หมอนทองราคาพุ่ง! พ่อค้าจีน บุกซื้อถึงหน้าสวน

กระทรวงพาณิชย์ เผย พ่อค้าจีน แห่ซื้อทุเรียนหมอนทองถึงหน้าสวนไทย ส่งผลให้ยอดขายพุ่งสูงเป็นประวัติศาสตร์

กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากผลสำรวจราคาผลไม้ ปี58 พบว่า ทุเรียนพันธุ์หมอนทองมีราคาสูงที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ กิโลกรัมละ 90-120 บาท เนื่องจากตลาดผู้บริโภคในประเทศจีน มีความต้องการรับซื้อผลไม้โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง ซึ่งพ่อค้าหรือล้งได้ร่วมกับชาวไทยตั้งโรงรับซื้อและคัดสรรทุเรียนถึงหน้าสวนของเกษตรกรไทย ทำให้มีออเดอร์เข้ามายังสวนในปริมาณมาก แต่ยังเกรงว่า ล้งจีนจะเข้าผูกขาดและกดราคาผลไม้ไทยในอนาคต

ภาพประกอบเนื้อหา

ภาพประกอบเนื้อหา

สำหรับราคาทุเรียนหมอนทองย้อนหลัง 15 ปีตั้งแต่ปี 44-58 พบว่าในปี 44 ราคาเฉลี่ยที่ 20-70 บาทต่อกก, ปี 45 ราคา 20-60 บาทต่อกก., ปี 46 ราคา 20-60 บาทต่อกก., ปี 47 ราคา 20-45 บาทต่อกก., ปี 48 ราคา 25-40 บาทต่อกก, ปี 49 ราคา 30-60 บาทต่อกก., ปี 50 ราคา 25-50 บาทต่อกก. , ปี 51 ราคา 35-50 บาทต่อกก., ปี 52 ราคา 35-60 บาทต่อกก., ปี 53 ราคา 45-75 บาทต่อกก., ปี 54 ราคา 40-75 บาทต่อกก., ปี 55 ราคา 55-100 บาทต่อกก., ปี 56 ราคา 55-100 บาทต่อกก., ปี 57 ราคา 60-100 บาทต่อกก. และ ปี 58 ราคา 90-120 บาทต่อกก.

ทั้งนี้ นอกจากชาวสวนจะได้กำไรอย่างมากแล้ว พบว่า บรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายปลีกทุเรียนภายในประเทศก็ได้กำไรดีเช่นกัน โดยบางรายมีกำไรจากการขายวันละ 10,000 -20,000 บาท หรือขายวันละ 1,000 กก.หมดภายในวันเดียว

ขณะเดียวกัน ปัญหาภัยแล้ง ยังส่งผลให้ผลไม้ต่างๆมาราคาสูงขึ้น โดยทางกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการหาช่องทางการตลาดไว้รองรับ เพื่อรักษาระดับราคาผลไม้ให้คงที่ให้ได้ประโยชน์ทั้งเกษตรกร ผู้ค้า และผู้บริโภค

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก…Dailynews

ฟังกันยัง? ก.ไก่ถึงฮ.นกฮูก ฉบับเด็กดอย

โลกออนไลน์แชร์คลิปความน่ารักสดใสของเด็ก ท่องอักษรไทย ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก ฉบับเด็กดอย สุดเก๋ไม่ซ้ำใคร

ปัจจุบันนี้หลายคนต้องเคยท่องตัวอักษร ก.ไก่ถึง ฮ.นกฮูก กันหมด นอกจากนี้ระเบียบแบบแผนคำที่ใช้ในการท่องอักษร ล้วนเหมือนกันทุกคน ตามฉบับต้นแบบหนังสือเรียน แต่เกิดกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีชาวเน็ตนำคลิปเด็กท่องพยัญชนะ ก.ไก่ถึง ฮ.นกฮูก แปลกไม่ซ้ำใคร

ก.ไก่ถึงฮ.นกฮูก ฉบับเด็กดอย แปลกไม่ซ้ำใคร

โดย ผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่าAnn’t Chawini ได้แชร์คลิปเด็กผู้ชายกำลังท่องพยัญชนะอักษรภาษาไทย ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก ด้วยภาษาที่แตกต่างจากต้นฉบับการันตีว่าหลายคน ไม่เคยได้ยินมาก่อน พร้อมข้อความระบุว่า ท่อง ก-ฮ เวอร์ชั่นเด็กดอย!

ขอบคุณภาพ Ann’t Chawini

MThai News

เมียนมาร์ฉุนไทยหลังไร้จนท.รับรถบรรทุกก๊าซถูกจับ

นายอำเภอเมียวดี ฉุนไทยไม่ให้เกียรติ หลังไม่มีจนท. ไปรับรถบรรทุกก๊าซที่ถูกจับ ขณะที่กระทรวงพลังงานแถลงยันไม่ใช่การลักลอบ แต่เป็นการดำเนินไปอย่างถูกกฎหมายได้รับอนุญาต

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (1 ก.ค. 58) นายคินหม่องซอ นายอำเภอเมียวดี ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ออกอาการแสดงความไม่พอใจทางการไทย ภายหลังไม่มีเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการรับรถบรรทุกแก๊สที่ถูกทางการของเมียนมาร์กักตัวไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มรถบรรทุกดังกล่าวละเมิดเจ้าของสัมปทานบรรทุกเกิน โดยนายหม่องซอ ถึงกับกล่าวว่า “ไม่มีความเคารพ ไม่ให้เกียรติกัน ต่อไปหากมีปัญหาจะดำเนินการถึงที่สุดทุกกรณี”

จับรถบรรทุกก๊าซ, พม่า, ไทย

ทั้งนี้ก่อนการปล่อยรถบรรทุกก๊าซ ทางการเมียนมาร์ได้มีการหารือเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำอีก ด้วยการออกกฎให้ 3 บริษัท จาก 7 บริษัท สามารถซื้อขายแก๊สจากฝั่งไทยได้ ประกอบด้วย
1. บริษัท ตองยินอ่องเมี๊ยะ
2. บริษัท อัมรา เทรดดิ้ง จำกัด
3. บริษัท เอซานอ่องอ่อง เพาเวอร์ จำกัด

ส่วนบริษัทอื่นๆ ไม่มีสิทธิ์นำเข้าจากไทย และห้ามมีการลักลอบนำเข้าด้วย ทั้งนี้ในวันเดียวกันทางกระทรวงพลังงานก็ได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องการจับกุมรถบรรทุกก๊าซของไทย โดยยืนยันว่ารถบรรทุกก๊าซดังกล่าวไม่ได้มีการลักลอบนำเข้า และไม่ใช่การจับกุม เป็นเพียงการขอตรวจเอกสารเท่านั้น

“กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวเกี่ยวกับ LPG ในสื่อ Social โดยระบุเนื้อหาที่คลาดเคลื่อนตอนหนึ่งว่า …กระเหรี่ยงจับรถบรรทุกก๊าซไทยลักลอบส่งเข้าพม่า 10 คัน หนักคันละกว่า 40 ตัน กระชากหน้ากากพวกลวงโลก ปตท.-ก.พลังงาน ปากบอกต้องนำเข้า แต่มีการส่งออก… นั้น กระทรวงพลังงานขอชี้แจงว่า

1.รถบรรทุกก๊าซ LPG ดังกล่าวมีเพียง 7 คัน และทุกคันไม่ได้เป็นรถที่ลักลอบส่งก๊าซเข้าพม่า โดยกรมธุรกิจพลังงานได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นรถบรรทุกที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรถบรรทุกที่ปรากฏเป็นข่าวเหมือนถูกจับกุมนั้น ไม่ได้ถูกจับกุมแต่อย่างใด เป็นเพียงภาพที่มีการตรวจสอบเอกสารของทางเจ้าหน้าที่ของพม่าตามปกติ ซึ่งการตรวจสอบก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะรถบรรทุกก๊าซมีเอกสารได้รับอนุญาตส่งออกถูกต้องตามกฎหมาย

2.การผลิต LPG ของไทย ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้นั้นเป็นความจริงไม่ได้ลวงโลกดังข้อกล่าวอ้าง สถิติล่าสุดช่วง 4 เดือนแรกของปี (ม.ค.-เม.ย. 58) ไทยผลิต LPG ได้เฉลี่ย 4.5 แสนตัน/เดือน แต่มีความต้องการใช้ 5.5 แสนตัน/เดือน ยังต้องนำเข้า 1 แสนตัน/เดือน

ซึ่งในส่วนที่มีการอนุญาตให้ส่งออกนั้น กรมธุรกิจพลังงานมอบหมายให้ปตท. นำเข้าก๊าซ LPG ต่างหากโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปกติประเทศเพื่อนบ้านมีการขอซื้อ LPG แบบรัฐต่อรัฐ (G to G)อยู่แล้ว โดยจะจำหน่ายในราคาตลาดโลก และการอนุญาตให้ส่งออกเพื่อต้องการสกัดกั้นการลักลอบไปขายอย่างผิดกฎหมาย

โดยการส่งออกไปทางด่านแม่สอดมีประมาณ 1,600 ตัน/เดือน เมื่อเทียบแล้วจะเท่ากับลดการลักลอบลงได้ และทำให้ประเทศมีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นเดือนละ 28 ล้านบาท จากสถิติข้อมูลช่วง 4 เดือนแรกของปี 58 มีการส่งออกไปยังกัมพูชา 500 ตัน ลาว 300 ตัน เมียนมา 1,700 ตัน

MThai News