เผยน้ำประปาอาจมีรสกร่อย หลังพบค่าเค็มขยับสูง

กปน.เปิดเผยว่าในช่วงนี้น้ำประปาอาจมีสรกร่อย เนื่องจากพบว่าค่าความเค็มสูงขึ้น ผลมาจากน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา 

วันนี้ 16 ก.ค. นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) แจ้งว่าช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติ ส่งผลให้น้ำทะเลหนุนขึ้นมาถึงจุดรับน้ำดิบของ กปน. บริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล อ.เมือง จ.ปทุมธานี พบว่าค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มขยับสูงขึ้นตั้งแต่คืนวันเสาร์ (11 ก.ค.58) ที่ผ่านมา

การประปานครหลวง

ทำให้ช่วงเวลาที่ค่าความเค็มในน้ำดิบเกิน 0.5 กรัม/ลิตร เป็นระยะเวลานาน แม้ กปน. ได้หลีกเลี่ยงการสูบน้ำดิบในช่วงเวลาดังกล่าวมาผลิตน้ำประปาแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากภาวะน้ำทะเลหนุนครั้งนี้สูงต่อเนื่องหลายวัน จึงจำเป็นต้องสูบน้ำดิบที่มีความเค็มดังกล่าว มาผลิตน้ำประปาด้วย

ทั้งนี้ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ สำนักงานประปาสาขาสุขุมวิท พระโขนง สมุทรปราการ แม้นศรี ทุ่งมหาเมฆ ลาดพร้าว พญาไท มีนบุรี สุวรรณภูมิ ประชาชื่น และบางเขน ซึ่งอาจส่งผลให้น้ำประปาในช่วงนี้มีรสชาติเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง แต่คุณภาพน้ำประปายังได้มาตรฐาน และสามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย

ขอบคุณ การประปานครหลวง

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เปิดชื่อ22ผู้สมัคร คปก.ถูก ม.44ระงับสรรหา?

คสช.ใช้อำนาจ ม.44 ยุติการสรรหาคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือ คปก. หลังมีผู้สมัครแล้ว 22 ราย ชี้ ซ้ำซ้อนกับ ร่าง รธน.

คณะรักษาความสงบแห่งชาติออกคำสั่ง ที่ 20 / 2558 เรื่อง ระงับการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการปฏิรูปกฎหมาย สืบเนื่องจากการประกาศรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาและคัดเลือกเพื่อเสนอชื่อเป็น คปก. แทนกรรมการชุดเดิมที่หมดวาระตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยในคำสั่งระบุว่า ในปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปประเทศและหลักการสำคัญส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ซึ่งหลักเกณฑ์หรือกลไกที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอาจจะมีการวางหลักเกณฑ์ที่แตกต่างไปจากปัจจุบัน

คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือ คปก.

ขณะเดียวกัน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2558 ก็มีองค์กรที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆรวมถึงด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมด้วย

ดังนั้นเมื่อคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้หมดวาระลงไปแล้ว จึงควรว่าควรระงับการสรรหาและคัดเลือกกรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดใหม่ไว้ก่อน

โดยการอาศัยตามอำนาจกฎหมายมาตรา 44 จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1.ให้ระงับการคัดเลือกเสนอชื่อเป็น คปก. ตาม พรบ.คปก. 2553 จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

2.ให้ คปก.ที่พ้นตำแหน่งไปแล้วแต่ยังทำหน้าที่ตาม ม. 12 ของ พรบ. คปก. ให้พ้นจากตำแหน่งตั้งแต่คำสั่งนี้บังคับใช้

3.ในระหว่างที่ยังไม่มี คปก. ให้สำนักงาน คปก. สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือ ปฎิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย โดยอาศัยภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี

4. คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ทั้งนี้ ปัจจุบันกระบวนการสรรหา คปก. ชุดใหม่ อยู่ในขั้นตอนสุดท้าย โดยมีผู้เข้ารอบการคัดเลือกจำนวน 22 คน และในวันที่ 19 ก.ค. 2558 จะมีการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกให้เหลือ 11 คน

โดยรายชื่อ 22 คนที่ผ่านการคัดเลือก ได้แก่

1.นายไพโรจน์ พลเพชร 2.นางสุนี ไชยรส 3.ศ.ดร.เสาวนีย์ อัศวโรจน์ 4.นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ 5.ศ.ดร.กำชัย จงจักรพันธ์

6.นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ 7.นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ 8.นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ 9.นางสุภัทรา นาคะผิว

10.ศ.ดร.ศุภลักษณ์ พินิจภูวดล 11.นายคมสัน โพธิ์คง 12.ศ.ธงทอง จันทรางศุ 13.ศ.พิเศษวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ

14.นายวินัย ลู่วิโรจน์ 15.นายอรรณพ ลิขิตจิตถะ 16.นายวสันต์ พานิช 17.นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ

18.พลตำรวจเอก วันชัย ศรีนวลนัด19.ผศ.เมธี วงศ์สุวรรณ 20.นายพาณิชย์ เจริญเผ่า

21.นายวิชัย โถสุวรรณจินดา 22.นายอนุรักษ์ นิยมเวช

ที่มา prachatai

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ป่วนสงขลา!แขวนป้ายโจมตี-พ่นสีสเปรย์บนถนน

ผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ แขวนป้ายผ้าและพ่นสีสเปรย์บนถนน โจมตีการทำงานของไทย ด้าน ผจว.สงขลา สั่งฝ่ายปกครองเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

วันนี้ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.สงขลา มีการแขวนป้ายผ้าและพ่นสีสเปรย์บนถนน 5 จุด ใน 3 ตำบล ของ อ.สะบ้าย้อย ที่ หมู่ 1 ต.เปียน แขวนป้ายผ้า 1 จุด และและพ่นสีสเปรย์บนถนน 1 จุด หมู่ 2 ต.สะบ้าย้อย แขวนป้ายผ้า 1 จุด และพ่นสีสเปรย์บนถนน 1 จุด และในพื้นที่ ต.จะแหน แขวนป้ายผ้า 1 จุด

โจรใต้ป่วน แขวนป้ายผ้า

โดยเขียนข้อความโจมตีการทำงานของทางไทย ในการแก้ปัญหาความไม่สงบเช่นเดียวกับใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คาดว่าเป็นฝีมือของแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์เชื่อมโยงกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงสุดท้ายเดือนรอมฎอน

ฝ่ายความมั่นคงได้แจ้งเตือนให้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์และเฝ้าระวังการก่อเหตุรุนแรงตามมา มีการตั้งด่านความมั่นคงบนถนนสายหลักที่เชื่อมต่อกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 24 ชม. และด่านสกัดถนนสายรองที่เชื่อมตัว อ.หาดใหญ่ อ.เมือง และ อ.สะเดา

ทางด้านนายธำรงค์ เจริญกุล ผจว.สงขลา กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ผู้นำท้องที่ตรวจสอบอยู่ว่าเป็นฝีมือฝ่ายไหน และในช่วงสุดท้ายของเดือนรอมฏอนและวันฮารีรายอ พร้อมกำชับให้ฝ่ายปกครองทุกอำเภอและทุกตำบลใน 6 อำเภอชายแดนและเศรษฐกิจ มีการติดตามความเคลื่อนในหมู่บ้าน หากมีคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน ให้แจ้งปลัดอำเภอประจำตำบล และให้ผู้นำท้องที่เสริมกำลังฝ่ายความมั่นคงเมืองเศรษฐกิจ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ความไม่สงบ

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News