เผยโฉม! แคดดี้พริตตี้สาว พัวพันคดีเสี่ยชูวงษ์

เผยโฉมหน้าแคดดี้หรือพริตตี้สาว พัวพันคดีการเสียชีวิตเสี่ยชูวงษ์ปมโอนหุ้นกว่า 200 ล้านบาท

จากกรณีการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เสี่ยรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ ที่การเสียชีวิตครั้งนี้มีข้อสงสัยมากมาย โดยเฉพาะปมการโอนหุ้นกว่า 200 ล้านบาท ให้กับ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี แคดดี้และพริตตี้สาวคนสนิทผู้ตาย ซึ่งในวันที่ 23 ก.ค. 58 จะมีการเรียกตัวเข้ามาให้ปากคำ

20

17

สำหรับ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล แคดดี้หรือพริตตี้สาวรายนี้ พบว่ามีการเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 5 ครั้ง โดยเป็นการเปลี่ยนชื่อ 3 ครั้ง นามสกุล 2 ครั้ง เดิมปรากฏชื่อ น.ส.ศรัญญา ก้านเหลือง แล้วเปลี่ยนมาเป็น น.ส.อภิชา ก้านเหลือง เมื่อปี พ.ศ. 2553 จากนั้นในปี พ.ศ.2556 ได้มีการเปลี่ยนชื่อนามสกุลอีกครั้งเป็น น.ส.อภิชา ศิวาธนพล ก่อนที่ต่อมาเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา จะมีการเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล ชื่อที่ใช้ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ น.ส.กัญฐณา เป็นแคดดี้ที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งที่ นายชูวงษ์ และ พ.ต.ท.บรรยิน ไปตีกอล์ฟกันเป็นประจำ โดย น.ส.กัญฐณา มีความสนิทสนมกับนายชูวงษ์เป็นอย่างมาก ถึงขั้นไว้ใจให้ถือหุ้นแทน

นอกจากนี้ แคดดี้หรือพริตตี้สาวรายนี้ รู้จักกันในวงการพริตตี้ด้วยชื่อ น้ำตาล อภิชา ซึ่งมีผลงานถ่ายแบบผ่านนิตยสาร allure magazine (อาลัวร์ แมกกาซีน)

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ครม. ไฟเขียวเตรียมลงนามยกเว้นวีซ่าไทย-พม่า

ครม. มีมติเห็นชอบพร้อมเตรียมลงนาม ยกเว้นวีซ่าไทย-พม่า สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา อยู่ได้ไม่เกิน14 วัน

วานนี้ (21 ก.ค. 58) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติจัดทำความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ว่า ด้วยเรื่องการยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา โดยอนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของแต่ละฝ่ายที่เดินทางเข้าประเทศผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติได้รับยกเว้นวีซ่าและพำนักในประเทศผู้รับได้ไม่เกิน 14 วัน

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงนามในความตกลงดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้

พม่า

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ ดังนี้

1. เห็นชอบร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ว่าด้วยยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างความตกลงฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์และนโยบายของไทย ให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

2. อนุมัติให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนามในความตกลงดังกล่าว

สำหรับสาระสำคัญของร่างความตกลงฯ ฉบับแก้ไขล่าสุดมีเนื้อหาคล้ายคลึงกับร่างความตกลงฯ ฉบับที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2556 โดยมีรายละเอียดที่แตกต่าง ดังนี้

1. ข้อ 1 อนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของแต่ละฝ่ายที่เดินทางเข้าประเทศผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติ ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและพำนักในประเทศผู้รับได้เป็นเวลาไม่เกิน 14 วัน

2. ข้อ 5 การปฏิเสธการเข้าเมือง การลดระยะเวลา และการบอกเลิกการอนุญาต พำนัก สามารถทำได้โดยจะแจ้งเหตุผลหรือไม่ก็ได้ (ร่างความตกลงฯ เดิมระบุว่า “สามารถทำได้โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล”)

3. ข้อ 8 วรรค 2 การยกเลิกความตกลงฯ จะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางทางการทูต และความตกลงฯ จะสิ้นสุดลงและไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไปหลังจาก 90 วัน (ร่างความตกลงฯ เดิมระบุที่ 60 วัน) จากวันที่ได้มีการแจ้ง ซึ่งจำนวนวันที่ระบุในร่างความตกลงฯ อ้างอิงจากกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตรา (ASEAN Framework Agreement on Visa Exemption) ซึ่งได้มีการลงนามเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549

4. ยกเลิกข้อความภาคผนวกเอ (จุดผ่านแดนระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตซึ่งจัดตั้งโดยราชอาณาจักรไทย) และภาคผนวกบี (จุดผ่านแดนระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตซึ่งจัดตั้งโดยสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา)

นอกจากนี้ ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ขอยืนยันว่า คนไทยที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศเมียนมา ยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจลงจราจากสถานทูตเมียนมาในไทย หรือผ่านระบบ e-visa ของทางการเมียนมา ก่อนการเดินทาง เนื่องจากในชั้นนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ด้านการเข้า-ออกประเทศเมียนมาแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูล @natty_onravee , thaigov.go.th

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ตร.หนุ่ม ฝืนบัญชาเมีย ไล่ล่าจับแก๊งค้าไม้พะยูง

ชาวเน็ตแห่ชื่นชมตำรวจหนุ่ม เมียบอกให้ไปซื้อกับข้าว แต่ไล่ล่าจับแก๊งค้าไม้พะยูง ทั้งที่นอกเวลางาน

เกิดกระแสน่าชื่นชมในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ครายหนึ่ง บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่นอกเวลางาน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยส่วนตัว โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อPrasan Photong ได้โพสต์ภาพการจับกุม รถกระบะลักลอบบรรทุกไม้ พร้อมข้อความบอกเล่าเรื่องราว ระบุว่า

1.3

‘วันนี้ต้องขอปรบมือให้กับนายดาบศักดิ์สิทธิ์ นพเกล้า หรือพี่อ้วน ขนาดเมียสั่งให้ไปซื้อกับข้าวที่ตลาดวัฒนานคร พบรถปิคอัพ 2 คัน ต้องสงสัยว่าจะบรรทุกไม้พะยูงมา หันรถรีบไล่ตามไปทันที ไม่สนคำบัญชาของเมียว่า ให้รีบไปซื้อกับข้าว แล้วอย่าเถลไถล จนกระทั่งจับได้ทั้ง 2 คัน โดยไม่เกรงกลัวภยันตรายใด ๆ ซึ่งหาได้ยากมาก เพราะเป็นเวลานอกราชการ

ขณะนั้นเป็นเวลาของเมียสั่งการ(ขำ) ผมเชียร์ใจขาด และมีข่าวดีมาเล่า เมื่อสักครู่ ท่าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.สระแก้ว โทรศัพท์ มาบอกว่า พรุ่งนี้มอบใบประกาศ และมอบเงินเป็นขวัญและกำลังใจให้ด้วย นึกว่าแจกเมียน้อย จะได้ขอบ้างครับ นี่คือสิ่งดีๆ ที่ตำรวจภูธรสระแก้ว มอบให้กับพี่น้องชาวสระแก้วครับ’

หลังจากที่ภาพและเรื่องราวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างกดแชร์เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นชื่นชม และให้กำลังใจตำรวจรายดังกล่าวอีกด้วย

1.5