บิ๊กอ๊อด ร่อนหนังสือ ขอซื้อปืน 1.5 แสนกระบอก

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ทำหนังสื่อถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอสั่งซื้ออาวุธปืนเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ จำนวน 1.5 แสนกระบอก

วันนี้ 20 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้มีหนังสือเลขที่ ตช0001(ผบ.)/956 ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ขออนุญาตสั่ง และนำเข้าอาวุธปืนตามโครงการจัดหาอาวุธปืนพกสั้นเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง

ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดทำโครงการจัดหาอาวุธปืนพกสั้น เพื่อเป็นสวัสกิการแก่ขัาราชการตำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้าราชการตำรวจ มีกรรมสิทธิ์อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ยี่ห้อซิกซาวเออร์ รุ่น พี 320 จากประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่มีความทันสมัย และสามารถมาใช้ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ราชการในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เพื่อเสริมหรือทดแทนอาวุธปืนพกสั้นของทางราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีจำนวนไม่เพียงพอแก่การใช้งาน และเป็นอาวุธปืนที่ไม่ทันสมัย เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณการจัดหา ซึ่งจากการสำรวจความต้องการ มีข้าราชการตำรวจประสงค์ขอซื้อจำนวน 152,469 ราย

ขอบคุณข้อมูล กรุงเทพธุรกิจ

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

พิเรน!ทาหน้าดำ ซวยต้องใช้ผิวก้นปลูกถ่ายใบหน้า

วัยรุ่นสาวชาวอเมริกันร่วมแคมเปญ #DontJudgeChallenge โดยการ ใช้ปากกาสีดำระบายทั่วผิวหน้า แต่ดันซวยล้างไม่ออก จนต้องปลูกถ่ายผิวหนังบนหน้าใหม่

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานเรื่องราว หลังจากเกิดกระแสใหม่บนโลกออนไลน์ในการชักชวนผู้เข้าร่วมแคมเปญรณรงค์เกี่ยวกับการวัดค่าความงามของคนเรา ที่ไม่ควรมองกับเพียงแค่เปลือก ที่มีชื่อว่า #DontJudgeChallenge อย่าด่วนตัดสินใครจากภายนอก ซึ่งผู้คนทั่วโลก ต่างพากันอัดคลิปด้วยการทาหน้าทาตาให้ดูน่าเกลียด พร้อมทั้งท้าทายไปยังเพื่อนคนอื่นๆ เป็นทอดๆ เปิดเผยใบหน้าที่แตกต่างของตัวเอง เพื่อร่วมแคมเปญดังกล่าว

don't judge challenge,แคมเปญ,ทาหน้าดำ,ปลูกถ่ายผิวหนังใหม่,ปากกา,ล้างไม่ออก

แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันหลังจากที่ ‘ฟาร์ราห์ มาร์แชลล์’ เด็กสาวจากรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ ที่โชคไม่ดีนัก หลังจากได้ทำคลิปเข้าร่วมแคมเปญ #DontJudgeChallenge ด้วยการนำปากกาสีดำมาระบายลงไปทั่วทั้งผิวหน้า หารู้ไม่ว่านั่นเป็นการกระทำอันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามแผน เมื่อปากกาที่เธอนำมาเขียนบนหน้านั้นดันเป็นชนิดล้างไม่ออก แม้ทำทุกวิธีทาง แต่กลับไม่สามารถล้างสีดำเหล่านี้ออกไปได้

โดยท้ายที่สุดแล้ว เธอได้โทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเพื่อช่วยพาเธอไปยังโรงพยาบาลนอร์ทไซด์อย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม มารดาของฟาร์ราห์ เปิดเผยว่า เธอจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายผัวหนังบนใบหน้าใหม่ ด้วยการนำผิวหน้าที่กลายเป็นสีดำออก และนำผิวหนังบริเวณบั้นท้ายมาปลูกถ่ายแทน ทั้งยังต้องตั้งกองทุนเพื่อระดมเงินบริจาคเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับฟาร์ราห์ อีกด้วย

พร้อมกันนี้ ข่าวร้ายของฟาร์ราห์ได้กลายมาเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในสื่อสังคมออนไลน์ บ้างก็แสดงความเห็นใจ ในขณะที่บางส่วนกลับแสดงความไม่เห็นด้วยที่เธอนำเอาการท้าทายดังกล่าวมาล้อเลียนในเชิงที่รุนแรง และผลของการกระทำครั้งนี้ ก็สาสมแล้วที่เธอได้รับ

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เครือข่ายหยุดถ่านหิน บุกร้องนายกฯอดข้าวประท้วง

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ยื่น3 ข้อ นายกฯ เลื่อนประมูลโรงไฟฟ้าถ่านหิน หยุดกระบวนการ EIA,EHIA ตั้งกก.ร่วมรัฐ-ปชช. ให้เวลา 3 ปี กระบี่พึ่งตัวเอง

วันที่ 20 ก.ค.58 กลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน นำโดย นางขวัญกนก กสิวัฒน์ ตัวแทนกลุ่ม เดินทางมายื่นหนังสือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่ทำเนียบรัฐบาล -ขอให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินในจังหวัดกระบี่ เพื่อหวังให้อันดามันเกิดความมั่นคงทางพลังงานหมุนเวียนและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน

โดยมีประเด็นการเรียกร้องทั้งหมด 3 ข้อคือ ขอให้ยุติการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA) -(EHIA) ทั้ง 2 ฉบับ ที่จะนำไปสู่การสร้างโรงไฟฟ้า ท่าเรือขนส่งถ่านหิน พร้อมทั้งขอให้เลื่อนประมูลออกไปอย่างไม่มีกำหนด และให้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาข้อเสนอของทางกลุ่มในการทำพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ ขอเวลา 3 ปี ทำพลังหมุนเวียนในพื้นที่ให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ภายใต้เงื่อนไขว่ารัฐบาลต้องสนับสนุนการขยายระบบโครงข่ายส่งไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนของจังหวัดกระบี่เข้าสู่สายส่งไฟฟ้าได้เป็นลำดับแรก

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน

สำหรับการเคลื่อนไหว ก่อนหน้านี้ เครือข่ายได้รวมกันที่บริเวณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. และครั้งนี้ หากไม่ได้รับคำตอบจากทางรัฐบาล จะใช้วิธีอารยะขัดขืน และรวมคนทั้งประเทศ เพื่อหยุด โครงการดังกล่าว โดยทางกลุ่มได้ทำการอดอาหารประท้วงมาแล้วกว่า 10 วัน และจะเพิ่มจำนวนคนร่วมอดอีก100คน หากรัฐยังเพิกเฉย

ภาพ @watsana_voicetv

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News