ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกหญิงทำร้ายคนขับเก๋ง

ตำรวจมักกะสัน เตรียมออกหมายเรียกหญิงทำร้ายร่างกายตบตี คนขับรถเก๋งกลางแยกไฟแดงแล้ว

จากกรณีมีการแชร์คลิปวิดีโอทางโลกออนไลน์ เป็นเหตุการณ์ เมื่อเย็นวันที่ 30 มิถุนายน 2558 เวลา 17.15 น. ความยาว 1.38 นาที ชื่อคลิป “เหตุเพราะ…ขับรถจี้ตูด” โดยในคลิปเป็นเหตุการณ์ที่คนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นผู้หญิง ได้ลงมาจากรถจักรยานยนต์ และมาทำร้ายร่างกาย และด่าทอคนขับรถยนต์เก๋งสีแดงด้วยถ้อยคำหยาบคาย โดยอ้างว่าไม่พอใจที่ รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวซึ่งจอดติดไฟแดงอยู่บริเวณ ถนนพระราม 9 แยกผังเมือง ก่อนถึงแยก อ.ส.ม.ท. พยายามขับเบียดและจี้หลังรถจักรยานยนต์  ซึ่งหลังมีการแชร์คลิปวิดีโอดังกล่าว ได้มีประชาชนจำนวนมากแสดงความคิดเห็นโดยต่างเห็นว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ

สาวโหดต่อยคนขับรถเก๋ง

ล่าสุด พ.ต.ท.บุญโชติ เลี้ยงบำรุง พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สน.มักกะสัน ซึ่งได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุดังกล่าว เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุรุนแรงและไม่มีทรัพย์สินเสียหายมาก โดยเป็นเหตุที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดติดไฟแดงใกล้กัน ในจังหวะที่มีสัญญาณไฟเขียวรถจักรยานยนต์ได้พยายามขับซิกแซกและขับมาเบียดกัน จนเกิดความไม่พอใจขึ้น

โดยล่าสุด ผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายได้แจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีกับหญิงคนดังกล่าว ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.ทศพร เอี่ยมหร่าย อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้เสียทรัพย์แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.)

MThai News

โหด! สาวฉุนรถโดนชนท้าย ปล่อยหมัดไม่ยั้งใส่คู่กรณี

โลกออนไลน์แชร์ว่อนคลิปหญิงจักรยานยนต์ไม่พอใจสาวขับเก๋งขี่รถจี้ท้าย เข้าชกต่อยหญิงขับเก๋งกลางถนน ท่ามกลางสายตาผู้สัญจรไปมา

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ที่ถูกพูดถึงกันอย่างมาก เมื่อมีการแชร์คลิปของสาวอารมณ์ร้อนชกต่อยหญิงขับเก๋งกลางถนน พระราม 9 แยกผังเมือง ด้วยเหตุขับรถจี้ท้าย ทำให้เกิดความไม่พอใจ ทำร้ายร่างกาย ท่ามกลางสายตาของผู้สัญจรผ่านไปมา

1.3

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ครายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ พร้อมข้อความว่า เย็นวันที่ 30 มิ.ย. เวลา 17.15 น. มีเหตุไม่พอใจขับรถจี้ท้าย จึงลงมาเคลียร์ที่ถนนพระราม 9 แยกผังเมือง มีต่อยกัดด้วย ทำเกินไปไหมน้อง ทำร้ายร่างกายนะ

โดย คลิปดังกล่าวเผยให้เห็น ขณะที่หญิงสวมหมวกกันน็อคคนหนึ่ง มีปากเสียงกับหญิงอีกคนภายในรถเก๋งสีแดง ซึ่งเปิดกระจกรถอยู่ จากนั้นเธอได้ถอดหมวกกันน็อคแล้วเข้าทำร้ายหญิงขับเก๋ง ด้วยการชกต่อย กระชาก พร้อมบอกให้ออกจากรถ

จนกระทั่ง รถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งไปข้างหน้าชนซ้ำเข้ากับรถจักรยานยนต์ที่ล้มอยู่ ซึ่งมีชายคาดว่าเป็นแฟนหนุ่มยืนดูสถานการณ์ โดยไม่ห้ามปรามการกระทำแต่อย่างใด จากนั้นคนขับวินมอเตอร์ไซค์เข้าห้ามแต่ก็โดนด่ากลับ จึงเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง หญิงรายดังกล่าวจึงหยุดทำร้าย ด้านหญิงขับเก๋งได้ออกจากรถเข้าให้การ

หลังจากคลิปได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ บรรดาชาวโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการกระทำของหญิงสาวรายนี้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวยังตัดสินไม่ได้ว่าใครผิด แต่หญิงเจ้าของรถจักรยานยนต์ผิดเต็ม ๆ เนื่องจากทำร้ายร่างกายผู้อื่น

ลุ้น! พรุ่งนี้อัยการญี่ปุ่นสอบ ‘บิ๊กแจ๊ด’ครั้งแรก

โฆษกตร.เผยอัยการญี่ปุ่นนัดสอบ “พล.ต.ท.คำรณวิทย์”ครั้งแรกพรุ่งนี้ ก่อนมีคำสั่งฟ้อง ขณะยังไม่ชัดปมปืนที่พบ

วันที่ 1 ก.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุมข้อหาพกพาอาวุธปืนเข้าสนามบินนาริตะว่า ทางสถานทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าเยี่ยม พล.ต.ท.คำรณวิทย์แล้ว ทราบว่าสุขภาพร่างกายยังแข็งแรงดี ไม่เจ็บป่วย และไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ

พล.ต.ท.ประวุฒิ

ส่วนความคืบหน้าทางคดี วันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.) พนักงานอัยการญี่ปุ่น จะทำการสอบปากคำ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เป็นครั้งแรก ขณะที่ทีมทนายนัดส่งเอกสารเกี่ยวกับอาวุธปืนให้ทางอัยการด้วย และในวันที่ 3 ก.ค.นี้ จะครบกำหนดผลัดฟ้องครั้งแรก คือ 10 วัน และมีแนวโน้มว่าจะยื่นผลัดฟ้องครั้งที่ 2 อีก 10 วัน หากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอในการสั่งฟ้อง

แต่อย่างไรก็ตาม อัยการอาจสั่งฟ้องคดีก่อนก็ได้ โดยไม่ต้องรอให้ครบ 20 วันตามกำหนด ส่วนอัยการจะสั่งคดีอย่างไรนั้น ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า อาวุธปืนนอร์ท อเมริกัน .22 ที่ถูกจับกุม นำออกจากประเทศไทยหรือไม่ เนื่องจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด ยืนยันว่าตรวจไม่พบ อีกทั้งอาวุธปืนจะเป็นของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ หรือไม่นั้น ก็ยังตอบไม่ได้เช่นกัน ซึ่งต้องให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของญี่ปุ่นในการสอบสวน

MThai News