จัดระเบียบคุก ให้นักโทษถอด กกน.ก่อนขึ้นเรือนจำ

กรมราชทัณฑ์ ตรวจเยี่ยมเรือนจำคลองเปรม ดูระบบการให้บริการด้านการเยี่ยมญาติ พร้อมออกกฎระเบียบใหม่ให้นักโทษ ถอด กกน. ก่อนขึ้นเรือนจำ

วันนี้ 10 ก.ค. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยนายนิมิต ทัพวนานต์ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม ตรวจเยี่ยมระบบการให้บริการด้านการเยี่ยมญาติ ระบบการฝากเงินและสิ่งของให้กับผู้ต้องขัง ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสะดวกและถือเป็นมาตรฐานของเรือนจำและทัณฑสถาน 143 แห่งทั่วประเทศ

เรือนจำ

นายวิทยา กล่าวว่าขณะนี้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งทั่วประเทศ มีการจัดระเบียบเรือนจำใหม่ เพื่อให้เกิดความสะอาด เรียบร้อยในด้านที่พัก ป้องกันการนำสิ่งของต้องห้าม ซุกซ่อนในเรือนจำ ซึ่งมีการปรับระบบให้บริการใหม่ ตั้งแต่รูปแบบการจัดคิวเยี่ยมญาติ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ สแกนลายนิ้วมือและบัตรประชาชน ก่อนจัดลำดับการเยี่ยมให้ถูกต้อง มีกรอบเวลาชัดเจน และถือเป็นการตรวจสอบผู้เข้าเยี่ยมด้วย

และล่าสุดได้มีการเพิ่มความเข้มงวดป้องกันการนำสิ่งของต้องห้าม ซุกซ่อนขึ้นเรือนนอน โดยมีระเบียบข้อหนึ่งที่ระบุว่า ก่อนขึ้นเรือนจำผู้ต้องขังต้องถอดเสื้อ ห้ามสวมกางเกงชั้นใน เพื่อรับการตรวจค้นนอกจากนี้ยังให้ตรวจสอบอย่างละเอียด สำหรับผู้ต้องขังที่จ่ายตัวไปข้างนอกหลังกลับเข้าเรือนจำต้องผ่านการตรวจค้นด้วยเครื่องบอดี้สแกน เครื่องตรวจโลหะแบบมือถือ หรืออาจให้ผู้ต้องขังทำท่าลุก-นั่งซ้ำกันหลายครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีสิ่งของต้องห้ามซุกซ่อนในส่วนใดของร่างกาย

MThai News

ขอบคุณ เดลินิวส์

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

นัดชี้ชะตา’คดีกรุงไทยปล่อยกู้’เอื้อเครือกฤษดา

ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำพิพากษา ‘คดีกรุงไทยปล่อยกู้’ เครือกฤษดามหานคร กว่า 9,000 ล้าน 26 ส.ค.นี้ ส่วน ‘ทักษิณ’หลบหนีต้องจำหน่ายคดีชั่วคราว

วันที่ 10 ก.ค.58 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย คดีหมายเลขดำที่ อม.3/2555 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี , นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือของ บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 27 ราย เป็นจำเลย

ทักษิณ ชินวัตร Thaksin Shinawatra, Photographer: Munshi Ahmed/Bloomberg via Getty Images

ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , ความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ความผิดต่อ พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 ความผิดต่อ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และความผิดต่อ พ.ร.บ.บริษัทมหาชน พ.ศ.2535

ภายหลังการไต่สวนพยาน 2 ปาก เสร็จสิ้น ศาลได้ให้คู่ความทั้งสองฝ่ายยื่นคำให้การแถลงการณ์ปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในวันที่ 20 ส.ค.นี้ และนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น.

สำหรับคดีนี้เป็นการกล่าวหาว่า ผู้บริหารธนาคารกรุงไทยให้สินเชื่อกลุ่ม บมจ.กฤษดามหานคร ที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร และไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้ แต่กลับมีการอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทดังกล่าว ในวงเงินรวมกว่า 9,000 ล้านบาท  จึงถือว่าผู้เกี่ยวข้องมีพฤติการณ์ ร่วมกันหรือสนับสนุนการกระทำความผิดกรณีธนาคารกรุงไทย

โดยเมื่อปี 2555 ศาลฎีกาฯ ได้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่1 ไว้ และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว เนื่องจากไม่มารายงานตัวต่อศาลฎีกาฯ

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

จยย.จอดซุกป่าย่านรามฯ คาดใช้ก่อเหตุยิงสมยศ

ผบช.น.ตรวจสอบรถจยย.ต้องสงสัย ลักษณะคล้ายพาหนะที่ใช้ก่อเหตุยิง ‘เสี่ยสมยศ’ จอดทิ้งในป่าข้างทางย่านรามคำแหง เร่งประชุมด่วนเย็นนี้

วันที่ 10 ก.ค. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยตำรวจสน.หัวหมาก เดินทางเข้าตรวจสอบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยยี่ห้อซูซูกิสแมช สีแดง ไม่มีป้ายแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะเป็นของคนร้ายที่ใช้ในการก่อเหตุลอบยิง นายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา

รถต้องสงสัย

จยย.ต้องสงสัย ใช้ก่อเหตุยิงสมยศ

ซึ่งพบถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณหน้าร้านอาหารระเบียงบัง ซอยรามคำแหง 24 แยก 2 ถนนถาวรธวัช แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. โดยมีพลเมืองดีแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ

โดยพล.ต.ท.ศรีวราห์ ระบุว่ารถคันดังกล่าวน่าเชื่อว่าเป็นของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุยิงนายสมยศ เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด อาทิ ลักษณะรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ยี่ห้อ สี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจ รวมทั้งเส้นทางการหลบหนีที่ตำรวจพบเป็นจุดสุดท้าย ทั้งนี้รถคันดังกล่าวจะเป็นหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในการติดตามตัวคนร้าย เนื่องจากระหว่างที่คนร้ายนำรถมาจอดทิ้งไว้มีประชาชนพบเห็นเหตุการณ์

ด้านประชาชนที่เป็นผู้พบรถคันดังกล่าว เปิดเผยว่า เห็นรถคันนี้จอดทิ้งไว้นานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ตนจึงเข็นรถเข้าไปในป่าข้างทาง เนื่องจากจอดกีดขวางเส้นทาง โดยครั้งแรกที่พบคิดว่าเป็นรถของคนเมาสุรานำมาจอดทิ้งไว้ แต่รถคันนี้จอดทิ้งไว้นานจนผิดสังเกต จึงได้แจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 19.00 น.วันนี้ ทางชุดสืบสวนจะทำการประชุมคลี่คลายคดี ที่ศูนย์สืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาลต่อไป

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่ news.mthai.com

MThai News