แรงงาน ร้องรัฐ ขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 360 บาท!

เครือข่ายแรงงาน รวมตัวหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า เรียกร้องให้รัฐบาลขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 360 บาททั่วประเทศ 

วันนี้ (25 มิ.ย. 58) นางวิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พร้อมด้วยสมาชิกกว่า 200 คน รวมตัวกันบริเวณลานพระบรมรูปทรงมา เพื่อคัดค้านการประกาศลอยตัวค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 360 บาท

24

ทั้งนี้ นางวิไลวรรณ เผยว่า กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานมีแนวคิดประกาศลอยตัวค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงผู้ใช้แรงงานทั้งระบบ เพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้น หากแรงงานในจังหวัดใดไม่มีสิทธิ์มีเสียงจะยิ่งทำให้ได้รับค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม

หากรัฐบาลมีแนวคิดเช่นนี้ จะทำให้ผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบ ประกอบกับค่าจ้างขั้นต่ำขณะนี้ไม่ถูกพิจารณาปรับมาเป็นระยะเวลานานแล้ว จึงเรียกร้องให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 360 บาท พร้อมกันทั่วประเทศ โดยพิจารณาจากค่าครองชีพที่เกิดขึ้น

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย

MThai News

‘มีวันนี้เพราะพี่ให้’ มาตรฐานการบิน วิบากกรรม ‘บิ๊กแจ๊ด’

เมื่อวิบากรรม ‘บิ๊กแจ๊ด’ แต่กลายเป็น วิบากรรม มาตรฐาการบินไทย ในสายตาโลก

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก’‘ สุภาษิตดังกล่าวดูจะเข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงมาตรฐานการบินของไทยอยู่ไม่มากก็น้อย ก็เพราะเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization :ICAO) ได้ “ติดธงแดง” ประเทศไทยบนเว็บไซต์ของ ICAO

หลังจากกรมการบินพลเรือนไม่สามารถแก้ไขปัญหา “ข้อบกพร่องที่มีนัยยะสำคัญต่อความปลอดภัย” (Significant Safety Concerns : SSC) ได้สำเร็จภายในกำหนดเวลา 90 วัน ล่าสุดก็จะดูเป็นการตอกย้ำซ้ำจุดเดิม

เมื่อ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือที่รู้จักกันในนาม บิ๊กแจ๊ด อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น) ถูกเจ้าหน้าที่จับคาสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ในข้อหามีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยได้ตรวจยึดปืน 1 กระบอก ยี่ห้อ north amarican arms กระสุน ขนาด .22 magnum จำนวน 5 นัด เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา

กลายเป็นประเด็นที่มีการตั้งข้อสงสัยขึ้นมาในทันทีว่าอาวุธปืนดังกล่าว ผ่านการตรวจสแกนของประเทศไทย ผ่านไปยังประเทศญี่ปุ่นได้อย่างไร แบบนี้คงตรงกับผลลัพธ์ที่ ICAO ให้กับไทยหรือไม่ ถึงความไม่มาตรฐาน เพราะนอกจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์จะผ่านไปได้แบบฉลุยแล้ว ยังสามารถอยู่ต่อในญี่ปุ่นได้ถึง 3-4วัน ก่อนจะเดินทางเข้าสนามบินนาริตะเพื่อกลับประเทศไทย

5858

ซึ่งหลังจากถูกจับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ให้การรับสารภาพกับตำรวจญี่ปุ่นว่า อาวุธปืนนั้นเป็นของตนจริง เเละเพื่อนได้ให้ไว้เป็นของขวัญวันเกิด แต่นานมากจนตนจำไม่ได้ด้วยซ้ำ พร้อมทั้งได้มีการแสดงหลักฐานเอกสารประจำตัวข้าราชการตำรวจ และเอกสารเกี่ยวกับอาวุธปืนต่อเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น โดยได้ให้เหตุผลว่า “ลืม”

ซึ่งปืนเจ้าปัญหากระบอกนี้ มีลักษณะ เป็นปืนพก North American Arms 022 Magnums รุ่น ปั๊ก pug ซึ่งมาจากภาษาลาติน Pugnus ซึ่งแปลว่ากำปั้น ด้วยความที่มีลักษณะพิเศษ เล็กและแรง ขนาดกะทัดรัด เป็นปืนกรีวอลเวอร์ ขนาด.22 แมกนั่ม ลำกล้องหนายาว 1 นิ้วด้ามยางผิวลายจุดขนาดกระทัดรัด

พร้อมทั้งศูนย์ปืนออกแบบใหม่ในระบบXS สามารถจับเป้าได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งความจุโม่ 5 นัด ความยาวลำกล้อง 25.4 มม. หรือ 1นิ้ว ความยาวปืนแค่ 114.3 มม. หนาเพียง 22.2 มม. น้ำหนักไม่รวมกระสุนเพียง 176 กรัม

ระบบความปลอดภัย ระบบลูกโม่นิรภัย นกปืนจะอยู่ในร่องลูกที่โม่ไม่ตรงกับท้ายกระบอกกระสุน ตกไม่ลั่น ซึ่งไม่มีทางที่นกปืนจะกระแทกจากท้ายปลอกกระสุนได้ถ้าผู้ยิงไม่ง้างนกก่อน เหมาะเป็นปืนสะสม เพราะมีขนาดเล็กเก็บไว้ในหัวเข็มขัดได้

662068

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ  www.swasdikarn.com

ขณะที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมายืนยันว่า ถ้าเป็นปืนขนาดเล็กเมื่อผ่านเครื่องสแกนในแนวตั้งจะไม่เห็นว่าเป็นอาวุธปืน ซึ่งเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ เรื่องนี้ต้องตรวจสอบกันต่อไป

งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีถึงกับเดือด “ถ้าผิดก็คือผิด สิ่งที่ทำได้คือ อำนวยความสะดวกในเรื่องของทนายความ”

“เขาไม่ใช่ข้าราชการ วันนี้เขาเป็นบุคคลธรรมดา แต่ก็ต้องดูแล กฎหมายคือกฎหมาย ทุกประเทศสำคัญหมด อยู่ที่ว่าคนไทยทุกคนจะต้องสำนึกตรงนี้”

“ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวเขาก็ช่วย ถ้าสอนกันแบบนี้ก็เป็นอยู่อย่างนี้ ต้องสอนให้คนเคารพกฎหมายในประเทศของเรา และเคารพกฎหมายประเทศอื่นด้วย เคยตัวกันหรือเปล่า ประเทศไทยทำอะไรกันก็ได้ ต่างชาติทำได้ที่ไหนเล่า แล้วก็เดือดร้อนรัฐบาล ไม่ช่วยก็โดนว่าไม่ดูแลคนไทย จะเอาอย่างไร” แถมทิ้งท้ายว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่เกี่ยวกับมาตรฐานICAO คนละส่วนกันอย่าปะปน

01-8-1

เมื่อมองดูชื่อชั้นถึงความเข้มงวดประเทศญี่ปุ่นนั้น ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดมากเป็นอันดับต้นๆ ก็ว่าได้และมีมาตรฐานคนเข้านอกออกในประเทศอยู่แล้ว งานนี้ ถ้าบิ๊กแจ๊ด บอกว่าลืม ทางการญี่ปุ่นจะเชื่อหรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป

เพราะเรื่องกฎหมายอาวุธปืนของญี่ปุ่นนั้น มีโทษขั้นต่ำ 1-10 ปี ถ้ามีกระสุนด้วยก็เป็น 3-10 ปี หรือปรับ 1 ล้านเยน (ประมาณ 276,000 บาท) คงเป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะมีแค่คำแก้ต่างว่า “ลืม” เมื่อมองดูกระบวนการของญี่ปุ่นต้องใช้เวลาไม่น้อย

กว่า 20 วัน ในการพิจารณาสั่งหรือไม่สั่งฟ้อง หรืออาจจะใช้เวลาไม่นานเพียง 1-2วัน หากทางอัยการญี่ปุ่นตัดสินว่าผิดงานนี้ บิ๊กแจ๊ด อาจจะรับโทษ 1ใน 3 ก็เป็นได้ ซึ่งก็สามารถที่จะมีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ต่อไป แต่หากไม่ฟ้อง ก็คงสามารถเดินทางกลับไทยได้ทันที

ชะตากรรมของ “บิ๊กแจ๊ด” เจ้าของวลีเด็ด “มีวันนี้เพราะพี่ให้” ในวัย 62 ปี จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป

แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้คงเป็นบทเรียนให้กับคนไทยบางคนที่คิดจะแหยม พกพาอาวุธ หรือนำสิ่งแปลกปลอม ไปยังต่างแดน…แม้มาตรฐานประเทศไทยอาจจะไม่เข้าเป้า ICAO แต่ประเทศอื่นๆล้วนตรงตามมาตรฐานที่วางไว้สูงมากทีเดียว

วรัญญา twitter@waranmee

MThai News

สื่อนอกตีข่าว ม.ดังไม่บรรจุ อ.สาวสอง เพราะภาพ?

สื่อนอกโยงประเด็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปฏิเสธ ‘เคท ครั้งพิบูลย์’ ในการบรรจุเป็นอาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ เนื่องจากโพสต์ภาพล่อแหลมผ่านสื่อสังคมออนไลน์

วันนี้ (25 มิ.ย.) สำนักข่าว ‘asiancorrespondent’ เผยแพร่เรื่องราวกรณีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งตามที่รายงานระบุให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านสิทธิและเสรีภาพมากที่สุดในประเทศไทย พร้อมชี้ปมกรณีการไม่รับบรรจุ ‘เคท ครั้งพิบูลย์’ สาวประเภทสองวัย 28 ปี เป็นอาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ หลังจากที่ล่วงเลยระยะเวลานาน หลังจากที่เธอออกมาเรียกร้องความคืบหน้าตามประกาศผลการคัดเลือกพนักงานมหาวิทยาลัย แม้ว่าทางผู้สมัคร มั่นใจว่าตนนั้นมีความรู้ความสามารถ แต่ก็จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ จึงรู้สึกสูญเสียโอกาสในการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าว

11659402_1016940021664370_5298724458428962446_n

ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าว กลายมาเป็นประเด็นถกเถียง ที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ทางมหาวิทยาลัยใช้ประเด็น การโพสต์รูปภาพผ่านทางโซเชียลมีเดีย มาตรวจสอบพฤติกรรมขอการแสดงออก ของผู้ที่จะสมัครเข้ามาเป็นหนึ่งในคณาจารย์

โดยรายงานอ้างว่า ทางคณะกรรมการการคัดสรรบุคลากรของมหาวิทยาลัยปฏิเสธคำร้องขอของ เคท ครั้งพิบูลย์ เนื่องจากเนื้อหาการโพสต์รูปภาพ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ อันไม่เป็นที่ยอมรับได้ เนื่องจากขัดต่อหลักการทางจริยธรรมของอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย โดย ‘asiancorrespondent’ ได้หยิบยกเอาภาพลิปสติก รูปทรงคล้ายอวัยวะเพศชายมาตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีอิทธิพล ต่อผลการตัดสินของทางมหาวิทยาลัย รวมถึงปัจจัยทางด้านการเลือกปฏิบัติทางเพศมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัย

อย่างไรก็ตาม เคท ครั้งพิบูลย์ เป็นที่รู้จักในฐานะนักเคลื่อนไหว ในกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ (LGBT)ประจำประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยบทบาทในการก่อตั้งองค์กรดังกล่าว รวมถึงยังเป็นหนึ่งในนักวิชาการรุ่นแรกๆ ที่ออกมายอมรับว่าได้ผ่านการแปลงเพศอย่างเปิดเผย และมีส่วนร่วมหารือในเวทีนานาชาติ เพื่อถกเถียงเกี่ยวกับปัญหาความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย ทั้งยังมีผลงานการเขียนในเชิงวิชาการทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ และเป็นที่รู้จักทั้งสื่อไทยและเทศอย่างกว้างขวาง

MThai News

ที่มา asiancorrespondent