จากปาก โตโน่ ปม!! แตงโม ฆ่าตัวตาย

ถึงคิว โตโน่ ภาคิน แถลงชี้ปม แตงโม ภัทรธิดา ฆ่าตัวตาย อัพเดทสถานะของทั้งคู่

จากกรณีที่ดาราสาว แตงโม ภัทรธิดา ควงคุณพ่อออกมายอมรับทั้งน้ำตาว่าคิดสั้น!! ด้วยการกินยาฆ่าตัวตาย โดยมีสาเหตุมาจากโรคซึมเศร้าซึ่งเป็นโรคประจำตัวของเธอ บวกกับระยะหลังมีปัญหาจากหลายๆ เรื่องรุมเร้า รวมทั้งเรื่องที่แยกกันอยู่กับนักร้องและพระเอกหนุ่ม โตโน่ ภาคิน ด้วย

1.4

พร้อมเผยว่าพิธีหมั้นของเธอกับฝ่ายชาย จริง ๆ แล้วคืองานแต่งงาน!! แต่ยังไม่ได้จดทะเบียน จะว่าไปแล้วคือเธอกับโตโน่ที่ผ่านมาก็ไม่ต่างจากคู่สามี-ภรรยาทั่วไป ส่วนสาเหตุที่เตียงหัก และทางโตโน่เป็นฝ่ายเดินจากไปนั้นไม่ขอระบุรายละเอียด ซึ่งเธอขอยอมรับผิดไว้เอง…

จนในที่สุดวันนี้(8 ก.ค.) เวลาประมาณ 17.00 น. ถึงคิวของหนุ่ม โตโน่ ภาคิน ที่จะออกมาเปิดใจถึงความสัมพันธ์กับสาวแตงโม และปมเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมด

โดยหนุ่ม โตโน่ ภาคิน เผยรู้สึกเป็นห่วงหลังจากทราบข่าวอดีตคู่หมั้น แตงโม ภัทรธิดา กินยาฆ่าตัวตายผ่านทางโซเชียล ดีใจที่ปลอดภัย ส่วนสถานะของทั้งคู่ตอนนี้คือเลิก!! กันมานาน 2 เดือนแล้ว โดยที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ แต่ขออุบสาเหตุ ทำใจรับกระแสสังคมไว้แล้วว่า “รักกันก็โดนด่า เลิกกันก็โดนด่า”

เปรยถ้าย้อนเวลาได้ก็จะยังรักและแต่งงานกับแตงโมเหมือนเดิม เรื่องทั้งหมดเกิดจากความรัก การหมดรักเป็นเรื่องที่เสียใจทั้งสองฝ่าย บอกไม่ตัดขาดยังไงก็ต้องคุยกัน รับบล็อคไลน์ กลับไปได้แต่ไม่ใช่ฐานะเดิม ขอกลับไปดูแลคุณแม่และน้องเหมือนเดิม ลั่นไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร หรือเห็นความอ่อนแอ ภูมิใจที่วันนึงเคยรัก แตงโม แต่เลิกก็คือเลิก!!

ส่วนสาเหตุเรื่องอะไรก็ไม่ต้องการให้ใครรู้ ไม่ใช่ทางที่ดี พูดโสดบนคอนเสิร์ตเปรยเป็นสคริป แต่จะไม่พูดก็ได้ รับคิดน้อยเลยพูดออกไป ยอมรับผิดเอง ไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของแตงโม ตลอดเวลาที่คบกันผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเป็นกำลังใจที่สำคัญมาตลอด เคลียร์กันจบนานแล้ว แต่ถ้าแตงโมยังไม่สบายใจ ถ้าไปแล้วอีกฝ่ายดีขึ้นก็ยินดีจะไปหา

คำที่แตงโมบอกว่าจะรักและรอตลอดไป หนุ่มโตโน่ถอนหายใจยาวก่อนเอ่ยว่า “ในเวลาที่เราได้มีโอกาสจับมือกัน ได้ยืนอยู่ข้างๆ กัน ทำให้ดีที่สุด วันนี้มันเลยขั้นนั้นแล้วที่จะกลับไป กลับไปไม่ได้ ให้นึกถึงคนที่รักเขา นึกถึงคุณพ่อเขา นึกถึงแฟนๆ นึกถึงเพื่อน”

เว็บนอก! ฟันธง อีก 85ปี กรุงเทพฯ จะจมทะเล

เว็บนอกเชื่อกรุงเทพจะจมทะเล คาดจากภาวะโลกร้อน ในปี 2643 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้ายภัยพิบัติแนะย้ายเมืองหลวง

เว็บไซต์ towleroad.com ได้นำเสนอรายการที่เชื่อได้ว่า อีกประมาณ 85 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี พ.ศ.2643 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของไทยจะจมอยู่ใต้น้ำจนไม่สามารถมีผู้คนอาศัยอยู่ได้ เหมือนกับเกาะแอตแลนติสที่จมหายไปในอดีต

กรุงเทพจมน้ำ, กรุงเทพ

โดยรายงานดังกล่าวเผยว่า สาเหตุของการจมน้ำของกรุงเทพฯ เป็นเพราะกรุงเทพฯ อยู่ในที่ลุ่ม ดินมีลักษณะเป็นรูพรุนและชุ่มน้ำ และมีอัตราการจมน้ำของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 4 นิ้ว ขณะเดียวกันภาวะโลกร้อนก็เป็นอีกปัจจัยหาหนึ่งที่จะทำให้กรุงเทพฯ จมอยู่ใต้น้ำ เนื่องจากส่งผลทำให้ระดับน้ำในทะเลสูงขึ้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตามแม้การคาดการณ์ดังกล่าวยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่เพราะต้องรอไปอีกถึง 85 ปี แต่กระนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติ ก็ได้เสนอทางออกในการแก้ปัญหาไว้แล้ว 2 ทางเลือก คือ
1. ก่อสร้างกำแพงกั้นน้ำโดยตรง ซึ่งจะใช้งบประมาณถึงเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (99,000 ล้านบาท) หรือคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของจีดีพีรวมของประเทศในปัจจุบัน
หรือทางเลือกที่ 2 คือ การอพยพประชาชนในกรุงเทพฯทั้งหมดย้ายไปอยู่บนที่สูงกว่านี้

MThai News

ได้ผล หุ่นปั้นชายหญิงร่วมรักทำเพชรบูรณ์ฝนตก!

ชาวบ้านบ้านนาตะกุดเฮ! หุ่นปั้นชายหญิงร่วมรักกลางทางสามแพร่งทำฝนตกอย่างหนัก ด้านจังหวัดสั่งรื้อแล้ว ชี้ไม่เหมาะสม ชาวบ้านยันเป็นประเพณี

วันที่ 8 ก.ค. ความคืบหน้าหลังจากชาวบ้านที่บ้านนาตะกุด หมู่ที่ 1 ต.ศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ปั้นหุ่นดินเหนียวชายหญิงร่วมรัก วางไว้บนทางสามแพร่ง บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน จากนั้นยังร่วมแห่นางแมว เพื่อขอฝนตามประเพณีความเชื่อแบบโบราณของหมู่บ้านนั้น

หุ่นปั้น

หุ่นปั้นชายหญิงร่วมรัก

ปรากฏว่าเมื่อช่วงค่ำวานนี้(7 ก.ค.) ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทำให้ชาวบ้านต่างพากันร้องดีใจ จนบางรายถึงกับวิ่งออกมาแสดงความยินดีท่ามกลางสายฝน

ทั้งนี้หลังจากฝนตก ทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางอำเภอแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้าน รื้อถอนหุ่นดังกล่าวออก ทั้งที่ยังเหลือระยะเวลาอีก 1 วันจึงจะครบกำหนด 3 วันตามเคล็ด โดยอ้างว่า หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมตามสื่อโซเชียลมีเดีย

นายประพันธุ์ งามเลิศ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านนาตะกุด กล่าวว่า ก่อนจะทำพิธีแห่นางแมว ชาวบ้านก็จะร่วมกันปั้นหุ่นสมมุติเป็นเมฆหมอกและฝน เพื่อล้อเลียนไปพร้อมๆกันด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เป็นพิธีกรรมขอฝนเก่าแก่ตามความเชื่อของหมู่บ้านนาตะกุดที่ผู้เฒ่าผู้แก่ทำ หากเกิดฝนทิ้งช่วงก็จะงัดวิธีนี้ขึ้นมาใช้ถือเป็นไม้เด็ด จากนั้นยังจะมีพิธีสวดคาถาปลาช่อนอีกระลอกหากฝนยังแล้งอยู่ ภายหลังทำพิธีนี้แล้วส่วนใหญ่ก็ได้ผลมีฝนตกทุกครั้ง

ส่วนการรื้อหุ่นปั้นก็คงต้องทำตาม ซึ่งเรื่องนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แต่ยืนยันว่าเป็นประเพณีหรือพิธีดั้งเดิมของหมู่บ้าน โดยต้องชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็น

ที่มา ข่าวสด

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News