‘ชูวิทย์’ โพสต์จวก ‘คีรีมายา’ ทำไมคดีไม่คืบ?

‘ชูวิทย์’ โพสต์เฟซบุ๊ค ชื่นชมเจ้าหน้าที่ หลังจับคดีท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง จวก’คีรีมายา’ เขาใหญ่ คดีไม่คืบ?  

วันนี้ (30 ก.ค. 58) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความลงในเฟซบุ๊ค  โดยระบุว่า

วันนี้วันดี เป็นวันพระใหญ่ ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ หลังจากผมเปิดเผยเรื่อง “ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง” ว่าสร้างยื่นลงไปในทะเลเป็นกิโล ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมอุทยานฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ล่าสุด ทหารนาวิกโยธิน และตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมกันตรวจสอบพบว่าสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯจริง

‘ชูวิทย์’ โพสต์จวก ‘คีรีมายา’ ทำไมคดีไม่คืบ?

จึงตรวจยึดพื้นที่ และสิ่งก่อสร้างเอาไว้ ส่วนตำรวจ สภ.เกาะช้าง ก็ออกหมายจับ ทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่ดิน อุทยาน ที่ปล่อยปละละเลยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ที “ชาวบ้าน” สร้างท่าเรือแจวเล็กๆ ยังมองเห็นรีบบุกจับ แต่พอระดับ “นายทุน” สร้างท่าเรือเฟอร์รี่ใหญ่โตมโหฬาร ดันหูหนวกตาบอดปล่อยให้เปิดมาได้เป็นสิบปี

นี่ถ้าผมไม่ปากเปียกปากแฉะออกมาแฉอยู่เป็นเดือน คงเปิดต่อได้ยันลูกบวช แต่เอาเถอะครับ วันนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ปกป้องทรัพย์สมบัติของชาติให้ตกไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ถึงแม้จะช้าไปบ้าง แต่เข้าใจว่าพวกนี้เป็น “ผู้ยิ่งใหญ่” จะไปบุกจับรวดเร็วทันควันเหมือนชาวบ้านก็คงยาก

จะเหลือก็แต่ “คีรีมายา” ที่เขาใหญ่ สร้างคาบเกี่ยวพื้นที่อุทยาน ทับลำรางสาธารณะ บุกรุกป่าเป็นพันไร่ ป่านนี้ไม่รู้ว่าไปถึงไหนแล้ว พอเจอ “ขาใหญ่” เข้าหน่อย เรื่องเงียบเป็นป่าช้า แต่เวลาชาวบ้านเข้าไปสร้างกระท่อมเล็กๆ อยู่กลางป่า ดันบุกจับรวดเร็วทันควัน

ยุคนี้มันยุคใหม่แล้วนะครับ ดูที่เกาะช้างเป็นตัวอย่าง ผิดก็ว่ากันไปตามผิด อย่าให้เป็น “ไฟไหม้ฟาง” ตีข่าวครึกโครมอยู่สองสามวัน แล้วเงียบหายไปกับสายลมเหมือนแต่ก่อน

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ชูวิทย์ I’m No.5

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

สุเทพชี้ ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ยันไม่หวนกลับพรรคประชาธิปัตย์

“สุเทพ เทือกสุบรรณ” ย้ำปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เคลื่อนไหวเปิดเผย ขออย่ากังวล พร้อมยืนยัน ไม่หวนกลับพรรคประชาธิปัตย์

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ย้ำเจตนารมณ์เดิมที่ร่วมต่อสู้กับมวลมหาประชาชน คือ ต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง พร้อมร่วมขับเคลื่อนกับทุกกลุ่ม นำไปสู่ความสมัครสมานสามัคคี บ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปได้

635620-01

ขณะเดียวกัน กล่าวถึงการปฏิรูปการเมือง ต้องปฏิรูปพรรคการเมืองก่อน เพื่อให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ซึ่งการเดินหน้าทำงานของมูลนิธิ วันนี้ถือเป็นการชี้แจงวัตถุประสงค์ ทำให้หลายฝ่ายคลายความกังวลได้ เพราะการเคลื่อนไหวเป็นไปแนวทางเปิดเผยยึดกติกาบ้านเมือง

ส่วนกรณีหากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีการบัญญัติแนวทางปฏิรูปที่ไม่สอดคล้องกับทางมูลนิธิฯ จะส่งตัวแทนยื่นหนังสือเสนอความคิดเห็น แต่จะไม่นำมวลชนบุกสถานที่ราชการ หรือปักหลักชุมประท้วง

นอกจากนี้ นายสุเทพ ยืนยันอีกว่า มูลนิธิฯ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ และตนเองก็จะไม่กลับไปเล่นการเมืองอีก ดังนั้น ทิศทางอาจไม่ตรงกัน เพราะยึดประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง

สุรินทร์คึกคักตักบาตรบนหลังช้างคนแห่ร่วมนับหมื่น

ประชาชนและนักท่องเที่ยวนับหมื่น แห่ตักบาตรบนหลังช้าง เมืองสุรินทร์ หนึ่งเดียวในโลก เนื่องในวันอาสาฬหบูชา งานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 88 ไอยรา 

วันนี้ (30 ก.ค.58) เวลาประมาณ 07.00 น. นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และชาวสุรินทร์ ได้นำส่วนราชการ พ่อค้า และประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน ร่วมทำบุญตักบาตรบนหลังช้างจำนวน 88 เชือก พระสงฆ์กว่า 100 รูป บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม-เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก)

สุรินทร์คึกคัก! ตักบาตรบนหลังช้าง ปชช.แห่ร่วมนับหมื่น

เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นงาน “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างจังหวัดสุรินทร์” ประจำปี 2558 จัดในวันที่ 29-30 ก.ค. 58 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนเกิดเจตคติที่ดีต่อวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์

สุรินทร์คึกคัก! ตักบาตรบนหลังช้าง ปชช.แห่ร่วมนับหมื่น

โดยปีนี้ทางจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดกิจกรรมขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ช่วงเย็นของวันที่ 29 ก.ค. 58 มีกิจกรรมแห่เทียนพรรษาจากคุ้มวัดต่างๆ และขบวนช้าง 88 เชือก ตกแต่งประดับไฟสวนงามเข้าร่วมพิธี และในช่วงเช้าวันนี้ ถือว่าเป็นไฮไลท์ของงานและเป็นหนึ่งเดียวในโลก คือการตักบาตรพระสงฆ์บนหลังช้าง

ทั้งนี้ มีการจัดอัฒจรรย์หันหน้าเข้าหากัน โดยมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และพระสงฆ์ นั่งบนหลังช้างออกเดินช่องตรงกลางรับบิณฑบาต และให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมใส่บาตรกันทุกคน ซึ่งปีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในจังหวัดสุรินทร์ และนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน ได้เข้าร่วมตักบาตรพระสงฆ์ และชมความสวยงามและความยิ่งใหญ่ที่มีแห่งเดียวในโลกด้วย

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Tnews

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News