วิจารณ์ยับ! คลิปพ่อเลี้ยงโหด ทำร้ายลูกจนน่วม

ชาวเน็ตรุมวิจารณ์ พ่อเลี้ยงใจอำมหิต ทำร้ายร่างกายลูกสาวจนน่วม วอนเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ

ปัจจุบันการใช้ความรุนแรงมีให้พบเห็นแทบทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่ในครอบครัว โดยเฉพาะกรณีที่พ่อเลี้ยงทำร้ายลูกเลี้ยง เด็กเหล่านั้นล้วนบอบช้ำทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาทางสังคม เมื่อเด็กเติบโตในอนาคต ล่าสุดชาวเน็ตได้แชร์คลิปเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ เมื่อพ่อเลี้ยงคนหนึ่งทำร้ายเด็กหญิง ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงจนน่วม

คลิปพ่อเลี้ยงโหด ทำร้ายลูกจนน่วม

โดยคลิปดังกล่าวเผยให้เห็นภาพ ขณะที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนรออยู่หน้าห้องพัก หลังจากนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งเดินขึ้นมาจากบันไดและเข้าไปในห้อง เด็กหญิงรายดังกล่าวได้เดินตามเข้าไป ในเวลาต่อมาเด็กหญิงรายนี้กระเด็นล้มลงหน้าประตู ขณะเดียวกันหนุ่มคนดังกล่าวปรี่เข้าทำร้าย เตะเข้าเต็มแรงบริเวณสีข้างและใบหน้า ก่อนเดินกลับเข้าห้องไป

หลังจากที่คลิปได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ชายรายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่น่าให้อภัย พร้อมทั้งมีการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ เพื่อช่วยเหลือและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำอีก

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

ขอบคุณภาพ Luckky Luckky

MThai News

โจรบุกปล้นเซเว่น 7 แห่งรวด ไหว้ก่อนหลบหนี

ตร.เร่งแกะรอยล่าคนร้ายตระเวนปล้นเซเว่นอีเลฟเว่นในกทม.คืนเดียว 7 แห่งรวด กวาดเงินกว่า 25,000 บาท มารยาทงามยกมือไหว้ขอบคุณก่อนหลบหนี  คาดเป็นแก๊งเดียวกัน 

วันที่ 10 ก.ค. เมื่อประมาณ 00.30 น. ที่ผ่านมา คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 7 แห่งรวดในพื้นที่กทม. โดยคนร้ายเป็นชายไม่ทราบอายุ สวมเสื้อยืดสีฟ้าสวมทับเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงยีนส์สีดำ ใส่หมวกกันน็อคสีดำเต็มใบ ก่อเหตุที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ซอยประชาสงเคราะห์ 14 เขตดินแดง

โจรปล้นเซเว่น

โจรตระเวนปล้นเซเว่น7แห่งในกทม.

พร้อมเปิดเสื้อโชว์อาวุธปืนข่มขู่ให้พนักงานนำเงินออกมา ก่อนที่พนักงานจะส่งเงินในแคชเชียร์ให้จำนวน 2,300 บาท จากนั้นคนร้ายขับรถจยย.หลบหนีไป

หลังจากนั้นไม่นานคนร้ายสวมเสื้อสีส้มทับเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์สีดำ สวมหมวกกันน็อคเต็มใบเช่นกัน บุกชิงทรัพย์ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นอีก 5 สาขา คือ สาขาตลาดศรีวนิช 2 เขตดินแดง ได้เงินไป 3,000 บาท สาขาพหลโยธิน 1 ได้เงินไป 3,000 สาขาซอยพหลโยธิน 7 เขตบางซื่อ ได้เงินไป 4,000 บาท ก่อนจะกลับไปอีกครั้งที่ปากซอยพหลโยธิน 9 ได้เงินไป 2,500 บาท พร้อมบัตรเติมเงินอีกจำนวนหนึ่งมูลค่า 2,500 บาท และที่ซอยพหลโยธิน 15 ได้เงินไปอีก 3,800 บาท แต่ในครั้งนี้ มีเพื่อนร่วมขบวนการจอดรถจยย. รอรับอยู่ด้านข้างด้วย

นอกจากนี้ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาซอยสบายใจ เขตห้วยขวาง คนร้ายสวมเสื้อสีขาวแขนยาว สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ควงปืนบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ และกวาดเงินไปได้ 6,000 บาท ก่อนหลบหนีไป

ทั้งนี้ คนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อทั้ง 7 แห่ง มีลักษณะพฤติกรรมคล้ายกันคาดว่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ซึ่งมีสองคนผลัดกันตระเวนก่อเหตุ โดยการก่อเหตุทั้ง 7 แห่ง ได้เงินไปกว่า 25,600 บาท

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาซอยพหลโยธิน 9 คนร้ายได้โชว์อาวุธปืน และเปิดลูกโม่ให้ดูว่าภายในมีกระสุน ก่อนจะข่มขู่พนักงานภายในร้าน เมื่อได้เงินตามต้องการแล้ว คนร้ายได้ยกมือไหว้ขอบคุณพนักงานที่ส่งเงินให้ และหันไปยกมือไหว้หน้ากล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ด้วย ก่อนจะเดินออกจากร้านหลบหนีไป

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง 4 สน.ในพื้นที่ บางซื่อ สุทธิสาร ดินแดง และพญาไท อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พร้อมทั้งเรียกพยานในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำถึงรูปพรรณของคนร้าย และติดตามภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย และนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพจาก นักข่าวภาคสนาม

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

กปปส.เฮ! ศาลยกฟ้องคดีขวางเลือกตั้งปิดดินแดน

คดีแรกขัดขวางเลือกตั้ง! ศาลพิพากษายกฟ้อง จำเลยกลุ่ม กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้ง กรณีปิดล้อมสำนักงานเขตดินแดง

วันที่ 9 ก.ค.58 ที่ศาลอาญา ศาลนัดอ่านคำพิพากษา ได้มีคำพิพากษาคดีที่กลุ่มผู้ชุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ยกกำลังไปปิดล้อมสำนักงานเขตดินแดง

ยกฟ้อง กปปส.คดีขวางเลือกตั้ง-ปิดสนง.เขตดินแดง

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การชุมนุมของ กปปส. เป็นการชุมนุมที่ชอบด้วยกฎหมายตามคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ โดยเป็นการชุมนุมโดยสงบที่หน้าสำนักงานเขตดินแดง

นอกจากนี้ไม่ปรากฎว่า จำเลยทั้งหมดเป็นคนนำกุญแจไปคล้องเพื่อปิดทางเข้าออกสำนักงานเขตดินแดง ตามคำให้การของพนักงานอัยการ ศาลพิจารณาแล้วจึงยกฟ้อง

ด้าน นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ หนึ่งในทีมทนาย กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ได้รับความสนใจจากหลาย ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นการตัดสินคดีแรกในข้อหาเดียวกัน คือกรณีการขัดขวางการเลือกตั้ง จากการชุมนุมของ กลุ่ม กปปส.

ที่มา tnews

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News