‘ซูปเปอร์ไต้ฝุ่นจันหอม’ ถล่มเกาะโอกินาวา

‘ซูปเปอร์ไต้ฝุ่นจันหอม’ ถล่มเกาะโอกินาวา ของญี่ปุ่น อิทธิพลส่งผลให้พายุลูกดังกล่าว มุ่งหน้าไปยังประเทศจีน และเกาะไต้หวัน ทางการเร่งอพยพประชาชนนับหมื่นราย

ไต้ฝุ่นจันหอม,ญี่ปุ่น,พายุ,โอกินาวา,จีน,จันหอม

วันนี้ (10 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวกรณีที่ สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ประจำประเทศญี่ปุ่น รายงานเรื่อง ‘ซูปเปอร์ไต้ฝุ่นจันหอม’ หลังจากเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่เกาะโอกินาวา เมื่อช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น ด้วยความเร็วลมศูนย์กลางที่รุนแรงถึง 234 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทว่าการเกิดพายุครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเป็นวงกว้าง รวมถึงต้นไม้ในพื้นที่เกิดเหตุได้หักโค่น ได้รับความเสียหาย รายงานระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 23 คน และอีกราว 180 คนต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย ซึ่งอิทธิพลของพายุลูกนี้จะยังคงปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะโอกินาวาหลังจากนี้อีกหลายวัน

ผลกระทบจากการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้ ส่งผลให้ประชาชนราว 42,000 ครัวเรือน เตรียมประสบกับภาวะขาดแคลนกระแสไฟฟ้า

ส่วนทางด้านทางการไต้หวัน โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไต้หวัน อาจได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุลูกนี้ด้วยสถานที่สำคัญมีคำสั่งให้ปิดบริการชั่วคราว นอกจากนี้เรือประมงยังจำเป็นต้องเคลื่อนที่เข้าฝั่ง

รายงานจากสำนักสำนักงานอุตุนิยวิทยาของจีน ได้ระบุว่า ได้มีการสั่งอพยพประชาชนกว่าหลายพันคน ออกนอกพื้นที่ทางภาคตะวันออกของประเทศ เรื่องการออกประกาศเตือนภัยเรื่องพายุจันหอมในระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับอันตรายสูงสุดจาก 4 ระดับ

Mthai News

ที่มา  abc

‘ตดหมูตดหมา’ สุมนไพรเจ๋ง เพิ่มพลังเพศชาย

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เผย ‘ตดหมูตดหมา’ สมุนไพรที่ถูกเมิน สรรพคุณเพียบ ช่วยเสริมพละกำลัง และพลังเพศชาย

ภญ.วัจนา ตั้งความเพียร หัวหน้างานการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า สมุนไพร กระพังโหม หรือ ตดหมูตดหมา เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นเหม็น ทำให้ถูกมองว่าเป็นเพียงวัชพืชตัวหนึ่ง แต่จากการศึกษาข้อมูลภูมิปัญญาของไทย และการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ พบว่า

1.8

ตดหมูตดหมา มีสรรพคุณในการลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันเลว อีกทั้งช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย เนื่องจากมีฤทธิ์ในการเพิ่มฮอร์โมนแอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชาย และสร้างกล้ามเนื้อให้ดูล่ำขึ้นได้ ทำให้ผู้ชายที่เริ่มสูงวัยและมีปัญหาฮอร์โมนเริ่มเสื่อม ก็สามารถใช้ตดหมูตดหมาแก้ปัญหาได้

ตดหมูตดหมา มีฤทธิ์แตกต่างจากหมามุ่ย เพราะหมามุ่ยมีฤทธิ์เพิ่มพลัง แต่ ตดหมูตดหมา เพิ่มความแข็งแรง ซึ่งต้นตดหมูตดหมาจะพบโดยทั่วไป เป็นไม้เถาลำต้นกลม ดอกสีม่วงอมแดง มีผลเป็นรูปทรงกลม

ซึ่งในส่วนต่างๆสามารถนำมาสกัดหรือแปรรูปช่วยในการรักษาโรคได้หลากหลาย ปกติถ้านำใบสดมาขยี้จะมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อนำมาใส่น้ำร้อนหรือผสมในขนม จะมีกลิ่นหอมเย็น นำมาชงน้ำดื่มได้โดยใช้ใบตดหมูตดหมา 7 ใบ มาต้ม ดื่มแก้อาการปวดเมื่อยได้

ทั้งนี้ในต่างประเทศ ได้นำ ตดหมูตดหมา ไปผลิตเป็นอาหารเสริมสมรรถภาพทางเพศออกมาจำหน่าย แต่ในประเทศไทยยังไม่มีการพัฒนาสมุนไพรตดหมูตดหมาเป็นยา หรืออาหารเสริม เนื่องจากติดที่ข้อกฎหมายหลายอย่าง

ส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องของการช่วยรักษาโรคเรื้อรังมากกว่า แต่หากหน่วยงานระดับสูง เช่น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สนใจนำสมุนไพรตัวนี้ไปพัฒนาต่อยอด รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ก็ยินดีให้ความร่วมมือ เพราะวัตถุดิบมีมากพอ อีกทั้งกระบวนการผลิตไม่ยาก ขึ้นอยู่กับการต่อยอดผลิตภัณฑ์

เช็ควิกฤตต่างชาติรุมแบนไทยแลนด์ต้องแคร์!?

ช่วงนี้เราคงจะได้ยินกระแสข่าวเกี่ยวกับปัญหาของไทยกับองค์กรระหว่างประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ ICAO ปักธงแดงมาตรฐานการบินไทย สหรัฐฯถอนความร่วมมือ EU ปักธงเหลืองการค้าประมงผิดกฎหมาย รวมถึงอีกหลายปัญหา ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้บอกว่า กฎหมายคือกฎหมาย ประเทศไทยก็คือประเทศไทย  ไม่มีใครมาแทรกแซงหรือทำอะไรได้

วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะมาเจาะลึกเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้กันแยกออกมาเป็นข้อ ๆ ว่าสาเหตุมาจากไหนแล้ววันนี้เราแก้ไขอะไรไปแล้วบ้าง?

 ปัญหาICAO. ปักธงแดง กรมการบินพลเรือน

องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO เป็นองค์กรที่ กำหนดมาตรฐานและกฎข้อบังคับระหว่างประเทศที่จำเป็นสำหรับความปลอดภัย ความมั่นคง ประสิทธิภาพ และความสอดคล้องของการบิน มีชาติสมาชิก 188 รัฐ โดยเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ICAO ได้ปักธงแดง กรมการบินพลเรือนของไทยเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทางการบิน ซึ่งถ้าเปรียบง่ายๆคือเหมือนเป็นนักเรียนที่สอบตก

โดยข้อที่ไทยยังไม่ผ่านการรับรองคือ แผนแก้ไขข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ หรือ SSC ของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ ICAO ได้เตือนให้ไทยแก้ไขปัญหาภายใน 90 วันแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รวมถึงการส่วนสาเหตุที่ทำให้ไทยสอบตกในส่วนการออกใบอนุญาตการบินนั้น

เนื่องจากไทยยังไม่สามารถจัดทำคู่มือการตรวจสอบการออกใบอนุญาตการบินเสร็จทันกำหนด ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ระดับฝ่ายปฏิบัติ ที่เราเข้าใจกันดีว่าระบบราชการไทยเป็นไปอย่างรวดเร็วมากแค่ไหน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบอะไรเพราะการสั่งห้ามบินเข้าออกเป็นสิทธิตัดสินใจเฉพาะประเทศนั้น

ขณะนี้สิ่งที่ไทยแก้ปัญหาอยู่ก็คือการเพิ่มบุคลากรและจัดทำคู่มือใหม่ที่ต้องอาศัยเวลาในการดำเนินการ และสิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือการเข้ามาตรวจสอบของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (FAA) ที่มีกำหนดจะเข้ามาตรวจสอบ ในวันที่ 13 ก.ค.ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องการปลดธงแดงนั้น ICAO จะเข้ามาตรวจสอบอีกครั้งในเดือนกันยายนว่าแก้ไขปัญหาคืบหน้าแค่ไหน

ทั้งนี้ นอกจากประเทศไทยแล้ว 12 ประเทศที่ถูกติดธงแดง ได้แก่ บอตสวานา เซียร์ราลีโอน แองโกลา จอร์เจีย จิบูตี อุรุกวัย เลบานอน คาซัคสถาน มาลาวี เนปาล เอริเทรีย และเฮติ

ปัญหาสหภาพยุโรป แจกใบเหลืองไทย เตือนเรื่องประมงผิดกฎหมาย

สหภาพยุโรป (อียู) ได้แจก “ใบเหลือง” เตือนไทยในการจัด งาน Seafood Expo Global ซึ่งเป็นงานทางตลาดอาหารทะเลที่มีมูลค่ามหาศาล โดย EU เผยว่าไทยมีปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ไม่รายงานและไร้การควบคุม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไทยในด้านการค้า

เนื่องจากปัจจุบันไทยมีมูลค่าการส่งออกไปยังยุโรป อยู่ระหว่าง 575-730 ล้านยูโรต่อปี ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก หากยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ สหภาพยุโรป (28 ประเทศ) อาจจะยกเลิกการนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศไทย  ทำให้เราสูญเสียมูลค่าส่งออกประมาณ 500 ล้านยูโรต่อปีเลยทีเดียว

โดยทาง EU ได้เรียกร้องให้ไทยแก้ไขปัญหาตามนี้ การปรับปรุงกฎหมายด้านการประมงในประเทศให้สอดคล้องกับหลักการสากล แก้ไขประมงและแรงงานผิดกฎหมาย การตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและติดเครื่องติดตามเรือประมงขนาดใหญ่ ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการจัดทำฐานข้อมูลลงทะเบียนเรือประมง ที่ทำมาตั้งแต่ปี 2551 จนทุกวันนี้ยังจัดเก็บข้อมูลได้ไม่ครบ

ซึ่งรัฐบาลคสช.ได้ประกาศให้เรือประมงมาลงทะเบียนและสิ้นสุดเวลาการลงทะเบียนแล้ว หากตรวจสอบพบเรือลำไหนผิดกฎหมายจะสั่งห้ามออกทะเล เนื่องจากปัญหานี้จะรอช้าไม่ได้อีกแล้ว เพราะถ้าโดนไอยูยูอีกครั้ง งานนี้ไทยอาจจะสูญเสียรายได้มหาศาล

อย่างไรก็ตามก็ต้องมาคอยติดตามดูกันว่าทั้ง“ธงแดง”และ“ใบเหลือง” ไทยจะแก้ไขได้ทันกำหนดเวลาหรือไม่ ซึ่งก็ต้องเข้าใจว่าปัญหาเหล่านี้ถูกสะสมมาเป็นระยะเวลานานทั้งปัญหาด้านนโยบาย การปฏิบัติงานและการขับเคลื่อนไปข้างหน้าที่เป็นไปอย่างเชื่องช้าสุด ๆ

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News