คู่เกย์มะกัน วอนแม่อุ้มบุญ ส่งน้องคาร์เมนกลับบ้าน

คู่เกย์มะกัน โพสต์ FB ถึง แม่อุ้มบุญ วอนส่งน้องคาร์เมนกลับบ้าน

จากกรณีที่คุณแม่ชาวไทยได้รับอุ้มบุญให้กับคู่เกย์ชาวอเมริกา กลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมาย และเป็นที่ถกเถียงกันบนโลกสังคมออนไลน์ ว่าแท้จริงแล้ว เด็กคนนี้ควรอยู่ในการดูแลของใคร ซึ่งทางฝ่ายคุณแม่อุ้มบุญได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ และยืนยันไม่คืนลูกให้กับคู่เกย์ชาวอเมริกาอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นห่วงสวัสดิภาพของเด็ก

11220140_1164363683590482_3937387559613020219_n

ซึ่งล่าสุดบนโลกออนไลน์ได้มีการตั้งแฟนเพจชื่อ Bringcarmenhome เพื่อให้ข้อมูลและเป็นกำลังใจให้น้องคาร์เมนได้กลับบ้าน โดยได้โพสต์ข้อความฝากถึงคุณแม่อุ้มบุญ วอนส่งน้องคาร์เมนคืนเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา โดย ระบุว่า
คุณแม่อุ้มบุญ คุณได้ทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับโลกใบนี้ด้วยการให้กำเนิดคาร์เมนแล้ว แต่ตอนนี้คุณเท่านั้นที่จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาอีกได้ ได้โปรดให้โอกาสเราได้แสดงให้คุณเห็นว่าเราเป็นคนดีและเป็นพ่อที่ดี และจะทำให้คาร์เมนมีชีวิตที่ดีในครอบครัวใหม่ของเราด้วย

เราอยากจะทำให้คุณได้แน่ใจ และรู้สึกดีที่จะให้คาร์เมนกลับบ้านกับเรา วันที่ 6 สิงหาคม เป็นวันเกิดครบรอบ 2 ขวบของอัลบาโร่ และคุณสามารถทำให้ครอบครัวของเราทั้งหมดได้อยู่ด้วยกันในวันพิเศษนี้ได้นะครับ ช่วยแสดงให้ทุกคนในประเทศไทยและทุกคนทั่วโลกได้เห็นว่าในที่สุดคุณก็ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับคาร์เมน พวกเขาจะเห็นว่าเราจะไม่โกรธเคืองคุณและพวกเขาก็ไม่ควรที่จะโกรธเคืองคุณด้วยเช่นกัน เวลาจะทำให้คุณและเราลืมเรื่องราวร้ายๆในหลายเดือนที่ผ่านมา และเราจะยังคงมีความผูกพันที่ดีต่อกันเสมอ ขอบคุณที่ทำให้คาร์เมนได้เกิดมา และเราขอบคุณคุณมากและจะไม่มีวันลืมมัน ทำให้มันเป็นไปได้นะ สร้างปาฏิหาริย์นี้ขึ้นมาด้วย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

จับผิดแก๊งตบทรัพย์ เบียดให้ชนเรียกค่าเสียหาย อย่าพลาดตกเป็นเหยื่อ

เคยสงสัยหรือไม่ เหตุรถชน เฉี่ยวชนที่เกิดขึ้นบนท้องถนน หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ ที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น แต่ใครจะรู้ว่า บางทีเหยื่อที่เสียหาย อาจจะกลายเป็น “มิจฉาชีพ” แบบที่เราไม่คาดคิด หวังตบทรัพย์เรียกค่าเสียหาย ใครกลัวโดนความผิด หรือปล่อยเลยตามเลย ก็จ่ายเงินไปตามระเบียบ ตกเป็นเหยื่อแบบไม่รู้ตัว

a

จากจำนวนผู้เสียหายหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อ แสดงให้เห็นว่า แก๊งตบทรัพย์เหล่านี้ ยังคงก่อเหตุเป็นขบวนการ ซึ่งผู้ขับขี่ต้องสังเกตและอย่าพลาดท่าให้กับมิจฉาชีพเหล่านี้

คำถามคือ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า กรณีไหนเป็นอุบัติเหตุ กรณีไหนเป็นเรื่องหลอกลวง ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากเกิดอุบัติเหตุควรเรียกให้ตัวแทนประกันภัยมาตรวจสอบ แต่หากสงสัยว่ากำลังถูกหลอก มีวิธีการสังเกตดังนี้

ด้วยเล่ห์ของกลุ่มมิจฉาชีพตบทรัพย์ มักจะเลือกรถที่เก่า ไม่มีประกันภัยคุ้มครอง ผู้ขับขี่คนเดียว ที่เป็นหญิง คนสูงอายุดูลักษณะพอมีเงิน โดยจะเลือกช่วงเวลาเย็น ๆ ค่ำ ๆ ในสถานที่ที่ห่างจากชุมชน การพูดจามักจะพูดในทำนองรีบร้อน มีธุระ และรู้จักกับคนใหญ่คนโต เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ ยอมจ่ายเงินเพื่อตัดปัญหา

b

คนกลุ่มนี้จะตระเวนก่อเหตุไปตามจังหวัดต่าง ๆ มีทั้งที่ทำเป็นขบวนการและลงมือเพียงคนเดียว เมื่อเห็นว่ามีรายได้ดีก็จะชักชวนกัน บางกลุ่มจะทำเป็นขบวนการในกลุ่มเครือญาติ ทำให้กลุ่มนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

หากเป็นเช่นนั้น ควรรีบถ่ายรูปจุดที่เกิดเหตุ แล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สามารถระบุได้ว่า ร่องรอยการชนนั้นเป็นการชนเนื่องจากอุบัติเหตุจริงหรือไม่ เพราะสภาพความเสียหายต่างกัน แน่นอนว่ามิจฉาชีพจะมีท่าทีต่อรองจำนวนเงินขึ้นมาทันที หากพยายามหลบหนี ให้รีบขับรถตาม แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงสกัดจับ กรณีเหยื่อเป็นผู้หญิง ไม่แนะนำให้จับกุมตัวด้วยตนเอง เพราะอาจจะเกิดการต่อสู้ เป็นอันตรายได้

ล่าสุด ช่วงต้นสัปดาห์กลายเป็นข่าวดัง เมื่อเจ้าหน้าที่รวบตัว น.ส.ปวีณา เขียวคาม อายุ 21 ปี ชาวอ.เมือง จ.อุดรธานี แก๊งตบทรัพย์ ขับรถประกบแล้วทำให้เหยื่อขับเฉี่ยวชน ก่อนจะเรียกเงินค่าเสียหาย

โดยผู้เสียหายเล่าว่า ขับกระบะ กำลังจะกลับบ้าน มีผู้หญิงขับรถยนต์ ทางซ้ายแบบช้ามากอยู่ข้างหน้า ก่อนจะมีผู้ชายอีกคนขับรถกระบะ มาประกบด้าน หลัง ตนเองเลยจะแซง แต่รถกระบะที่ตามหลังมาได้ขับตามแบบจี้ บีบแตรไล่บังคับให้ หลบลงช่องทางซ้าย จึงเฉี่ยวชนกับรถของผู้หญิงคันหน้า จากนั้นถูก เรียกค่าเสียหาย 15,000 บาท แต่ต่อรองเหลือ 6,700 บาท เมื่อขับกลับบ้านแล้วเอะใจ น่าจะเป็นการตบทรัพย์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับทันควัน

คดีก่อนหน้านี้ ที่ถนน สีคิ้ว-โชคชัย สามีภรรยาคู่หนึ่งถูกมิจฉาชีพเป็นผู้ชายสองคนขับรถวีโก้ไม่มีป้ายทะเบียนแกล้งขับรถเฉี่ยวชน แล้วเรียกค่าเสียหาย แต่สามีภรรยาคู่นี้ไม่ให้เพราะไม่ได้ทำผิดอะไรจึงโดนชายสองคนรุมทำร้าย

นี่เป็นเพียงบางส่วนที่ถูกตบทรัพย์ เหยื่อหลายรายเข้ามาชี้ตัวหลังถูกจับกุม การเอาผิดนั้นทำได้ยาก เพราะที่ผ่านมามีเหยื่อต้องการให้เรื่องจบ จึงยินยอมจ่ายเงิน สะท้อนให้เห็นถึงช่องทางของมิจฉาชีพที่หากินแบบง่าย ๆ โดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ทางที่ดีที่สุดอย่าจอดตกลงค่าเสียหายกันข้างทาง จนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ มิเช่นนั้น อย่างที่กล่าวเอาไว้ อาจจะเสียทั้งเงิน รถโดนชน กว่าจะรู้อีกทีก็สายเกินไป

เพชรพิริยะ : เขียน

MThai News

คดีไม่ดังก็ไม่คืบ! วอนช่วย สาวถูกยิงจนเป็นอัมพาต

คดีไม่ดังก็ไม่คืบ! วอนช่วย สาวถูกวัยรุ่น ยิงวันสงกรานต์ จนเป็นอัมพาต

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา น.ส.เจนจิรา เทศจันทร์ อายุ 16 ปี เล่นน้ำสงกรานต์อยู่ที่หน้าปากซอยสายไหม7 ถูกวัยรุ่นใช้ปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บจนกลายเป็นอัมพาต ในส่วนเรื่องคดีความตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า

11807192_1450558831918775_6024917872799576963_o

น.ส.เจนจิราจึงได้โพสต์ขอความช่วยเหลือจากชาวสังคมออนไลน์เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากทางตำรวจรู้ตัวผู้ต้องหาแต่คดีความเงียบและตนอยากขอผู้ใจบุญพาไปรักษา เพราะอยากมีโอกาสหายเพื่อมาดูแลแม่และลูกที่ยังลำบาก

หลังจากเรื่องราวถูกแชร์ผ่านโลกออนไลน์ ล่าสุดความคืบหน้าของเหตุการณ์นี้ทางแฟนเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้ประสานไปยังกรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อเร่งให้มีการจ่ายเงินเชิงรุก และจะเข้าไปดูสำนวนคดีที่ สน.สายไหม เพื่อติดตามคดีและเร่งสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่มีการแจ้งข้อหาไปแล้ว หากมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไปจะมีการรายงานให้ทราบ

MThai News