กินเนสส์บุ๊ค ยก กาตาตุมโบ ไลท์นิง ฟ้าผ่ามากสุดในโลก

กินเนสส์บุ๊คเวิลด์ เรคคอร์ดส ยกให้ กาตาตุมโบ ไลท์นิง ในเวเนซุเอลา เป็นพื้นที่ที่เกิดฟ้าผ่ามากที่สุดในโลก คาดหากนำพลังงานมาใช้จะทำให้หลอดไฟสว่างถึง 100 ล้านดวง

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า พื้นที่ กาตาตุมโบ ไลท์นิง บริเวณปากแม่น้ำกาตาตุมโบ จนถึงสุดทะเลสาบมาราไกโบในรัฐซูเลีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเวเนซุเอลา ถูกบันทึกให้เป็นพื้นที่ที่มีฟ้าผ่ามากที่สุดในโลก

ฟ้าผ่า, พื้นที่ที่มีฟ้าผ่ามากที่สุดในโลก, กาตาตุมโบ ไลท์นิง, กินเนสส์บุ๊คเวิลด์

โดยกินเนสส์บุ๊คเวิลด์ เรคคอร์ดส ได้เผยว่าจากการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ หลังจากนายเอริค ควิโรกา นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชาวเวเนซุเอลา ที่เฝ้าสังเกตปรากฏการณ์ฟ้าผ่ามากว่า 17 ปี บอกว่าบริเวณดังกล่าวมีฟ้าผ่ามากที่สุดในโลก

และจากการทำบันทึกพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีฟ้าผ่าเกิดขึ้น 20,000 ครั้งต่อชั่วโมง หรือราว 18-60 ครั้งต่อนาที หรือคิดเป็น 1.2 ล้านครั้งต่อปี และหากนำพลังงานดังกล่าวไปใช้จะทำให้หลอดไฟสว่างได้ถึง 100 ล้านดวง

สำหรับปรากฏการณ์ ฟ้าผ่าคาตาตัมโบ เป็นปรากฏการณ์ที่สร้างขึ้นโดยสภาพแวดล้อมที่ไม่ซ้ำกันที่อยู่รอบทะเลสาบมาราไกโบ เกิดขึ้นจากน้ำใน แม่น้ำ Catatumbo ไหลผ่านโคลนตมในที่ลุ่มจำนวนมหาศาล ซึ่งพวกตมโคลนเหล่านั้นประกอบขึ้นด้วยสารอินทรีย์ ที่กำลังสลายตัว ก่อให้เกิดก๊าซมีเทนลอยตัวเป็นละออง รวมตัวเป็นก้อนเมฆ

ก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซที่มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ เมื่อลอยตัวขึ้นสูงและเจอกับการเสียดสีจากลมร้อนที่พัดมาจากทะเลแคริเบียน และลมที่พัดมาจากแถบเทือกเขาแอนดิส จึงทำให้เกิดความร้อน เกิดการสะสมของประจุไฟฟ้าจำนวนมาก

ทำให้อากาศขยายตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อสะสมไว้มากก็ต้องปลดปล่อยประจุไฟฟ้าระหว่างก้อนเมฆ กับพื้นโลกเลยเกิดเป็นฟ้าผ่า (Ground Flash) จนทำให้ดินแดนดังกล่าวได้รับการขนานนามว่า  “เป็นดินแดนแห่งพายุฟ้าผ่าไม่มีวันจบสิ้น”

MThai News

ทำงานร้านอาหาร ถูกหักค่าแรงแบบนี้ โหดเกินไป?

โลกออนไลน์แชร์เรื่องราว หลังไปทำงานร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถูกหักค่าแรงสุดโหด ไม่ได้รับเงินตามจำนวนที่ควรจะได้

กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์  เมื่อมีชาวเน็ตรายหนึ่งบอกเล่าเรื่องราว หลังจากที่ไปทำงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ แต่โดนหักค่าแรง ซึ่งเป็นจำนวนเงินค่อนข้างมากจากที่ควรจะได้รับ

ร้านอาหาร,ค่าแรง,หักค่าแรง,ทำงานร้านอาหาร

ทำงานร้านอาหาร ถูกหักค่าแรงแบบนี้ โหดเกินไป?

โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิป หมายเลข 2049595 ได้ตั้งกระทู้ชื่อว่าไปทำงานร้านอาหาร เจอหักตังแบบนี้ โหดเหี้ยมเกินไปหรือเปล่าครับ มีภาพให้ดู ซึ่งกระทู้ดังกล่าวได้เผยภาพกระดาษจดค่าแรง และจำนวนเงินที่ถูกหักค่าต่าง ๆ พร้อมทั้งข้อความบอกเล่าเรื่องราว ระบุว่า

“อันนี้คือรายการหักตังที่ผมดูแล้ว เจ้าของร้านจงใจหาเรื่อง ลาออกกระทันหัน หัก 1,000 บาท ยืนหน้าเคาท์เตอร์ แค่นี้ก็ผิด หัก 200 บาท ให้เบอร์เจ้าของร้าน หักอีก 500 บาท (อยากถามว่ามีการตกลงหรือเปล่า ไม่ใช่ไปหักมั่ว) ติดต่อคุยกับป้าต้อม (ใครวะ) แค่นี้ต้องหักตัง 500 บาท ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ที่ทำงานมีปัญหา หรือทำงานไม่ดีนะ ถ้าเจ้าของร้านคิดว่าทำงานแย่ก็น่าจะไล่ออก ไม่ใช่จนครบเดือนแล้วหักตังแบบนี้”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าเจ้าของร้านหักเงินเยอะเกินกว่าเหตุ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าบางความผิดก็สมควรโดนหัก

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

ขอบคุณภาพ สมาชิกเว็บไซต์พันทิป หมายเลข 2049595

MThai News

‘กต.ไทย’แถลง6ข้อ ทำไมต้องส่ง ’อุยกูร์’ ไปจีน?

‘กรมสารนิเทศ’ ออกเเถลง 6 เหตุผล เพราะอะไร ‘กต.ไทย’จึงส่ง‘อุยกูร์’ กลับประเทศจีน เชื่อ จีนพร้อมดูเเล-เป็นธรรม

“กรมสารนิเทศ” ได้ออกคำเเถลง อธิบายเหตุผลที่กระทรวงการต่างประเทศ ส่งตัวอุยกูร์กลับประเทศจีนว่า

1. มีอุยกูร์หลบหนีเข้าไทยตั้งแต่ปี 2557 จำนวนรวมแล้วประมาณ 300 คน และจีนขอให้ไทยส่งตัวกลับมาโดยตลอด โดยอ้างว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ขอให้จีนส่งหลักฐานให้ ทั้งหลักฐานในการกระทำความผิดและพิสูจน์สัญชาติ

2. รัฐบาลไทยได้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมควบคู่ไปกับหลักสิทธิมนุษยชนเเละพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย

3. รัฐบาลไทยพิจารณาแล้วพบว่า ในจำนวนอุยกูร์ที่มีในประเทศแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก 172 คนไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามกฎหมาย คนกลุ่มนี้ต้องการเดินทางไปตุรกี และตุรกีเองก็แสดงความประสงค์จะรับ ในขณะเดียวกันรัฐบาลได้พบหลักฐานการกระทำความผิดและสัญชาติจากจีนนั้นมีจำนวน 109 คน ส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ในไทยมีจำนวน 60 คน ที่ยังไม่มีหลักฐานการกระทำความผิดและรัฐบาลไทยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับพวกเขา

4. จากข้อเท็จจริงข้างต้น รัฐบาลไทยจึงได้ดำเนินการ ดังนี้
4.1 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2558 รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจส่งชาวอุยกูร์จำนวน 172 คน ให้กับรัฐบาลตุรกี ซึ่งได้รับบุคคลเหล่านี้ไปตั้งถิ่นฐานในตุรกีเรียบร้อยเเล้ว
4.2 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2558 รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจส่งชาวอุยกูร์จำนวน 109 คน ซึ่งรัฐบาลจีนได้ส่งหลักฐานการกระทำความผิดเเละพิสูจน์สัญชาติให้กับฝ่ายไทยเเล้ว
4.3 ขณะนี้ยังมีชาวอุยกูร์ประมาณ 60 คน อยู่ในความดูเเลของรัฐบาลไทย ซึ่งยังไม่มีหลักฐานเกี่ยวข้องการกระทำความผิดกฎหมาย รัฐบาลไทยจะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป

5. ตามที่หลายฝ่ายมีความห่วงกังวลว่าชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งไปประเทศจีนอาจถูกลงโทษอย่างรุนเเรง จนถึงเเก่ชีวิตนั้น รัฐบาลจีนได้ให้คำรับรองกับทางการไทยว่า จะปฏิบัติกับอุยกูร์ที่รับตัวไปด้วยความเป็นธรรมและให้ความปลอดภัย ผู้ที่ไม่มีความผิดจะได้รับการดูแลให้กลับคืนสู่สังคม จะจัดหาที่ทำกินให้ด้วย นอกจากนี้รัฐบาลจีนยินดีให้ไทยจัดผู้แทนไปติดตามผลการปฏิบัติ

6. รัฐบาลจีนยินดีเชิญให้รัฐบาลไทยส่งผู้เเทนไปติดตามผลการปฏิบัติ โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติเตรียมจะจัดตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆรวมทั้งอาจจะมีผู้แทนจากองค์กรต่างประเทศเช่น ICRC หรือกาชาดสากล เดินทางตามคำเชิญของรัฐบาลจีนต่อไป

กต.ไทย แถลง6ข้อ ต้นตออุยกูร์

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News