เตือน! คนไทยไปทำงานญี่ปุ่นผิดกม. โทษสูงนายจ้างโดนด้วย

เตือนคนไทย ไปทำงานญี่ปุ่นผิดกม. โทษสูง นายจ้างโดนด้วย

แฟนเพจสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ได้ประกาศแจ้งคนไทยที่กำลังจะไปทำงานในญี่ปุ่นแบบผิดกฎหมาย โดยเผยว่า ตามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ได้ขอความร่วมมือสถานทูตฯ ประชาสัมพันธ์รณรงค์ ไม่ให้มีการจ้างแรงงานต่างชาติ (ที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น) ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายนั้น สถานทูตฯ ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบเกี่ยวกับการจ้างงานที่ผิดกฎหมายญี่ปุ่น ดังนี้

11707313_429368643931132_6420438885329682586_n

การลักลอบทำงานผิดกฎหมาย แบ่งได้เป็น 3 กรณี คือ

1)กรณีการว่าจ้างให้คนต่างชาติที่ลักลอบเข้าประเทศหรืออยู่เกินกำหนด (OVERSTAY) ทำงาน

2) กรณีการว่าจ้างให้คนต่างชาติที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เช่น ผู้ที่มาญี่ปุ่นโดยมีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวหรือเยี่ยมญาติ นักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน

3) กรณีการว่าจ้างให้คนต่างชาติที่ทำงานนอกเหนือจากประเภทงานที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เช่น คนที่ได้รับอนุญาตทำงานในโรงงานแต่กลับไปทำงานพ่อครัวแทน

ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษ ดังนี้

– นายจ้างหรือผู้แนะนำให้แรงงานต่างชาติลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือถูกปรับไม่เกิน 3,000,000 เยน (แม้ว่านายจ้างจะอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นการลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายก็ตาม)

– นายจ้างหรือผู้แนะนำแรงงานต่างชาติที่ทำตามข้อ 1 ที่เป็นคนต่างชาติอาจถูกเนรเทศออกจากญี่ปุ่นได้

– นายจ้างที่ยื่นเรื่องการจ้างงานเท็จ หรือไม่ได้ยื่นเรื่องในการจ้างงานจะถูกปรับไม่เกิน 300,000 เยน

ซึ่งหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลการพำนักคนต่างชาติ เบอร์โทรศัพท์ 0570-013904, 03-5796-7112 หรือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใกล้บ้าน

หมายเหตุ ได้ปรับเสริมการแปลข้อความบางส่วนเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และเพื่อต้องการให้คนไทยทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายญี่ปุ่น และหลีกเลี่ยงการกระทำเหล่านี้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เพจดัง แฉเงื่อนงำของกลาง คดีเกาะเต่า?

เพจดัง เผยภาพเอกสาร ยืนยัน คดีเกาะเต่า ของกลางถูกใช้หมด

แฟนเพจ CSI LA ได้เผยแพร่ภาพเอกสารหลักฐานของกลางในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า โดยเอกสารดังกล่าวระบุว่า ของกลางหมดไปในการตรวจพิสูจน์ ซึ่งหลักฐานนี้มีความเกี่ยวพันกับการตรวจ DNA ของเหยื่อและผู้ต้องหาชาวพม่าทั้งสองคน

11701139_866721010072292_143920594547084716_n

โดยแฟนเพจ CSI LA เผยว่า ตนเพิ่งได้คุยกับทนายนคร ซึ่งทางทนายได้ส่งเอกสารนี้จากตำรวจมาให้ตน ในเอกสารนี้บอกว่า ของกลางซึ่งเป็นหลักฐาน DNA ของผู้ต้องหาชาวพม่าทั้ง 2 คน หมดไปกับการตรวจพิสูจน์เเล้ว ฉะนั้นจึงไม่สามารถมีการตรวจสอบได้อีก

นอกจากนี้สื่อ Times ของอังกฤษรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกศาลว่าจอบที่ถูกใช้เป็นอาวุธในการฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษทั้งสองคน ถูกเคลื่อนย้ายจากสถานที่เกิดเหตุ และไม่เคยผ่านการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างสมบูรณ์แบบมาก่อนด้วย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

นักวิทย์ เฉลย ใบโพธิ์สีชมพู ที่แท้แค่?

นักวิทย์ เฉลย ใบโพธิ์สีชมพู เหตุกลายพันธุ์ ตามธรรมชาติ

จากกรณีที่เป็นกระแสฮือฮาไปทั่วประเทศ เกี่ยวกับต้นโพธิ์ออกใบเป็นสีชมพูนวลสวยงาม สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็น และมีคนเดินทางไปขอหวยเป็นจำนวนมาก ล่าสุด ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยว่า

11053406_659385924192045_2778947086394936811_o

ใบโพธิ์สีชมพูเป็นเรื่องธรรมชาติ แค่ต้นโพธิ์มันกลายพันธุ์เท่านั้น ซึ่งหลายคนคงได้เห็นข่าวเจอ ต้นโพธิ์ที่มีใบเป็นสีชมพูในสำนักสงฆ์ ที่เขาสอยดาว จันทบุรี แล้วแปลกใจว่ามันเป็นของปลอม ย้อมสี เอามาแปะไว้หรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วมันเป็นของจริงที่แปลกดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีมาก่อน เคยมีคนเจอต้นโพธิ์ที่ใบสีชมพูมาหลายต้นแล้ว เช่น ที่ร้อยเอ็ด, กาญจนบุรี, พิจิตร ฯลฯ

ซึ่งสาเหตุมาจากเวลาที่ต้นโพธิ์มันผลัดใบ จะมีใบใหม่เป็นสีขาว ๆ อมชมพู แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแดงเข้มขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นสีเขียวในที่สุด ดังนั้นต้นที่เจอว่ามีใบสีชมพู ก็แสดงว่ามันกลายพันธุ์ ยีนที่สร้างคลอโรฟิลล์มันผิดปกติไป ก็เลยไม่เขียว

ทั้งนี้มีข้อมูลระบุว่า โพธิ์มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ficus religiosa ซึ่งหมายถึงพวกต้นฟิก (ไทร) ที่เกี่ยวพันกับศาสนา (พุทธและฮินดู) / การที่ใบโพธิ์มีหางยื่นยาวออกมานั้น เชื่อว่าเพื่อช่วยให้น้ำฝนไหลออกจากใบได้ง่าย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News