เพจดัง ชี้ ดราม่า SCB สะท้อนปัญหาการศึกษา ผลิตบัณฑิตออกมาห่วย
ผู้ดูแลแฟนเพจ BIG Trees ได้โพสต์ข้อความอีกมุมมองที่น่าสนใจ เกี่ยวกับประเด็นดราม่าของธนาคารไทยพาณิชย์ โดยทางเพจดังกล่าวมองว่าอยู่ที่ระบบการศึกษา และปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบบการรับงานของบริษัท โดยเผยว่า

จุดที่น่าสนใจในประเด็นดราม่า SCB ที่ไประบุชื่อมหาวิทยาลัยในการรับคนเข้าทำงานคือทุกคนโทษ SCB หมด แต่เหมือนจะลืมกันไปว่าหน่วยงานที่สร้างอนาคตของชาติ และคุณภาพการศึกษานั้น คือกระทรวงศึกษา และผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มันเหมือนวันหนึ่งสังคมไปด่า SCB ว่าแบ่งแยกชนชั้น แต่ลืมคิดต่อว่ามีความจริงปนอยู่ด้วยหรือเปล่า อีกวันหนึ่ง ก็ไปด่าว่าเด็กรุ่นใหม่ความรู้น้อย ไม่อดทน แต่ไม่โยง 2 อย่างนี้เข้าด้วยกัน
อย่างปัจจุบันที่มีบัณฑิตตกงานปีละเกือบ 1 ล้านคน การศึกษาตกต่ำอยู่อันดับ 8 ของ AEC ทักษะคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษแพ้ประเทศเพื่อนบ้านแม้กระทั่งลาว เด็กจบใหม่ตรรกะป่วย ทำงานไม่เป็น อะไรแบบนี้
จริง ๆ ทั้งเด็กทั้ง SCB จริง ๆ เป็นแค่ปลายเหตุทั้งสิ้น แต่สังคมควรออกมาแก้ปัญหากันด่วน ๆ ที่ต้นเหตุอย่างกระทรวงศึกษา ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมากกว่ารึเปล่า หรืออย่างที่ชอบบ่นกันว่าเด็กรุ่นใหม่ฉาบฉวย บ้าวัตถุ
แต่ผู้ใหญ่เคยคิดมั้ยว่าดูอย่างกทม.ก็สร้างแต่ห้าง เปิดกันจะทุกเดือน แต่ไม่มีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ศิลปะ วิศวกรรมดี ๆ ให้เด็กเข้าในวันเสาร์-อาทิตย์เลย เด็กโตในกทม. มันก็แพ้เด็กที่โตในลอนดอน สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่สิ่งแวดล้อมแล้ว คือตอนนี้มันคล้าย ๆ กับแค่จะด่าใครซักคน ยังด่ากันผิดคน กลับไปด่าปลายเหตุซะหมด ก็เพราะคิด วิเคราะห์ แยกแยะ กันไม่ออกนี่แหละ
กลับมาเรื่อง SCB ใหม่ คือลุงมองว่าก็เป็นสิทธิของเค้าในการที่จะเลือกรับใคร ไม่รับใครเข้าทำงาน ก็เหมือนบริษัทดี ๆ ในต่างประเทศ ที่ก็ประเมินการรับพนักงานจากเกรด และชื่อมหาวิทยาลัย อย่างหลาย ๆ บริษัทนี่ถ้าไม่จบมหาวิทยาลัยมา ก็ไม่ต้องคิดแม้แต่จะสมัครกันเลย จุฬาฯ ธรรมศาสตร์นี่ตกรอบตั้งแต่ยื่นใบสมัคร แต่จุดที่ SCB พลาดคือไประบุให้สาธารณะทราบมากกว่า
แต่สุดท้าย ความสำเร็จของคนก็ไม่ได้บอกด้วยชื่อมหาวิทยาลัยที่จบมาอยู่ดี คือจริงอยู่ว่ายอมรับว่าการจบอะไรมานั้น มันสร้างพื้นฐานคนที่ต่างกันจริง เฉลี่ยแล้วจุฬาฯ ดีกว่าราชภัฏแน่ ความจริงของชีวิตคือใบปริญญามันไม่ได้มีคุณภาพเท่ากันเสมอไป
แต่หลังจากเดินจากรั้วมหาวิทยาลัยมา คนที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะจากมหาวิทยาลัยไหนมักมีนิสัยคล้าย ๆ กันคือ เป็นคนน้ำไม่เต็มแก้ว ขวนขวายเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ มีความขยันและอดทนต่อสถานการณ์ได้ดีกว่าคนอื่น
ซึ่งก็พิสูจน์ว่าเจ้าของธุรกิจใหญ่ ๆ ก็อาจจะเคยเป็นแค่คนทำผัดไทยขายมาก่อน หรือจบกรุงเทพการบัญชีแล้วสร้างกิจการใหญ่โตจนสำเร็จ ส่วนคนที่จบมหาวิทยาลัยดี ๆ หากหยุดเรียนรู้ มีความน้ำเต็มแก้วอยู่สูง ได้แต่ภูมิใจในอดีต ใช้ชีวิตแบบ Living Large เกินฐานะอยู่ตาม IG ก็จะหยุดอยู่กับที่ ไม่ได้ไปไหนต่อ
MThai News
ที่มา แฟนเพจ BIG Trees


