อุทาหรณ์ ผู้อยากมีกล้ามใหญ่ทางลัด ดูคลิปนี้ !!

หนุ่มฉีดสเตียรอยด์หวังเพิ่มกล้ามให้หุ่นดี แต่พลาด เข้ารับการรักษาจากแพทย์ ด้วยการเจาะสิ่งแปลกปลอมออกสุดสยอง

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘มิรเรอร์’ รายงานข่าว กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอสุดสยอง ขณะที่แพทย์ทำการช่วยเหลือคนไข้ที่เข้ารับการรักษา จากอาการความผิดปกติ หลังจากฉีดสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้กล้ามบริเวณแขนใหญ่

กร้าม,ฉีดน้ำมัน,ศัลยกรรม,เน่า,ฉีดกร้ามให้ใหญ่

ทั้งนี้จากเนื้อหาในคลิปดังกล่าว แสดงให้เห็นขณะที่แพทย์ นำมีดกรีดเข้าที่ต้นแขนของคนไข้รายหนึ่ง และมีน้ำสีเหลืองขุ่น ผสมกับเลือด ไหลออกมาเป็นทางในปริมาณมาก ในขณะที่คนไข้ ได้ส่งเสียงร้องครวญคราง ด้วยความเจ็บปวดทรมาน ซึ่งจากรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศ บราซิล ทว่าหากคนไข้รายนี้ไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ได้ทัน แขนของเขาอาจไม่สามารถใช้งานได้ตลอดไป

อย่างไรก็ตาม สารที่ได้รับความนิยมในการฉีดเพิ่มกล้าม เพื่อเสริมความมั่นใจในรูปร่างของบรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ คือสารที่มีชื่อว่า สเตียรอยด์ ซึ่งเป็นสารที่มักจะใช้ในทางการแพทย์ เช่นการรักษาโรคตา โรคผิวหนัง หรือโรคหอบหืด มีทั้งรูปแบบยาฉีด ยาทา และยากิน ซึ่งเป็นสารที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง แม้จะใช้ในการรักษาตามวิธีทางการแพทย์ก็ตาม เพราะอาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ง่าย

MThai News

ที่มา mirror

เหมาะสมมั้ย? พระตัดผม ในร้านเสริมสวย

โลกออนไลน์แชร์ภาพพระสงฆ์ใช้บริการตัดผมร้านแห่งหนึ่ง จ.ชลบุรี พศ.ชี้ไม่เหมาะสม ขณะที่เจ้าของร้านยันทำไปตามอาชีพ

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพสุดอึ้ง พระสงฆ์ใช้บริการภายในร้านตัดผมแห่งหนึ่ง ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้บรรดาชาวโซเชียลต่างมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และตั้งข้อสงสัยว่าผิดวินัยสงฆ์?

พระสงฆ์ตัดผมในร้านเสริมสวย ติงไม่เหมาะสม

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์ภาพ ขณะที่พระกำลังใช้บริการภายในร้านตัดผม ด้วยอิริยาบถกึ่งนั่งกึ่งนอน พร้อมข้อความระบุว่า เอาที่หลวงพี่สบายใจละกัน สมัยนี้พระท่านไม่โกนหัวที่วัดแล้วนะรู้ยัง ไปนั่งรอคิวปัตตาเลี่ยนปรี๊ดตามร้านแบบเราเลยครับ

ด้าน นายสมชาย สุรชาตรี ผู้ตรวจราชการและโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.) กล่าวว่า ตามปกติเมื่อถึงวันโกน พระสงฆ์จะช่วยกันโกนผมพระรูปอื่นในวัด สำหรับภาพพระสงฆ์เข้าไปใช้บริการร้านตัดผม หรือที่เรียกว่าบาร์เบอร์นั้น แม้จะไม่มีข้อห้ามในพระธรรมวินัย แต่ถือว่าไม่เหมาะสม แต่พระสงฆ์รูปนี้อาจมีความจำเป็นบางประการ ซึ่งเรายังไม่ทราบข้อเท็จจริง

ล่าสุด มีรายงานว่า ร้านตัดผมในภาพฉาวอยู่บริเวณย่านตลาดสด เทศบาลเมืองศรีราชา ริมถนนเจิมจอมพล จังหวัดชลบุรี ซึ่งช่างตัดผมที่ปรากฏในภาพนั้นเป็นช่างผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เข้าใจผิดกัน ช่างรายดังกล่าว เผยว่า พระรูปนี้ไม่ทราบว่ามาจากวัดใด มาใช้บริการกับตนกว่า 3-4 ครั้ง โดยจะวางค่าปลงผมให้ครั้งละ 100 บาท

ซึ่งตนบริการให้ไม่ได้เจตนาอะไร คิดว่าเป็นการทำบุญให้พระ ด้านกระแสที่มองว่าไม่เหมาะสม ตนยอมรับว่าไม่มีความรู้เรื่องพระธรรมวินัย เพียงแค่ทำงานบริการตามอาชีพเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ dailynews

MThai News

ชักบานปลาย จิ๊กซอว์สำคัญ คดีระบายข้าว หายตัว?

ชักบานปลาย-จบไม่ง่ายซะแล้ว ! เมื่อหมอโด่ง จิ๊กซอว์ คนสำคัญคดีระบายข้าวฯในสมัย ‘นางสาวยิ่งลักษณ์’  ไร้เงา งานนี้ศาลถึงต้องออกหมายจับ !

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 58 ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำสั่งนัดแรก นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และพวกอีก 21 คน กรณีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยมิชอบ ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด และส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในคดีนี้

1+2+3

ขอบคุณภาพจาก bright tv/ มติชน

แม้จะไม่ได้เป็นข่าวหน้าหนึ่ง หรือสร้างกระแสข่าว ฮือฮา แต่ก็ต้องจับตาดู ว่า ผลสรุปคดีนี้จะออกมาเป็นเช่นไร!

การมาฟังคำสังศาลนัดแรกเมื่อวันที่ 29 มิ.ย ของนายบุญทรง และพวก21คน เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ กล่าวคือ ได้รับการประกันตัว ไปโดยนายบุญทรงได้ใช้หลักทรัพย์เป็นตัวเงินที่สูงพอสมควร ด้วยสมุดบัญชีเงินฝาก 20 ล้านบาท พร้อมยอมรับเงื่อนไขแต่โดยดี ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาต ส่วนจำเลยอื่นๆ ศาลพิจารณาตามเหตุแต่ละรายไป

53803

ขอบคุณภาพจาก แนวหน้า

นอกจากนี้อัยการสูงสุด ยังขอให้ศาลสั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นเงินกว่า 3 หมื่น 5 พันล้านบาท ซึ่งค่าปรับดังกล่าวคิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 5 หมื่นตัน ที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา 4 ใน 8 ฉบับด้วย

ดูๆแล้วการต่อสู้คดีระบายข้าวรัฐต่อรัฐครั้งนี้ ไม่น่าจะมีสิ่งใดจะทำให้เกิดเรื่องระทึกใจ หรือ ตื่นเต้น เพราะดูจากรูปคดีน่าจะดำเนินการไปเรื่อยๆ ตามประสาที่อาจจะยืดเยื้อหากดูจากรูปการณ์

แต่เหตุการณ์กลับสร้างกระแสให้สาธารณชนจับตาอีกครั้ง ! เมื่อศาลได้ออกหมายจับ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการของนายบุญทรง และนายสุธี เชื่อมไธสง เนื่องจากไม่มาตามหมายนัดของศาล 

บุคคลทั้ง 2 จึงตกเป็นเป้าสายตาโดยฉับพลัน! และถูกคำถามหนักว่าเขาคือใคร มีความสำคัญเกี่ยวข้องอย่างไร กับการระบายข้าวจีทูจีครั้งนี้

โดยเฉพาะ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือ หมอโด่ง อดีตเลขานุการของนายบุญทรง ซึ่งถือว่าเป็นบุคลลสำคัญไม่น้อยในคดี เพราะได้รับมอบหมายให้เป็นหัวเรือใหญ่ ดูแลรับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับเรื่องข้าวเป็นจำนวนมาก

ไม่ว่าจะเป็น กรรมการคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องข้าวหลายชุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นหนึ่งในกรรมการคณะอนุกรรมการพิจารณาการระบายข้าว

หากจับความที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ บุคคลที่ได้ออกมาเปิดโปงการโกงโครงการระบายข้าวจีทูจี ได้อภิปรายในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 57 ของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) เมื่อ 29 พ.ค. 56  ได้กล่าวไว้เป็นนัยว่า “ข้าราชการจะเสนออะไร ท่านรัฐมนตรีจะถามว่า คุณหมอทราบหรือยังทุกครั้ง “ ประโยคนี้น่าจะบ่งบอกสถานะของ หมอโด่ง ได้ว่าท่านนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

เพราะแม้แต่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่เป็น รมช.พาณิชย์ ในขณะนั้นยังไม่ได้เป็น 1ในกรรมการเรื่องการจำนำข้าว คงจะเห็นแล้วว่าบุคคลท่านนี้มีความสำคัญมากเพียงใด และอาจจะมีความใกล้ชิดกับกลุ่มทุนด้านข้าวเป็นสำคัญก็เป็นได้

การขายข้าวรัฐต่อรัฐในครั้งนี้ มีมูลค่าถึง 7.05หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่มีการเปิดเผยราคาแม้แต่น้อยขณะที่ข้าวสารเกือบทั้งหมดนั้นเบิกจากโกดังและไม่มีการส่งออกจริง ซึ่งเป็นคำถามที่ประชาชนอยากรู้ ข้าวจำนวนมากมายขนาดนั้นหายไปไหน !

ฉะนั้นต้องถือว่า หมอโด่ง หรือ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ คือ จิ๊กซอว์ ตัวสำคัญ ที่จะทำให้เรื่องราวทุกอย่างกระจ่างได้…

วรัญญา twitter@waranmee

MThai News