ปิติ! งานแต่งหนูน้อยป่วยลูคิเมียกับบุรุษพยาบาล

สุดซึ้ง บุรุษพยาบาลหนุ่มและเพื่อนๆ จัดงานแต่งเซอร์ไพรส์หนูน้อยวัย 4 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หลังรู้ว่าเธอชื่นชอบเขามากแค่ไหน

แต่งงาน,ลูคีเมีย,เซอร์ไพรส์,บุรุษพยาบาล

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีการจัดงานแต่งงานระหว่าง ‘แอ็บบี้ เซเลส’ หนูน้อยวัย 4 ขวบ และ แมตต์ ฮิคลิ่ง วัย 29 ปี บุรุษพยาบาลซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของหนูน้อยแอ็บบี้มากที่สุด พวกเขาทั้งคู่สนิทสนมและผูกพันธ์กันมาก หลังจากที่หนูน้อยเดินทางมายังโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย

ทั้งนี้ทั้งนั้น บุรุษพยาบาลหนุ่มคนนี้ สามารถรับรู้ถึงความชื่นชอบและปลื้มปริ่มในตัวเอง ที่หนูน้อยมีให้ ดังนั้นเขาจึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล คิดเซอร์ไพรส์ที่แสนพิเศษนี้ขึ้นเพื่อให้เธอมีกำลังใจในการรักษาตัวต่อไป

กระนั้นในที่สุดงานแต่งงานเล็ก ๆ ระหว่าง แมตต์ และ แอ็บบี้ ได้เกิดขึ้น โดยทุกคนได้ร่วมมือกันเนรมิตรงานแต่งให้เธอเป็นดั่งความรักในเทพนิยาย และถึงแม้จะเป็นเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ แต่อย่างน้อยก็สามารถทำให้หนูน้อยวัย 4 ขวบ ที่ป่วยเป็นลูคีเมียคนนี้ยิ้มได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังช่วยให้เธอคลายกังวลก่อนที่เธอจะเข้ารับการรักษาอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวน่ารัก และงานแต่งงานที่จัดขึ้นเพื่อเซอร์ไพรส์หนูน้อยครั้งนี้ ได้หลั่งไหลไปในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยคลิปวีดีโอเหตุการณ์งานแต่งงานของทั้งคู่ มีชาวโซเชียลเข้าไปชมมากกว่า 13 ล้านวิวภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน

MThai News

ที่มา   inquisitr

ภรรยาเสี่ยชูวงษ์ ให้ปากคำเพิ่ม สงสัยปมโอนหุ้น?

นางศิริวรรณ แซ่ตั้ง ภรรยาของนายชูวงษ์ แซ่ตั้ง เข้าให้ปากคำตำรวจ พร้อมขอให้ตำรวจคลี่คลายข้อสงสัยการเสียชีวิต และประเด็นการโอนหุ้นให้บุคคลอื่น

วันนี้ 20 ก.ค. นางศิริวรรณ แซ่ตั้ง ภรรยาของนายชูวงษ์ แซ่ตั้ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง พร้อมด้วยทนายความ และครอบครัวเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลอุดมสุข เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม

ภรรยาเสี่ยชูวงษ์เข้าให้การกับตำรวจ

โดยขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับอุบัติเหตุว่า รถมีการเฉี่ยวชนแล้วปีนขึ้นฟุตบาทก่อนประสบอุบัติเหตุจริงหรือไม่ ตามคำให้การของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์ในช่วงที่เกิดเหตุ หลังไม่พบร่องรอยการขูดกระแทกบนล้อรถยนต์ด้านซ้าย

ส่วนประเด็นการที่นายชูวงษ์ มีการโอนหุ้นไปให้บุคคลที่สาม จำนวนเกือบ 300 ล้านบาท ขณะนี้ตำรวจกองปราบปราม ได้อายัดการทำธุรกรรมโอนหุ้นไว้ตรวจสอบแล้ว

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

รู้หรือไม่ เงินประกันสังคมที่โดนหักทุกเดือน คือค่าอะไรบ้าง ?

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย เคยรู้หรือไม่ว่า เงินประกันสังคมที่โดนหักอยู่ทุกเดือนนั้น มันคือค่าอะไรบ้าง !?

เรีียกว่าตอนนี้เศรษฐกิจบ้านเมืองเราก็กำลังแย่ จะหยิบจ่ายใช้สอยอะไรก็คิดหนัก เงินเดือนที่ได้ในแต่ละเดือนก็ไม่พอใช้ แถมยังโดนหักค่าประกันสังคมอีกเดือนละ 750 บาท ลำพังจะไม่ให้หักก็ไม่ได้เพราะมันเป็นกฎของบริษัท เฮ้อออออ มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ทำได้ก็แค่ก้มหน้าทำงาน

แต่เดียวก่อน !!! พวกเราเคยรู้กันบ้างไหมว่า เงิน 750 บาท ที่เราโดนหักกันอยู่ทุกเดือนเนี่ย มันคือค่าอะไร ??

วันนี้ (20 ก.ค. 58) MThai News ได้ท่องโลกโซเชียลจนเข้าไปเจอกับโพสต์ ๆ หนึ่ง ในเฟซบุ๊กชื่อว่า ข่าวหุ้น ข่าวธุรกิจ ที่เขาได้คิดแบ่งเงิน 750 บาท พร้อมอธิบายอย่างละเอียดแบบเข้าใจง่าย ถึงผลประโยชน์ของประกันสังคม ซึ่งมนุษย์เงินเดือนอย่างเราต้องทำการศึกษาเอาไว้

ScreenHunter_19 Jul. 20 15.36    ScreenHunter_20 Jul. 20 15.38

โดยมีรายละเอียดดังนี้

เงินประกันสังคม ใครจ่ายไว้ก็ไปรับซะนะ ถ้าไม่รับก็จะเสียประโยชน์ไป

สำนักงานประกันสังคม เขาทำอย่างไร กับเงินที่เราจ่ายทุกเดือน ลูกจ้างอย่างเราต้องรู้ -ต้องศึกษาไว้
เงิน 750 บาท แล้วนายจ้างจ่ายสมทบ ทุกเดือนให้อีก 750 บาท ต่อคน ต่อเดือน เช่นกัน

ในแต่ละเดือนของประกันสังคม แบ่งเงิน ไปทำอะไร อย่างไหนบ้าง !?

เงิน 750 บาท ในแต่ละเดือนของประกันสังคม จะถูกแบ่งเป็น…

– 225 บาท ดูแลเรื่องเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และตาย ถ้าไม่ใช้สิทธิ เงินส่วนนี้ก็จะหายไป .. ไม่ได้คืน

– 75 บาท ใช้ประกันการว่างงาน ถ้าว่างงานเมื่อไหร่ ก็เอาเงินส่วนนี้มาใช้ในระหว่างตกงาน รอหางานใหม่ แต่ถ้าไม่ว่างงานเลย เงินส่วนนี้ก็จะหายไป .. ไม่ได้คืน

– 450 บาท เก็บเป็นเงินออม จะได้คืนเมื่ออายุครบ 55 ปี โดยเงื่อนไขการได้เงินก้อนสุดท้าย (เงินออม เมื่อครบ 55 ปี คืน) คือ

1. จ่ายประกันสังคม .. ไม่ครบ 1 ปี ได้คืนส่วนที่จ่ายเป็นเงินก้อน เรียกว่าบำเหน็จชราภาพ

เช่น จ่ายเดือนละ 750 บาท มาโดยตลอด 10 เดือน (750 บาท จะถูกหักเป็นเงินออม 450 บาท) เมื่ออายุครบ 55 ปี จะได้คืน 450 บาท x 10 เดือน = 4,500 บาท

2. จ่ายครบ 1 ปี แต่ ไม่ถึง 15 ปี จะได้เป็นเงินก้อนเรียกว่าบำเหน็จเช่นกัน แต่จะมากกว่าข้อ 1. คือ ได้ส่วนที่นายจ้างสมทบไว้ด้วย

เช่น จ่าย 750 บาท ตลอด 7 ปี (84 เดือน) ที่จะได้รับคืนเมื่ออายุครบ 55 ปี คือ 450 บาท (ส่วนที่ตนเองจ่าย) + 450 บาท (ส่วนที่นายจ้างจ่าย) x 84 เดือน = 75,600 บาท

3. จ่ายตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จะได้รับเป็นเงินรายเดือน เรียกว่า บำนาญ-ชราภาพ โดยคำนวณ 2 กรณี คือ

– กรณีจ่ายครบ 15 ปี เป๊ะ ๆ จะได้รับรายเดือน คือ 20% ของเฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย

สมมติ  60 เดือนสุดท้าย เฉลี่ยแล้วเท่ากับ 15,000 บาท จะได้รับ 20% คือ เดือนละ 3,000 บาท ไปจนตาย

– กรณีสมทบมากกว่า 15 ปี จะได้รับโบนัสเพิ่ม 1.5% ของเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย หากครบปี

เช่น จ่ายครบ 20 ปี รายเดือนที่จะได้รับ คือ 20% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน + 1.5% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน x 5 ปี (จ่าย 20 ปี เกินจากที่กำหนดขั้นต่ำมา 5 ปี)

สมมติ  เฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย เท่ากับ 15,000 บาท จะได้รายเดือน คือ

(20% x 15,000 บาท ) = 3,000 บาท
+
(1.5% x 15,000 บาท x 5 ปี) = 1,125 บาท

รวมเป็น 4,125 บาท ต่อเดือนไปจนตาย

กรณีที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพแล้ว แต่ยังไม่ครบ 5 ปีเลย แล้วเสียชีวิตไปก่อน กรณีเช่นนี้ จะได้รับบำเหน็จ 10 เท่า ของเดือนสุดท้าย ของ เงินบำนาญ ที่ได้รับ

เช่น รับเงินรายเดือน เดือนล่าสุด 6,375 บาท ตายปุ๊บ รับ 63,750 บาท

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News