เจาะลึก เจ้าของ รร.สอนภาษา สู่ เจ้าแม่แห่งวงการอีเว้นท์ญี่ปุ่นในไทย

วันนี้ MThai News มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษ ‘เจ้าแม่แห่งวงการ จัดอีเว้นท์ญี่ปุ่นในประเทศไทย’ จากความชอบในประเทศญี่ปุ่น สู่การสานฝันให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ด้วยการจัดงานสุดยิ่งใหญ่ Japan Expo Thailand 2015

คุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ เจ้าของและผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นไมนิจิ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการ สร้างธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น สู่การจัดงานอีเว้นท์ญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ด้วยวิสัยทัศน์การทำงานที่ปราดเปรียว มีความคิดสร้างสรรค์ และรักในสิ่งที่ทำ ทำให้เป็นที่ยอมรับจากทั้งพาร์ทเนอร์คนไทยและคนญี่ปุ่น ในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น ในประเทศไทย

Kยุพเรศ3

ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์

ไม่เพียงแค่เป็นเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นไม่นิจิเท่านั้น คุณยุพเรศ ยังดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด อีกด้วย ซึ่งได้เปิดเผยกับทาง MThaiNews ว่า การทำธุรกิจโรงเรียนสอนภาษานั้น ทำให้เราเข้าใจ และใส่ใจถึงความต้องการของเยาวชนมากขึ้น จึงได้เห็นเด็กที่มาเรียนนั้น ส่วนใหญ่มีพื้นฐานความสนใจเรื่อง ดนตรี อาหาร แฟชั่น และคอสเพลย์ ในสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้ในการเรียนภาษามากขึ้นตามไปด้วย

ในระหว่างนั้น จึงได้มีแนวคิดที่อยากจัดงานอีเว้นท์รวมพลคนรักญี่ปุ่นขึ้นภายใต้ชื่อ “Japan Festa in Bangkok” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเป็นประจำทุกปี พร้อมจัดตั้ง บริษัท จี–ยู ครีเอทีฟ จำกัด ขึ้น เพื่อทำหน้าที่จัดงานอีเวนต์ คอนเสิร์ต และบิสิเนสแมตชิ่ง เกี่ยวกับญี่ปุ่นทั้งหมด มากว่า 11 ปี จนกระทั่งพัฒนามาเป็นงานใหญ่ Japan Expo Thailand งานที่ต่อยอดความครบรสจากงาน Japan Festa in Bangkok ที่มีคนมาร่วมงานมากกว่า 2 แสนคนทำให้มีแรงผลักดันในการทำธุรกิจอีเว้นท์ที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้

JPEXPO

“หลังจากได้จับธุรกิจด้านงานอีเว้นท์ ทำให้มีการทำงานที่แตกต่างไปจากเดิมบ้าง โดยมองในเรื่องของการทำงานอีเว้นท์มากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่น การวางตัว การสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนญี่ปุ่นที่ต้องร่วมงานกัน และการสื่อความเป็นญี่ปุ่นในชิ้นงานที่ได้ทำ”

ทั้งนี้ บริษัทออแกไนซ์ในประเทศไทยนั้น มีไม่กี่แห่งที่จะทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่นได้ เนื่องจากเป็นการทำงานที่มีความละเอียดในทุกๆเรื่อง โดยไม่ให้มีความผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งคนญี่ปุ่นถือเป็นปัญหาและความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น

Kยุพเรศ1

คุณยุพเรศ ยังได้กล่าวถึงการบริหาร บ.จี-ยู ครีเอทีฟ อีกว่า งานส่วนใหญ่ของจี-ยู ครีเอทีฟ จะเป็นผู้สร้างงานขึ้นมาเป็นของตัวเอง มากกว่ารับงานจากที่อื่น ซึ่งจะแตกต่างจากออร์แกไนซ์ที่อื่นอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องการ คิด สร้างสรรค์ งานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเป็นหลัก จนได้รับความไว้วางใจจากพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่นเป็นอย่างดี โดยเชื่อว่าการมีพาร์ทเนอร์ที่ดีจะผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมากขึ้นตามไปด้วย

Kยุพเรศ021

“เวลา เราทำงาน เราต้องทำในสิ่งที่เรารัก และรักในสิ่งที่เราทำ เพราะการทำงานทุกอย่าง ต้องพบกับปัญหาและความท้อแท้ตลอดระยะทาง แต่หากสิ่งที่เราทำแล้วเรารู้สึกสนุก รักในสิ่งที่ทำอยู่ จะทำให้มีความฮึดสู้กับการทำงานต่อไปได้ และเชื่อว่าคนที่เข้ามาร่วมงานหรือได้สัมผัสกับงานของเราจะรู้สึกสนุกอย่าง แน่นอน”ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์.

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

อย่างหล่อขอแค่บอกมา? ‘ทักษิณ’ พร้อมเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ รบ..บิ๊กตู่

“ทักษิณ” กล่าวในงานวันเกิด เปรย พร้อมอาสารับเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจให้รัฐบาล “บิ๊กตู่” ลั่น ถ้าอยากให้ช่วยก็บอกมา ?!

หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการจัดงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 66 ปีอย่างเงียบๆภายในบ้านพักที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ โดยมี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว เดินทางมาร่วมงาน พร้อมกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่ง เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น

ทักษิณ ชินวัตร gettyimages

วันที่ 28 ก.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มีการกล่าวภายในงานว่า “วันเกิดปีนี้ค่อนข้างมีความสำคัญเพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เข้าใจว่าวันเกิดปีนี้ 66 น่าจะเป็นปีที่ดี เราก็ต้องบอกไว้ก่อนเพื่อให้จิตใจเราสบาย อย่างไรก็แล้วแต่ มั่นใจว่าเมื่อครบ 66 ปีแล้วมันเห็นโลกมาเยอะ ถ้าเราคิดว่าเราจะอายุ 100 ปีก็เหลืออีก 34 ปีก็จะครบ 100 ปี เราเริ่มเคาท์ดาวน์

แต่เคาท์ดาวน์แบบมีอนาคต ไม่ใช่เคาดาว์แบบไร้อนาคต ข้อสำคัญอย่าหลงประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์มีไว้ให้จดจำ ปัจจุบันมีไว้เพื่อเอ็นจอย ไม่ใช่เอ็นจอยจนลืมอนาคต เพราะทุกคนต้องคิดถึงอนาคต โดยเฉพาะคนเป็นผู้นำ ถ้าไม่คิดถึงอนาคตแล้วคนที่เป็นผู้ตามก็ลำบาก”

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยพร้อมกับแสดงความเป็นห่วงประเทศไทยว่า สงสารประชาชนที่ยากจนอยู่ในขณะนี้ พร้อมกับอาสาเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยกล่าวสั้นๆว่า “บอกมา ถ้าอยากให้ไปช่วย”

ข้อมูล bangkokbiznews

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

วอนช่วย! ตายายเลี้ยงหลาน 6 คน ป่วยไร้เงินรักษา

วอนช่วย! สองตายายยากจน เลี้ยงหลานถึง 6 คน บางครั้งต้องขอข้าวคนอื่นให้หลานประทังชีวิต ซ้ำคุณตาป่วยวัณโรคไร้เงินรักษา   

วันนี้(28 ก.ค. 58) มีรายงานว่า มีสองตายายฐานะยากจน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 5 ต.ศาลาลาย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ต้องเลี้ยงหลานอายุ 4–10 ปี ถึง 6 คน อีกทั้งผู้เป็นตายังป่วยเป็นวัณโรค ชาวบ้านหวั่นจะติดต่อถึงเด็กและผู้ที่ใกล้ชิด

ตายายเลี้ยงหลาน 6 คน ยากจน ป่วยไร้เงินรักษา

จากนั้นได้เข้าไปตรวจสอบ พบนายไสว จันทร์เสนห์ อายุ 59 ปี และนางใบ ทิพย์ประภา อายุ 56 ปี สองสามีภรรยา อาศัยอยู่ในบ้าน อันทรุดโทรม ผุพัง ด้านในพบข้าวของกระจัดกระจายทั่วบริเวณ เนื่องจากบ้านหลังเล็กและคับแคบ ซึ่งใช้เป็นที่นอนของสองตายาย รวมถึงหลานอีก 7 คน รวมเป็น 9 คน

ด้านนายไสว จันทร์เสนห์ เผยว่า เมื่อก่อนอาศัยอยู่ที่ว่างเปล่าบริเวณชายเขา ต่อมาเมื่อ 4 ปี ที่ผ่านมา ลูกเขยได้ให้มาปลูกเพิงพักอยู่ในที่ดินของลูกเขย เพราะอยู่ใกล้หมู่บ้าน ด้วยฐานะที่ยากจน ตนจึงปลูกบ้านพอให้เป็นที่อาศัยหลับนอนได้ ตนและภรรยามีลูก 5 คน ซึ่งมีครอบครัว และไปทำงานรับจ้างอยู่ในกรุงเทพฯ โดยทิ้งหลานจำนวน 6 คนให้ตนเลี้ยง

โดยลูกของตน นาน ๆ ครั้งจะส่งเงินมาให้ 500–1,000 บาท จึงเดือดร้อนมาก เนื่องจากตนและภรรยาอายุมากแล้ว ทำงานหนักไม่ไหว ไม่มีผู้ใดจ้าง ขณะที่หลานทั้ง 6 คน กำลังเรียนหนังสืออยู่ระดับชั้นอนุบาล และประถมฯ ของโรงเรียนบ้านหนองปลาหมอ ซึ่งหลานชายคนโตขี่รถจักรยานยนต์ไปรับ–ส่ง 2 รอบ จากนั้นฝากรถไว้กับคนรู้จัก แล้วเดินอีกประมาณ 1 กม. เนื่องจากไม่มีทางเข้าบ้าน

นอกจากนี้ ยังมีนายปราการ จันทร์เสนห์ (เปา) หลานชายอายุ 17 ปี ที่ช่วยเเบ่งเบาด้วยการทำงานรับจ้าง วันละ 200 บาท เพื่อนำเงินมาเลี้ยงน้องๆ แต่งานไม่ได้มีทุกวัน  บางครั้งแม้จะซื้อข้าวสารมาให้หลานๆ กินยังไม่มี ต้องบากหน้าไปขอข้าวเพื่อนบ้านมาให้หลานกินประทังความหิว

ทั้งนี้ เวลานอนก็นอนเรียงเบียดเสียดกันในมุ้งเก่าๆ ส่วนพื้นก็เป็นร่องยุงบินเข้ามากัดได้ เกรงว่าหลานๆ จะเป็นไข้เลือดออก ขณะนี้หน้าฝนแล้ว เมื่อฝนตกมีลมพัดฝนก็จะสาดเข้ามาในบ้าน หลังคาก็รั่ว มีความเดือดร้อนมาก จึงขอวิงวอนผู้ใจบุญมาช่วยปรับปรุงบ้านให้สามารถป้องกันแดดฝนได้ดีกว่านี้

ส่วนคุณตา ก็ป่วยเป็นวัณโรค เคยเข้ารักษาอยู่ระยะหนึ่ง แต่ด้วยฐานะที่ยากจน และบ้านมีระยะทางไกลจาก รพ.ชนแดนกว่า 30 กิโลเมตร ทำให้ไม่มีเงินที่ใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าเดินทาง

ด้านนางทยิดา ทูสง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ศาลาลาย อ.ชนแดน เปิดเผยว่า ชาวบ้านได้ช่วยเหลือแบ่งอาหารให้บ้าง แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ ก็มีฐานะยากจน จึงช่วยเหลืออะไรได้ไม่มากนัก ทั้งนี้สิ่งที่น่าห่วง คือนายไสว ที่ป่วยวัณโรค และไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เกรงว่าจะติดต่อไปยังหลาน ๆ จึงอยากให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่เข้ามาดูสภาพความเป็นอยู่ของตายายและหลานทั้ง 6 คน

โดยผู้มีความประสงค์จะช่วยเหลือสอบถามได้ที่ นางทยิดา ผู้ใหญ่บ้าน โทร. 098-7672978

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News