ไม่อยากตาบอด!อย่าคิดรักษาต้อเนื้อ ด้วยน้ำมะนาว

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตือน  อย่าเอามะนาวไปรักษาต้อเนื้อ

วันนี้ (2ก.ค.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้นำข้อมูลเรื่องการรักษาต้อเนื้อในตามาเผยแพร่ โดยระบุว่า หากใครต้องการรักษา สามารถทำได้โดยบีบน้ำมะนาวลงไปที่บริเวณหัวตา จากนั้นหลับตาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที

หรือทำก่อนนอนหลับจนถึงเช้า ตาจะสว่างดีมาก ทำทุก 3 วัน ตาต้อเนื้อจะหาย ภายในหนึ่งเดือน จะไม่กลับมาเป็นอีก ถ้าเป็นน้อยไม่ถึงเดือนก็หาย หรือถ้าตาไม่ได้เป็นต้อเนื้อ ตามัว ตาแห้ง ตาคันก็ทำได้  2 อาทิตย์ทำครั้งเดียวตาจะดีขึ้น

cats

ล่าสุด ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า อย่าเอามะนาวไปรักษาต้อเนื้อ เดี๋ยวนี้ทำไมตำรายาผีบอกแบบแปลก ๆ อย่างนี้มันถึงได้ระบาดกันนัก คิดได้ยังไง เป็นต้อเนื้อแล้วเอาน้ำมะนาวสดมาบีบใส่ตา  เดี๋ยวก็ได้ตาบอดกันจริง ๆ

ต้อเนื้อ และต้อลม เกิดจากการที่ตาเกิดการระคายเคืองต่อเนื่องมายาวนาน เช่น รับรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด หรือฝุ่นละออง ควัน ลม และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ไม่เกี่ยวกับการกิน “เนื้อ” อย่างที่บางคนเข้าใจผิด จนเกิดเป็นเนื้องอกขึ้นในดวงตา ทำให้ตาพร่ามัว

โรคต้อเนื้อจริง ๆ ไม่ใช่โรคร้ายแรง ถ้าเป็นน้อย ๆ แล้วดูแลดี ๆ ก็จะหายเองได้ เช่น ใส่แว่นกันแดด หรือใช้ยาหยอดตาเพื่อลดการระคายเคือง แต่ถ้าเป็นมากและจะรักษาให้หายก็ต้องผ่าตัดลอกต้อเนื้อออก

MThai News

ผบ.ทร.ยันฉลาดคุ้มค่า ซื้อเรือดำน้ำจีน 3.6 หมื่นล้าน

กองทัพเรือ มีมติเป็นเอกฉันท์ ใช้งบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท ซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน 3 ลำ ผบ.ทร.ยันถือเป็นความฉลาดและคุ้มค่ามากที่สุด

ไทยสั่งซื้อเรือดำน้ำจีน

พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่า กองทัพเรือมีมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน จำนวน 3 ลำ มีอาวุธครบ โดยใช้งบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาทซึ่งการจัดซื้อในครั้งนี้เป็นแบบแพ็คเกจ ทั้งเรื่องของเรือ อาวุธ การฝึกอบรม และการดูแลอะไหล่เรือดำน้ำ เป็นเวลา 8 ปี

สำหรับการจัดซื้อเรือดำน้ำของประเทศจีนมีคณะกรรมการของกองทัพเรือร่วมกันพิจารณา 17 คน ซึ่งเป็นคนของกองเรือดำน้ำและกองเรือยุทธการที่จะต้องอยู่ในเรือดำน้ำเป็นผู้ให้คะแนนเองทั้งหมด โดยงบประมาณจะใช้แบบ 7 ปี หรือ 10 ปี ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะซื้อในลักษณะจีทูจี

ไทยสั่งซื้อเรือดำน้ำจีน ‏@brnititorn

ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้เดินทางไปดูเรือดำน้ำ 6 ประเทศ เป็นคนรุ่นใหม่ จำนวน 17 คน จากกองเรือดำน้ำกองเรือยุทธการ พร้อมให้คะแนน 14 คน เลือกเรือดำน้ำของจีน ประเทศเยอรมนี 2 คน และประเทศสวีเดน 1 คน ตนยืนยันว่า ไม่มีใครไปชักนำเขาเลือกด้วยตัวเองเพราะ เป็นเรือในอนาคต ทั้งนี้ ทางจีนได้สนับสนุนการฝึกอบรม พร้อมอะไหล่เรือดำน้ำถึง 8 ปี ดังนั้น ถือเป็นความฉลาดและคุ้มค่ามากที่สุด

ไทยสั่งซื้อเรือดำน้ำจีน @Prachaya_Ice

พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวต่อว่ายังไม่ทราบว่า เรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อใด แต่ยืนยันว่ากองทัพเรือจะทำให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา

“ครม.จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็ได้ เพราะไม่มีอะไรซุกอยู่ใต้พรม ทุกอย่างเปิดเผย ยืนยันว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำของประเทศจีนไม่มีการล็อบบี้จากฝ่ายการเมือง และจ่ายเงินโดยภาครัฐ กองทัพเรือไม่เกี่ยว เพราะกองทัพเรือพิจารณาตาม ครม.สั่งการ” พล.ร.อ.ไกรสร กล่าว

ภาพ twitter ‏@brnititorn / @Prachaya_Ice

MThai News

จำคุก6เดือน! 6โจ๋รุมยำ ‘ต่อตระกูล’ ลูกชายชูวิทย์

ศาลอาญาสั่งจำคุก 6 โจ๋ คนละ 6 เดือน ปรับ 100 บาท หลังรุมต่อยและใช้มีดข่มขู่เอาทรัพย์สิน “ต่อตระกูล กมลวิศิษฎ์” ลูกชายชูวิทย์เมื่อปี56

วันที่ 2 ก.ค. ศาลอาญารัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกฤษฎา นัยสดับ อายุ 28 ปี กับพวกรวม 6 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธมีดและพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ลูกชายชูวิทย์

ต่อตระกูล กมลวิศิษฎ์

จากกรณีเมื่อวันที่ 15 เม.ย.2556 เวลากลางคืน จำเลยทั้ง 6 คน ได้ร่วมกันพกพาอาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 6 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม ไปในซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถ.ประชาสงเคราะห์ กทม. แล้วได้ปล้นเอานาฬิกาข้อมือยี่ห้อบลูการี จำนวน 1 เรือน ราคา 8 หมื่นบาทของ นายต่อตระกูล กมลวิศิษฎ์ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นบุตรชาย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และใช้มือชกเข้าบริเวณศีรษะของผู้เสียหายจำนวน 2 ครั้ง จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย และใช้อาวุธมีดเพื่อใช้ในการกระทำความผิดโดยขู่เข็ญว่า จะใช้อาวุธมีดทำร้ายให้ได้รับอันตรายถึงชีวิตหากขัดขืน โดยโจทก์ขอให้จำเลยร่วมกันคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์ 80,000 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย

ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 6 คน มีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ปรับคนละ 100 บาท รวมจำคุกคนละ 6 เดือน ปรับ 100 บาท

MThai News