สาว16 ปลื้ม จะได้พบพ่อฝรั่ง หลังทิ้งให้อยู่กับแม่แต่เกิด

น้องแหม่ม สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 16 จะได้พบหน้าพ่อชาวสหรัฐแล้ว หลังสำนักข่าวดังได้ตีแผ่เรื่องราวชีวิต

จากกรณีข่าวสดออนไลน์ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวชีวิตของน.ส.พรทิพย์ ภาเจริญ หรือน้องแหม่ม เด็กสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 16 ปี ที่ ต้องออกมาทำงานพิเศษเพื่อหาเงินเรียนและเลี้ยงครอบครัวด้วยการขายนมยี่ห้อหนึ่ง อีกทั้งยังประกาศตามหาพ่อที่เป็นอดีตทหารอเมริกัน เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอหน้าพ่อเลยนั้น

น้องแหม่ม, พรทิพย์ ภาเจริญ

น้องแหม่ม พรทิพย์ ภาเจริญ

วานนี้ (30 มิ.ย. 58) ได้มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว โดยนางกิ่งแก้ว ภาเจริญ อายุ 43 ปี แม่ของเด็กสาวเล่าว่า พ่อของน้องแหม่มได้ติดต่อกลับมาแล้ว หลังจากกระแสข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ซึ่งพ่อของน้องแหม่มจะมาพบหน้าเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งจะช่วยเหลือในเรื่องค่าเล่าเรียนเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาทด้วย ส่วนการประกาศตามหาพ่อของลูกสาวนั้นคงเป็นเพราะเขาอยากเห็นหน้าเนื่องจากตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยพบหน้าแล้ว สำหรับตัวเองนั้นไม่ได้ต้องการอะไร แค่อยากขอให้มาดูแลลูกสาวและส่งเสีย ให้ลูกได้เรียนหนังสือเท่านั้นก็พอใจแล้ว

ข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News

รัฐสั่ง ก.เกษตรฯ ดูแลชลประทาน 3พันแห่ง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมดึงโครงการชลประทาน 3,000 แห่ง คืนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาดูแลเอง

จากกรณีโครงการชลประทานที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปดูแล จำนวน 3,000 โครงการ โดยเป็นโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกระจายในพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งมีเฉพาะส่วนที่เป็นหัวงานคืออ่างแต่ยังขาดระบบส่งน้ำให้เกิดการกระจายการใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึงนั้น

ล่าสุดวันนี้ (1 ก.ค. 58) พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้โครงการทั้งหมดไม่ได้มีการพัฒนาระบบส่งน้ำต่อยอด และหลายแห่งมีสภาพแห้งขอดตื้นเขิน ซึ่งแนวคิดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องการโอนโครงการทั้งหมดกลับมาดูแลเอง น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดและดีต่อสถานการณ์ของประเทศ

ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเกิดจากสาเหตุใดบ้าง แต่ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะระบบงบประมาณของ อปท. ที่ต้องจัดสรรดูแลพี่น้องประชาชนในหลายมิติ และส่วนหนึ่งน่าจะมาจากประเด็น ความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ

ดังนั้นการโอนคืนกลับมาให้ผู้ชำนาญการจริง ๆ จึงไม่มีเหตุผลที่ใครจะต้องรู้สึกเสียหน้า และเชื่อว่าแนวทางนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำของประเทศได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกและลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังวิกฤตน้ำแล้ง

ขอบคุณข้อมูล มติชน

MThai News

สะเทือนใจ! ช่วยสุนัข กลับเจอภาพอันน่าหดหู่

โลกออนไลน์แชร์ภาพและเรื่องราวของพลเมืองดี พบสุนัขสองตัวบนถนน ท่ามกลางรถแล่นผ่าน ซึ่งสุนัขตัวหนึ่งตายแล้วแต่อีกตัว?

ชาวโซเชียลต่างแห่ชื่นชมพลเมืองดี ช่วยสุนัขบนถนน เมื่อมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ครายหนึ่งบอกเล่าเรื่องราว หลังพบสุนัขสองตัว บริเวณท้องถนน ท่ามกลางรถหลายคันแล่นผ่าน ด้วยความรักของสุนัขที่มีแก่กัน เหล่าบรรดาคนรักสัตว์ถึงขั้นน้ำตาซึม

พลเมืองดีช่วยสุนัขบนถนน เจอภาพอันน่าหดหู่..?

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่าสจ.ตั้ม-พิสุทธิ์ จันทรจำนงค์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า

“ความรัก ความตาย ครอบครัว” ผมขับรถส่งลูกไปโรงเรียน ก่อนถึงหน้า BIG C ต้องแตะเบรคตัวโก่ง เมื่อพบว่ามีสุนัข 2 ตัวอยู่กลางถนน รถนับร้อยคันวิ่งหลบหลีกกันวุ่นวาย ต่อหน้าสายตาผมมีภาพที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้พบเจอ

ซึ่งอาจจะเคยเห็นบ้างจาก youtube นั่นก็คือสุนัขตัวผู้(เพราะตัวใหญ่) ตัวหนึ่งตายไปแล้ว ส่วนอีกตัวน่าจะเป็นตัวเมียนอนเฝ้าศพสามีตัวเองอยู่กลางถนน ไม่สนใจรถบนถนนที่วิ่งด้วยความเร็วสูง จนบางคันเบรคไม่ทันต้องวิ่งคร่อมร่างของสามีภรรยาคู่นี้ ผมขับรถเลยมาไกลหดหู่กับภาพที่เห็น น้องพิมตั้งคำถามทางสายตา

โดยได้รับคำตอบจากผมทางสายตาเช่นกัน เราเลี้ยวรถกลับไปที่เกิดเหตุทันที น้องพิมและผมลงไปลากเจ้าตัวเมียออกมาข้างถนน ผู้คนที่อยู่บนรถชะลอดูผมกับลูกด้วยความประหลาดใจ เมื่อถึงริมถนนเจ้าตัวเมียดิ้นสะบัดหลุดมือ พยายามจะคืบคลานร่างของตัวเองกลับไปหาสามี ทำเอาผมกับน้องพิมน้ำตาแทบร่วง

ทั้งนี้ มันได้รับบาดเจ็บแต่ก็พยายามคลานกลับไปหาร่างของคู่ชีวิต น้องพอสซึ่งเป็นคนรักสัตว์มาก ทำใจไม่ได้ไม่ยอมลงจากรถ แต่เอาโทรศัพท์ถ่ายภาพพ่อกับพี่สาวไว้ ผมโทรศัพท์ขอร้องกู้ภัยจีเสียงเกาะให้มาช่วยเหลือนำสุนัขไปโรงพยาบาลก่อนที่มันจะฆ่าตัวตายไปกับสามี ค่ารักษาพยาบาลบอกให้กู้ภัยมาเบิกได้ที่ผม

‘สุนัขกับมนุษย์ สัตว์ใดประเสริฐกว่ากัน ความรัก ความตาย ในวันนี้จึงเป็นเรื่องที่บาดลึกลงไปในหัวใจยิ่งนัก’

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างเข้าชื่นชมอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งสะเทือนใจกับเรื่องราวของสุนัข

นอกจากนี้ คุณ Pongsakorn Poprom ได้ตอบโพสต์ว่า ขอบพระคุณท่าน สจ.ตั้มมากครับ สุนัขเป็นเพศผู้ทั้งสองตัว พี่น้องกัน ชื่อบราวนี่กับแบล็ค เจ้าแบล็คตายได้ทำการฝังเรียบร้อยแล้ว ส่วนบราวนี่นำมารักษาที่โรงบาลสัตว์ขอนแก่น กำลังทำการผ่าตัด กระดูกหลังหัก ขอบพระคุณท่านมากครับ ถ้าท่านไม่ลงมาดู ตายทั้งสองตัวแน่ ๆ

ขอบคุณภาพ สจ.ตั้ม-พิสุทธิ์ จันทรจำนงค์

MThai News