้องแขน รวมกันเดินจากสวนเงินมีมา ถนนเจริญนคร มายังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ อนุสรณ์สถานพฤษภา 35 และ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 2516

กลุ่มประชาธิปไตยให

พร้อมมีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ และกางป้ายผ้าข้อความว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” พร้อมคุมผ้าดำรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และยังประกาศยืนยันการต่อต้านรัฐประหาร ที่ขโมยสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยไปจากประชาชน

ขณะที่บรรกาศภาพรวม ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอด โดยยังไม่มีการเข้าควบคุมและระงับการทำกิจกรรมของกลุ่มนักศึกษาแต่อย่างใด

จากนั้นนักศึกษาทั้งหมดได้ร่วมร้องเพลงที่แต่งขึ้น ซึ่งมีเนื้อหาเสียดสีชีวิตที่ไม่มีสิทธิเสรีภาพ และหลังร้องเพลงจบตัวแทนแต่ละคนได้ออกมาปราศรัยถึงเหตุผลที่ต่อต้านรัฐประหาร โดยบอกผลกระทบต่อประชาชน อาทิ สัมปทานเหมืองแร่โดยไม่ฟังเสียงชาวบ้าน การทำเหมืองแร่เถื่อนจนส่งผลเสียต่อสุขภาพ กระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นเหตุผลและการละเมิดสิทธิเสรีภาพ

ทั้งนี้หลังทำกิจกรรมเสร็จสิ้นเวลาประมาณ 19.00 น. นักศึกษาทุกคน ได้เดินคล้องแขนออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อขึ้นรถสองแถวที่เตรียมไว้ออกจากพื้นที่ทันที

กลุ่มประชาธิปไตยให

กลุ่มประชาธิปไตยให

กลุ่มประชาธิปไตยให

78-4

ขอบคุณภาพ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD)

MThai News 

เฉลยแล้ว! ชุดที่ บิ๊กแจ๊ด ใส่ คือชุดผู้ต้องหาญุี่ปุ่น

โลกออนไลน์เฉลยชุดแจ็คเก็ตสีกรมท่าที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. สวมใส่ คือชุดผู้ต้องหาของประเทศญี่ปุ่น

กรณีสื่อญี่ปุ่น โดยสำนักข่าว เอฟเอ็นเอ็น ได้แพร่ภาพและข่าวที่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นกำลังควบคุมตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ซึ่งสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีกรมท่า มีหมวกคลุมศีรษะ เดินขึ้นรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

1.8

หลังถูกตำรวจญี่ปุ่น จับกุมเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่สนามบินนาริตะ หลังตรวจพบว่ากระเป๋าถือของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีอาวุธปืนขนาด .22 จึงควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีทันที ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ 25 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกสังคมออนไลน์ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากถึงเสื้อแจ็คเก็ตที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ สวมใส่และปรากฏออกมาตามสื่อต่างๆ นั้น เป็นชุดอะไร กระทั่งมีเพจชื่อ Channarong Khumanan shared ได้ออกมาเฉลยถึงข้อสงสัย พร้อมนำภาพผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่น มาเปรียบเทียบให้เห็นด้วย โดยระบุว่า…

“เพื่อนๆถามมาว่า ชุดที่ท่านคำรณวิทย์สวมอยู่คือชุดอะไร หรือว่าฝนตกเลยกลัวผู้ต้องหาเปียกฝน ไม่ใช่ชุดกันฝนนะ ในญี่ปุ่นเป็นชุดผู้ต้องหาครับ ใส่กุญแจมือด้วย หลังจากนี้ต่อไปอีก ฝากขังอีกราวๆ 20 วัน รออัยการส่งฟ้องศาล ให้ศาลตัดสินว่าจะติดคุกกี่ปี (2-15 ปี) ญี่ปุ่นไม่ใช่เมืองไทย เมื่อวานเห็นข่าวออกว่า วันนี้จะได้กลับ ผมยังแปลกใจนะว่ากลับจริงหรอ เพราะในญี่ปุ่นไม่มีการใช้เส้นสายใดๆทั้งสิ้น”

สุวรรณภูมิยัน ไม่พบปืนซ่อนในสัมภาระบิ๊กแจ๊ด

ศิโรตม์ แถลงข่าว แจง ไม่พบปืนขึ้นเครื่อง คำรณวิทย์ เผยเครื่องCTX สามารถบันทึกข้อมูลอยู่ได้แค่3 วัน ไม่สามารถระบุได้ว่าโหลดขึ้นเครื่องจริงหรือไม่ ชี้ ไม่ได้ให้อภิสิทธิ์ใคร

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้พกพาอาวุธปืนและสามารถนำปืนผ่านการตรวจจากท่าอากาศยานของไทย และไปถูกตำรวจควบคุมตัว ที่ท่าอากาศยานนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ขณะเดินทางกลับประเทศ ว่าจากการที่ได้นำภาพเอ็กซเรย์สัมภาระทั้ง 3 ใบของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เมื่อวันที่ 18 มิย. ที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่พบเครื่องอาวุธใดๆในสัมภาระทั้งสิ้น

39

ทั้งนี้ยืนยันว่า มาตรฐานตรวจสอบวัตถุอันตราย และวัตถุระเบิดของสนามบินสุวรรณภูมิ ได้มาตรฐานสากล องค์การการบินพลเรือน ICAO ซึ่งได้ใช้เครื่อง CTX 9400DSI และมีการตรวจสอบผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ได้มีการให้อภิสิทธิ์กับบุคคลใดทั้งสิ้น

และขณะนี้ไม่ได้มีการสั่งพักหยุดงาน หรือลงโทษทางวินัยกับพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสัมภาระของพล.ต.ท.คำรณวิทย์แต่อย่างใด แต่กำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่

อย่างไรก็ตาม สัมภาระที่มีอาวุธปืนอยู่ ถูกโหลดขึ้นเครื่องบินนั้น ภาพวงจรปิดจากเครื่องCTX สามารถบันทึกข้อมูลอยู่ได้แค่3 วัน และมีสัมภาระมาก การบันทึกภาพใหม่นั้น เก็บไว้นานไม่ได้จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าโหลดขึ้นเครื่องจริงหรือไม่

ขอบคุณภาพ INN

MThai News