สลด! กระบะขายผลไม้ วอนตามหาลูกสาว

โลกออนไลน์แชร์ภาพกระบะขายมังคุด ติดสติ๊กเกอร์เต็มรถ วอนช่วยตามหาลูกสาว หลังหายไปนานถึง 4 ปี

โลกออนไลน์แชร์ภาพน่าสะเทือนใจ รถกระบะขายผลไม้ติดข้อความและน้องจีจี้ เด็กหญิงที่หายไป เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยข้อความเหล่านั้นชวนให้ผู้อ่านน้ำตาซึม ด้วยเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ตามหาลูก หลังจากถูกพลัดพรากไปนานหลายปี

กระบะขายผลไม้ ติดข้อความตามหาลูกสาวเต็มรถ

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่าขุนเขา สายน้ำ ลำธาร ได้โพสต์ภาพรถกระบะขายผลไม้ เต็มไปด้วยสติ๊กเกอร์ข้อความตามหาเด็กหาย ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของรถ พร้อมข้อความระบุว่า

ไปเที่ยวเขาใหญ่ แวะปั้ม ปตท. ก่อนถึงปากช่อง เจอรถขายผลไม้ เขียนข้อความตามหาลูกสาวไว้ทั่วรถ จึงขอร่วมประกาศตามหา ใครเห็นเบาะแสแจ้งไปตามข้อความที่เขียนบนตัวรถได้เลย ช่วยกันครับ

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างแชร์ส่งต่อเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะภาพหนึ่งในนั้นมีข้อความว่า พอรู้ว่าลูกผมหายไป ไม่ถึง 30 นาที ผมรีบไปแจ้งความที่โรงพักแต่ตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่าหายไปไม่ถึง 24 ชม.

กระบะขายผลไม้ ติดข้อความตามหาลูกสาวเต็มรถ

กระบะขายผลไม้ ติดข้อความตามหาลูกสาวเต็มรถ

ขอบคุณภาพ ขุนเขา สายน้ำ ลำธาร

MThai News

พิษแล้ง! ชาวนาช้ำ ถึงขั้นเอาครกหินเข้าโรงจำนำ

สถานธนานุบาลเทศบาล ต.บางระกำ จ.พิษณุโลก เผยมีชาวนา เกษตรกร แห่นำเครื่องมือการเกษตรมาจำนำ หนักสุดเอาครกหินมาจำนำเพื่อจุเจือนครอบครัว

วันนี้ 2 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยอดการใช้บริการของประชาชนที่ใช้บริการสถานธนานุบาลในพื้นที่ ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากนำทองรูปพรรณกว่า 90 ล้านบาทมาจำนำ และยังมีเครื่องมือการเกษตรเครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่น ๆ จำนวนมาก

ชาวนานำครกหิกเข้าโรงจำนำ

นายสุนทร เพิ่มพูล ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาล ต.บางระกำ กล่าวว่า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ประชาชนขาดรายได้ในช่วงนี้  แต่ที่หดหู่ที่สุดมีประชาชนเป็นหญิงวัยกลางคนในเขตเทศบาลตำบลบางระกำ อุ้มครกหิน 2 ลูก มาจำนำไว้ 400 บาท โดยบอกว่าจะนำไปจ่ายค่าไฟ-ค่าน้ำ

ซึ่งทางสถานธนานุบาลฯ ก็รับจำนำไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ขัดสน ซึ่งขณะนี้เป็นเวลานาน 8 เดือนแล้ว ประชาชนรายนั้นยังคงส่งดอกเบี้ยให้ทุกเดือน เฉลี่ยค่าดอกเบี้ยเพียงเดือนละ 2 บาทเท่านั้น ซึ่งทุก ๆ เดือนไม่เคยขาดส่งแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าช่วงนี้จะมีประชาชน นำทรัพย์สินมาจำนำที่สถานธนานุบาลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในช่วงหน้าแล้งเกษตรกรขาดทุนกันเป็นแถว รายได้ลดลง จำต้องนำข้าวของมาจำนำไว้ก่อน เพื่อจุเจือนครอบครัว

MThai News

ที่มา… เดลินิวส์

ราคาขึ้น30%!ซีฟู้ด ขาดตลาด หลังหยุดทำประมง

หลังจากรัฐบาลออกมาตรการจัดระเบียบเรือประมงผิดกฎหมาย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไปนั้น ส่งผลให้เรือประมงจอดลอยลำเป็นจำนวนมาก เฉพาะท่าเรือ 3 แห่งประกอบด้วย ท่าเรือประมงกัลปังหา ท่าเรือชลาลัย และท่าเรือบ้านคลองมะขาม ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด มีเรือประมงขนาดใหญ่และขนาดเล็กจอดลอยลำอยู่กว่า 800 ลำ

ล่าสุดสถานการณ์ดังกล่าวได้เริ่มส่งผลกระทบทำให้อาหารทะเลสดปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย กิโลกรัมละ 10- 20 บาท โดยที่ตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ปลาหมึกสดเดิมกิโลกรัมละ 150 บาทปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 160 บาท , ปูเดิมกิโลกรัมละ 160 เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 180 บาท , หอยลาย และหอยแครง เดิมกิโลกรัมละ 60 ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 80 บาท

04-5-1

ขณะเดียวกันแผงขายอาหารทะเลที่ตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี เริ่มขยับราคาขายอาหารทะเล ทั้งหมึก กุ้ง หอย ปู ปลา ขึ้นจากเดิมเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 -30 บาท เช่นกัน

เช่นเดียวกับตลาดสดที่จังหวัดกระบี่ อาหารทะเลปรับขึ้น กิโลกรัมละ 10-20 บาท ปลาทูขนาดใหญ่ปรับเป็นกิโลกรัมละ 110 บาท จากราคา 90 บาท และจำหน่ายในท้องตลาดไม่ต่ำกว่าราคากิโลกรัมละ 150 บาท ปลาแดง 70 บาท ราคาขายในตลาด 100 บาท จากราคาเดิม 80 บาท และมีแนวโน้มว่า ราคาจะปรับสูงขึ้นเนื่องจากเรือประมงพาณิชย์ในภาคใต้หลายจังหวัดหยุดทำประมง

นอกจากนั้นราคาอาหารทะเลในตลาดสหกรณ์ประมงแม่กลองขณะนี้ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 อาทิ ปลาทู ปกติ 30 บาท เพิ่มเป็น 39 บาท ปลาหมึกตัวใหญ่สุด ปกติ กิโลกรัมละ 170 บาท เพิ่มเป็น 220 บาท และ ปลาเก๋าปกติ กิโลกรัมละ 280 บาท เพิ่มเป็น 350-400 บาท

04-6

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการขายส่งอาหารทะเลในบางจังหวัดได้แจ้งว่าในวันที่ 4 ก.ค.2558 นี้ จะหยุดส่งอาหารทะเลโดยไม่มีกำหนด ซึ่งจะส่งผลกระทบพ่อค้าแม่ค้าไม่มีอาหารทะเลขาย และอาจต้องปิดร้านตามไปด้วยเช่นกัน

ด้าน นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ปัญหาเรือประมงที่ไม่มีใบอนุญาต ไม่มีใบอาชญาบัตรและแรงงานไม่ถูกต้อง ซึ่งจะไม่สามารถออกไปทำการประมงได้นั้น กระทรวงเกษตรฯ จะมีการติดตามประเมินผลกระทบที่ชัดเจน แต่ในเบื้องต้นส่วนของอาหารทะเลหรือสัตว์น้ำในการบริโภคบางประเภท เช่น กุ้ง ปู ปลากะพง จะไม่กระทบมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการเพาะเลี้ยงไม่ได้มาจากทะเล

04-9

แต่ส่วนที่จะส่งผลกระทบจริงๆ มี 3 ส่วน คือ 1.แพปลา 2. โรงน้ำแข็ง และ 3. โรงงานอาหารสัตว์ ซึ่งวัตถุดิบจะเป็นปลาตัวเล็ก แต่ขณะนี้ทางผู้ประกอบการก็พยายามปรับตัวหันไปนำเข้าปลาจากแหล่งอื่นทดแทน

MThai News