ด่วน!ปล่อยตัวบิ๊กแจ๊ด อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้อง-กลับไทยเร็วนี้

โฆษกตร. เผยอัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้อง “คำรณวิทย์” พกปืนเข้าสนามบินนาริตะ ล่าสุดปล่อยตัวแล้ว เตรียมเดินทางกลับไทยเร็วๆนี้

วันที่ 13 ก.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่า ทางอัยการญี่ปุ่น มีคำสั่งไม่ฟ้อง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว หลังถูกจับกุมข้อหาพกพาอาวุธปืนที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น

ปล่อยตัวบิ๊กแจ๊ด

อัยการญี่ปุ่นปล่อยตัว คำรณวิทย์

และครบกำหนดที่อัยการญี่ปุ่นจะพิจารณาวันนี้หลังจากคุมตัวฝากขัง 20 วันตามกฎหมายญี่ปุ่น ซึ่งทราบว่า หลังสั่งไม่ฟ้อง ตอนนี้ได้รับการปล่อยตัวแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น และน่าจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเร็วๆนี้

ส่วนเงื่อนไขที่อัยการไม่สั่งฟ้องครั้งนี้ รายละเอียดยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง แต่ทั้งนี้ การไม่สั่งฟ้องของอัยการญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะการประสานงานระหว่างประเทศ และเจตนาของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ได้ให้การไว้ตั้งแต่แรกว่าไม่ได้มีเจตนาพกพาอาวุธปืน

อย่างไรก็ตาม หลังจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์กลับมาแล้ว จะต้องมีการสอบถาม เรื่องการพกพาอาวุธปืนอีกครั้ง แต่ไม่ถึงกลับต้องเรียกมาพบอย่างเป็นทางการ

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แสดงความยินดีล่วงหน้ากับครอบครัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ได้รับการปล่อยตัว ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ได้ทราบข่าว ส่วนการพกพาอาวุธปืนขึ้นเครื่อง สามารถทำได้ทั้งที่เดินทางในไทยและต่างประเทศ แต่ต้องได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานนั้นๆ รวมทั้งกฎของการบินด้วย

ขอบคุณภาพจาก Fuji News

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ต้องอ่าน 8เหตุผลคาใจ ทำไมไม่รวยสักที?

ในช่วงที่ ภาวะเศรษฐกิจไทยกำลังประสบปัญหาในหลายๆด้าน มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ คงต้องเร่งทำงานหาเงิน เพื่อตอบสนองความต้องการ และเก็บไว้เพื่ออนาคต หลายคนคงสงสัยว่าทำไมหาเงินได้มากมายแต่เงินเก็บกลับมีเพียงน้อยนิด เรามาดู 8 เหตุผลหลัก ที่คาดว่า ทำไมคุณถึงยังไม่รวยสักที ?

BD1258-001

1. คุณโน้มน้าวตัวเองว่าเงินนั้นไม่สำคัญ
ควรลองเปลี่ยนแนวคิดเสียใหม่ เช่น ถ้าคุณคิดว่าทีวีจอยักษ์ไม่สำคัญ คุณก็คงไม่ซื้อทีวีจอยักษ์ เช่นเดียวกับเงิน ถ้าคุณคิดว่าเงินไม่สำคัญ คุณก็จะไม่ขวนขวายหาเงิน

2. คุณยังไม่รู้ว่าเงินทำอะไรให้คุณได้บ้าง
ทุกวันนี้ เงินเป็นเหมือนสิ่งที่กำหนดความต้องการและตัวตนของคุณ ไม่ว่าจะเป็น การเดินทาง เสื้อผ้าที่สวมใส่ อาหารที่ชอบ ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ฯลฯ

3. คุณไม่เชื่อว่าคุณมีค่าพอที่จะรวย
เราทุกคนมีค่าเท่าเทียมกัน เราคู่ควรที่จะมีทุกอย่างที่เราต้องการในชีวิต ถ้าไม่ใช่คุณ แล้วจะใครเสียอีก? คุณนั่นแหละควรค่าที่จะได้รับความมั่งคั่ง เพราะฉะนั้น เริ่มทำตัวให้คู่ควรได้แล้ว

4. คุณไม่รู้ว่าคุณต้องการสิ่งใด
เหมือนกับการตั้งเป้าหมายในชีวิต คุณต้องตัดสินใจเลือกไลฟ์สไตล์ในอุดมคติของคุณ บางครั้งอาจเป็นการได้ทำงานอยู่ที่บ้าน, หรือเที่ยวต่างประเทศ 6 ครั้งต่อปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณต้องชัดเจนว่าคุณต้องการสิ่งใด!

5. คุณไม่มีแผนการในการสร้างความมั่งคั่ง บริหารความมั่งคั่ง และรักษาความมั่งคั่ง
เมื่อคุณรู้เป้าหมายด้านการเงินที่คุณต้องการจะได้รับแล้ว คุณต้องหาหนทางที่คุณจะพาคุณไปถึงเป้าหมายนั้น คุณต้องมีพันธสัญญาที่จะทำตามระบบ และคิดแผนที่จะสร้างรายได้จากช่องทางอื่นจากทักษะและความสามารถที่คุณมี

6. คุณไม่รู้ว่าคุณต้องทำอะไรถึงจะรวย
ห้ามทำธุรกิจหรืออาชีพที่คุณไม่สนใจ หรือไม่มีความรู้ มากพอที่จะทำ เด็ดขาด เพราะคุณจะทำมันไม่ได้ไม่ดี แต่ถ้าเป็นสิ่งที่คุณตกหลุมรัก จะสามารถทำสิ่งนั้นได้ทั้งวัน ชนิดที่ว่าลืมเวลาไปเลย ทำให้คุณแสดงศักยภาพเต็มที่ และจะประสบความสำเร็จในที่สุด

7. คุณไม่ได้ “ทำ” เหมือนที่คนรวยทำ
คนรวยส่วนใหญ่เป็นนักปฏิบัติ ลงมือทำ และทำงานอย่างหนัก เพื่อความก้าวหน้า บางคนทำงานหนักถึง 80-100 ชั่วโมงต่อหนึ่งสัปดาห์ และรู้สึกดีที่ได้ทำงานเพราะว่าพวกเขากำลังทำในสิ่งที่พวกเขารัก

8. คุณไม่ได้ “คิด” เหมือนคนรวย
คนรวยมีวิธีคิดบางอย่างที่แตกต่างจากคนทั่วไป ในการทำงาน การดำเนินชีวิต

เพราะฉะนั้น ควรเริ่มสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ด้วยการเก็บเงินให้ได้มาก การเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนวิถีชีวิต ให้ความสำคัญกับปัจจัยรอบๆตัวให้มากขึ้น ซึ่งความรวยนั้นไม่ใช่เพียงแค่เงินทอง แต่อาจจะเป็นคนที่รวยเพื่อน รวยน้ำใจ รวยความดี ก็อาจส่งผลให้ คุณเป็นคนรวยคนหนึ่งได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับมุมมอง

ที่มา : www.panpho.com

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ผู้พิพากษาฮือ!ลงชื่อต้านร่างรธน.เพิ่มก.ต.คนนอก

ผู้พิพากษา ลงชื่อ 2,079 ต้านร่าง รธน. จ่อชงเพิ่มบุคคลภายนอก เป็นคณะกรรมการตุลาการ(ก.ต.) ซัด ทำลายโครงสร้างยุติธรรม

วันที่ 13 ก.ค.58 มีรายงานว่า ผู้พิพากษาภายใต้การประสานงานรวบรวมรายชื่อของ นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา จะนำรายชื่อผู้พิพากษา 2,079 คน ที่ร่วมคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมจดหมายเปิดผนึกส่งผ่านสำนักงานศาลยุติธรรม ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแถลงอย่างเป็นทางการที่ศาลฎีกา ถนนแจ้งวัฒนะ เวลา 12.00 น.

ผู้พิพากษา ต้าน ร่างรธน.เพิ่ม ก.ต.คนนอก/ gettyimages

หลังจากวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันทำจดหมายเปิดผนึก (ฉบับที่ 2) ถึงประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญกรณีเพิ่มสัดส่วนคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ศาลยุติธรรมจากบุคคลภายนอก และการอุทธรณ์มติ ก.ต.ศาลยุติธรรม เกี่ยวกับโทษทางวินัย

โดยขอให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ พิจารณาทบทวน โดยเสนอว่าให้ผู้ถูกลงโทษทางวินัยมีสิทธิร้องขอให้ ก.ต.ศาลยุติธรรม ทบทวนการลงโทษทางวินัยแก่ผู้พิพากษาได้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อระบบการบริหารงานบุคคลของศาลยุติธรรม และเพื่อเป็นการยืนยันว่า ไม่ต้องการให้เพิ่มสัดส่วน ก.ต.จากบุคคลภายนอก

ข้อมูล js100

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News