สุดอัศจรรย์ ฟอสซิลสเปิร์มในรังไข่ รอวิวัฒนาการกลายเป็นตัวอ่อน ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของ สัตว์ขั้วโลกใต้ มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก
วานนี้ (15 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการผุดพบซากฟอสซิลของรังไข่ที่มีสเปิรม์ของสัตว์ชนิดหนึ่งที่คาบสมุทรขั้วโลกใต้ ทวีปแอนตาร์กติกา อยู่ภายใน โดยผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์จากหลักฐาน และคาดการณ์ว่าฟอสซิลนี้มีอายุมากกว่า 50 ล้านปี ซึ่งอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ถือว่าเป็นฟอสซิลรังไข่ชิ้นดังกล่าว เป็นชิ้นทที่หายาก และมีอายุมากที่สุดในโลก ซึ่งจากการศึกษาในด้านดังกล่าว แทบไม่มีครั้งใดที่นักโบราณคดี จะพบกับฟอสซิลในลักษณะดังกล่าวมาก่อน

โดย เบนจามิน บอมเฟลอร์ นักวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์ จากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดนการ เปิดเผยว่า การค้นพบฟอสซิลนี้จะช่วยให้นักวิจัยไขความลับประวัติศาสตร์การวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก และสนับสนุนข้อมูลทางด้านการศึกษาฟอสซิลในอนาคต
ทั้งนี้ทั้งนั้น ฟอสซิลรังไข่ ที่ถูกพบครั้งนี้ นี้มีชื่อว่า Clitellata ถูกฝังอยู่ในตะกอนดินบนเกาะมาแรมบิโอ ในคาบสมุทรขั้วโลกใต้ โดยคาดว่ารังไข่นี้ถูกฝังไว้ประมาณ 50 ล้านปีที่แล้ว ในช่วงต้นของยุค Eocene ซึ่งเป็นยุคที่เก่าแก่ที่สุดของวิวัฒนาการ การค้นพบครั้งนี้เผยให้เห็นประวัติศาสตร์การวิวัฒนาการอาจจะซับซ้อน และแสดงให้เห็นว่า สัตว์ชนิดนี้ได้ขยายพันธุ์ไปได้ไกลมาก
ส่วยในด้านของลักษณะทางกายภาพ ขนาดและรูปร่างของฟอสซิล ค่อนข้างคล้ายกับสเปิรม์ของกั้ง หรือปลิง ในปัจจุบัน และเมื่อขยายเข้าไป ทำให้เห็นโครงสร้างทางชีวภาพที่มีขนาดเล็ก มีลักษณะเหมือนสเปิร์มอยู่ภายใน
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยคาดว่า จากการค้นพบฟอสซิลดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตสองเพศที่โตเต็มวัย ได้ปล่อยสเปิรม์ลงไปในรังไข่ จากนั้นรังไข่จึงถูกปิดผนึกและถูกฝังไว้ หลังจากนั้นผ่านไปหลายชั่วโมง รังไข่ได้แข็งตัวเพื่อสร้างเยื่อหุ้มไข่สำหรับการพัฒนาตัวอ่อน
กระนั้นนักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสวีเดน คาดว่า ชิ้นส่วนที่มีลักษณะคล้าย”ดอกสว่าน” บริเวณส่วนหางคือสเปิรม์ของหนอน เนื่องจากพบชิ้นส่วนที่มีลักษณะคล้ายกันในตัวอสุจิของหนอนกั้งที่อยู่ในวงศ์ Branchiobdellida
พร้อมกันนี้ ทีมนักวิจัยได้เก็บเอาตัวอย่างจากฟอสซิลรังไข่สเปิร์มชิ้นนี้ เพื่อรวบรวม นำมาวิเคราะห์ข้อมูล ค้นหาความจริง เกี่ยวกันสิ่งมีชีวิต และปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต
ตืดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com
MThai News
ที่มา theguardian


