ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยว เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม ประกอบกับได้มีการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศให้กับคนไทย ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพำนักในระยะสั้น
ทำให้มีคนแห่แหนเข้าไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่ตกเป็นข่าวกันอยู่บ่อยครั้ง เห็นจะเป็นวีรกรรมที่ไม่เหมาะสมของคนบางกลุ่ม ที่ทำให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย MThai ข่าวภาคซ่าส์ ได้หยิบยก พฤติกรรมที่ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างมาให้ได้รับชมกัน
เริ่มกันที่เรื่องราวสุดฉาว เมื่อนักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง จากซีรีย์ฮอร์โมน ได้ไปเปิดเพลงร้องเต้นโชว์บนรถไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีการจับกิ่งซากุระถ่ายรูป เรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สุดท้ายทางต้นสังกัดมีการลงโทษสั่งพักงานนักแสดงที่ตกประเด็นวิพากษ์วิจารณ์
ฉาวไม่แพ้กันเมื่อ สมาชิกพันทิปท่านหนึ่งไปตั้งกระทู้แชร์ประสบการณ์ แอบขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น โดยผู้ตั้งกระทู้ระบุว่า ครอบครัวของตน แอบขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น โดยที่ไม่มีตั๋วโดยสาร
เนื่องจากที่นั่งบนรถไฟขบวนดังกล่าวถูกจองจนเต็มหมดแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ครอบครัวดังกล่าวต้องแอบขึ้นรถไฟ เนื่องจากพลาดขบวนที่จะเดินทางกลับไปฟูกูโอกะ หากรอขบวนถัดไป ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 ชั่วโมงถึงจะมา เพราะอากาศหนาวจึงตัดสินใจทำวิธีดังกล่าว เมื่อแอบขึ้นไปบนรถไฟมีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วแล้วพบว่าไม่มีตั๋วโดยสาร จึงถูกไล่ให้ไปนั่งในขบวนตู้อาหารแทน
โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ที่นั่งบนรถไฟเป็นสิทธิ์ของผู้ที่จองตั๋วเท่านั้น ซึ่งเจ้าของกระทู้กลับมาเล่าวีรกรรมด้วยความภาคภูมิใจ ถ่ายรูปชมวิวข้างทางสวยงามมาอวดคนบนโลกออนไลน์ จนผู้คนที่ได้อ่านกระทู้ดังกล่าว พากันตำหนิเจ้าของกระทู้ไปทำนองเดียวกันว่า นี่คือการประจานตัวเอง

จากนั้นทางแฟนเพจ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความเตือนว่า การแอบขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น สถานทูตฯ ขอแจ้งให้นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางโดยรถไฟในญี่ปุ่น โดยเฉพาะรถไฟชินคันเซนทราบว่า เมื่อผู้โดยสารออกตั๋วรถไฟแล้ว ข้อมูลของผู้โดยสารจะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจประจำขบวนรถไฟโดยสารนั้น ๆ
ซึ่งหากผู้โดยสารขึ้นรถไฟขบวนที่ไม่ตรงกับขบวนในตั๋วที่ออก ตำรวจรถไฟญี่ปุ่นจะจับกุมสอบสวน หากผิดจริงจะถูกลงโทษปรับ 3 เท่าของราคาตั๋วรถไฟขบวนที่ขึ้น และอาจถูกฟ้องศาลในข้อหาทุจริตหลอกลวง

รายล่าสุดที่เพิ่งเป็นประเด็นคือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศญี่ปุ่นดำเนินการจับกุมตัว ในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง
ซึ่งพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี 640 เวลา 21.50 และถูกตรวจจับอาวุธปืนได้ที่ สนามบินนาริตะ
ขณะจะเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้คดีความยังไม่สิ้นสุด เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากผู้ที่ตกเป็นข่าวคือนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แต่กลับทำผิดกฎหมายเสียเอง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ได้ถูกจับกุมตัวไปในฐานะผู้ต้องหา จากนี้ต่อไปต้องรออัยการส่งฟ้องศาลตามกฎหมายต่อไป
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใครต่างรู้ดีว่า ผู้คนที่นั่นจะเคร่งครัดและเคารพกฎระเบียบกันมาก MThai ข่าวภาคซ่าส์ ขอหยิบเอา มารยาทของคนญี่ปุ่นมาฝากคุณผู้ชม เผื่อใครกำลังจะเดินทางไปเที่ยวจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
การเข้าแถว
ชาวญี่ปุ่นจะเคร่งครัดในเรื่องของกฏระเบียบพอสมควรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรอขึ้นรถ การซื้อตั๋วรถ แม้แต่การเข้าแถวรอเพื่อเข้าไปรับประทานอาหาร หรือเข้าห้องน้ำสาธารณะ ซึ่งการเข้าแถว รอเข้าห้องน้ำก็จะต้องรอที่ทางเข้าไม่ยืนรอที่หน้าประตูของห้องน้ำนั้นๆ
มายาทบนรถไฟ และรถสาธารณะ
เวลานั่งในรถไฟก็ไม่จำเป็นที่จะลุกให้คนแก่ คนพิการหรือคนท้องก็ได้เนื่องจากที่ญี่ปุ่น จะมีที่นั่งสำรองสำหรับ บุคคลพวกนี้อยู่แล้ว และก็ห้ามนั่งในที่ที่เขามีไว้สำหรับคนพวกนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะโดนคนมองเป็นตาเดียวเลย นอกจากนี้ห้ามส่งเสียงดัง ถือว่าเป็นการรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นๆ
มารยาทในการรับประทานอาหาร
– ห้ามปักตะเกียบลงในแนวดิ่งไปในถ้วยข้าว เพราะจะคล้ายกับการปักธูปไหว้ศพ
– ห้ามส่งอาหารจากตะเกียบสู่ตะเกียบ เพราะว่าคนญี่ปุ่นจะใช้ตะเกียบ คีบกระดูก ที่เผาแล้ว ส่งต่อๆ กันตอนทำพิธีเก็บกระดูกเท่านั้น ดังนั้นถ้าต้องการ จะตักอาหาร ให้กันก็จะวางไว้ในจานให้เลย
– เมื่อจะหยิบอาหารจากจานรวม ก็จะใช้ตะเกียบกลาง หรือใช้ปลายอีกด้านของ? ตะเกียบของตนเองคีบอาหารจากจานรวมมาใส่จานของตนเอง
– การรับประทานอาหารก็สามารถส่งเสียงดังได้ เพราะการกินเสียงดัง หมายถึง อาหารนั้นอร่อย สามารถซดน้ำซุปเสียงดัง ๆ ได้ไม่ต้องอาย
สิ่งที่นำมาฝากทางทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีประโยชน์ต่อคุณผู้ชมและผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าคุณจะไปประเทศไหนเราก็ควรที่จะเคารพ กฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศให้มาก ๆ เพราะหากเกิดเรื่องเสื่อมเสียขึ้นมา ภาพพจน์ของประเทศอาจจะเสื่อมเสียไปด้วย…
MThai News