สาวตั้งกระทู้โวย จ้างถ่ายรูปปริญญา ได้แค่แผ่นซีดี

ต้องการอะไร ? สาวตั้งกระทู้โวย จ้างช่างภาพถ่ายรูปปริญญา ได้แค่แผ่นซีดี

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ และมีการส่งต่อกันในแวดวงช่างถ่ายภาพงานอีเว้นท์ เมื่อมีสมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่ง ได้ตั้งกระทู้แสดงความไม่พอใจหลังจากที่ได้ว่าจ้างช่างถ่ายภาพคนหนึ่งถ่ายรูปรับปริญญาแต่กลับได้ซีดีภาพมาแค่แผ่นเดียว โดยเจ้าของกระทู้เผยว่า ตนได้จ้างช่างภาพที่ยังเป็นนักศึกษามาถ่ายภาพรับปริญญาให้ในราคาเต็มวัน ราคา 3500 บาท ซึ่งทางช่างภาพบอกว่าสิ่งที่จะได้รับคือ

000

– รูปถ่าย ไม่จํากัดจํานวน พร้อมแก้ไขสีให้แล้ว และจะแต่งสีพิเศษให้อีก 40 ใบของแต่ละวัน
– พร้อมทํากล่องใส่และ Screen แผ่นให้อย่างดีเลย

ซึ่งตนคิดว่าจะได้ภาพที่อัดแล้ว แต่พอของมาส่งที่บ้านกลับได้แค่ซีดีแผ่นเดียว ทำเอางงมาก ๆ ซึ่งจ่ายเงินไป 3500 บาท แต่ได้รูปที่ถ่ายยังไม่ถึง 200 ส่วนสีพิเศษก็ไม่เห็นจะพิเศษตรงไหน แล้วยังต้องมาเสียค่าอัดรูปเพิ่มอีก พร้อมทั้งทิ้งท้ายไว้ว่า ถ่ายแค่นี้ 500 ก็ถือว่าหรูมากแล้ว

ทั้งนี้หลังจากประเด็นดังกล่าวถูกแชร์ลงบนโลกออนไลน์ได้มีกลุ่มช่างภาพมาแสดงความคิดเห็นว่า ในราคา 3,500 บาทถือว่าถูกมากแล้ว และส่วนใหญ่ก็อยู่ในเรทราคานี้ทั้งนั้น ซึ่งไม่มีช่างภาพคนไหนอัดภาพให้หรอก ส่วนใหญ่จะส่งงานเป็นแผ่นซีดี สิ่งที่เจ้าของกระทู้อยากได้เป็นการขอมากเกินไป พร้อมทั้งอยากให้ศึกษาเรื่องราคาและทำความเข้าใจกับช่างภาพมาตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก

พร้อมทั้งมีการเหน็บแนมว่า “จ้างถ่ายสามพันห้า ได้แผ่นซีดีไม่พอใจ หรือจะอยากได้กล้องแถมเลนส์ด้วย”

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เขื่อน ตอบโจทย์ แก้ภัยแล้ง-น้ำท่วมจริงหรือ?

คิดสักหน่อย! “เขื่อน” ตอบโจทย์ แก้ภัยแล้ง-น้ำท่วมจริงหรือ ?

จากสถานการณ์ภัยแล้งในปัจจุบัน จนมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมใช้มาตรา 44 ในการผลักดันโครงการสร้างเขื่อน จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ ล่าสุดกลุ่มรักสิ่งแวดล้อมได้มีการแชร์บทความจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Hannarong Yaowalers ซึ่งเขียนถึงการสร้างเขื่อนเป็นคำตอบของการแก้ไขปัญหาหรือไม่

777

โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า แม่น้ำวัง ในเขตจังหวัดตาก แห้งมานานกว่าสองเดือนแล้ว วันนี้มีฝนตกบ้าง ที่จ.ตาก แต่เมื่อดูปลายน้ำแม่วัง พบว่าไม่มีน้ำนานมาแล้วเกือบสองเดือน จากชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลอย่างนั้น และบริเวณเดียวกันมีโครงการป้องกันตลิ่งพังของกรมโยธาธิการ และผังเมืองแต่โครงการไม่ได้ทำต่อ

ซึ่งพบว่า แม่น้ำวัง มีเขื่อนแม่วัง และเขื่อนกิ่วลม จุน้ำ 107 ล้านลูกบาศก์เมตร และกิ่วคอหมา ความจุ 170 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ที่จังหวัดลำปาง โดยก่อนสร้างโครงการเขื่อนมีการคุยนักคุยหนาว่าจะมีน้ำตลอดปี คราวนี้คงเป็นความผิดพลาด แต่มันก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าเขื่อนไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป

ที่มา สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Hannarong Yaowalers

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

จริงหรือมั่ว? ฟลูออไรด์ เป็นสารก่อมะเร็ง

จริงหรือมั่ว ? แชร์ว่อนเน็ต ฟลูออไรด์ เป็นสารก่อมะเร็ง

กลายเป็นกระแสเตือนบนโลกออนไลน์ที่มีการแชร์ภาพนักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่ง พร้อมกับบทความระบุว่าฟลูออไรด์ซึ่งเป็นสารสำคัญในยาสีฟันเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งล่าสุด ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความอธิบายแชร์ข้อเท็จจริงของเรื่องราวดังกล่าวว่า

11800176_664941340303170_2559705851056798382_n

ดร.ในภาพที่มีการแชร์กันคือดร. ดีน เบิร์ก ซึ่งท่านเสียชีวิตไปแล้ว โดยดร.ดีนเป็นกลุ่มรณรงค์ต่อต้านการบริโภค “น้ำผสมฟลูออไรด์” ไม่ใช่เรื่อง “ฟลูออไรด์ในยาสีฟัน” โดยในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ในอเมริกาและยุโรป ได้มีการนำเอาสารฟลูออไรด์มาเติมลงในน้ำดื่ม เพื่อช่วยลดปัญหาฟันผุของคนในประเทศ ขณะที่ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1970 งานวิจัยของดร.ดีน ได้พยายามเชื่อมโยงระหว่างฟลูออไรด์ในน้ำดื่ม กับการเกิดมะเร็งชนิดที่เรียกว่า osteosarcoma และเรียกร้องให้หยุดการเติมฟลูออไรด์

แต่งานวิจัยที่ตามมาจากอีกหลาย ๆ กลุ่มประเทศ กว่า 50 ฉบับ ได้ให้ข้อมูลขัดแย้งกับงานของ ดร.ดีน จนสุดท้ายองค์การซีดีซี CDC ของรัฐบาลอเมริกา และสมาคมมะเร็งอเมริกา American Cancer Society ก็สรุปว่า ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างการดื่มฟลูออไรด์ลงไปในปริมาณมาตรฐานที่กำหนด กับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง

ซึ่งปัจจุบันองค์การอนามัยโลก The World Health Organization ได้กำหนดไว้ว่า ระดับของฟลูออไรด์ที่บริโภคได้สูงสุดได้ไม่เกิดปัญหา คือ 1.5 มิลลิกรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร ส่วนปริมาณฟลูออไรด์ในยาสีฟันนั้นแม้ว่าจะมีอยู่มากกว่ามาก (ตามมาตรฐานคือ ไม่ควรเกิน 1500 ppm) แต่เราแปรงฟันแค่วันละ 2-3 ครั้งแล้วบ้วนออก คงไม่มีใครกินยาสีฟันเล่น เป็นปี ๆ แน่

ที่มา ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News