อย่างกับเกมส์! กลุ่มฮามาสอ้างจับได้โลมาสายลับ

หน่วยสืบราชการลับ “มอสสาด” หน่วยสืบราชการลับภายใต้สังกัดรัฐ‘อิสราเอล’ ส่ง ‘โลมาสายลับ’ เข้าสอดแนมน่านน้ำนอกชายฝั่งฉนวนกาซา คาดติดตามความเคลื่อนไหวในการซ้อมรบของปาเลสไตน์

ปาเลสไตน์,ฮามาส,อิสราเอล,ยิว,หน่วยสืบราชการลับ,มอสสาด,โลมาสายลับ

ภาพประกอบข่าว (Photo by Brien Aho/U.S. Navy/Getty Images)

วานนี้ (19 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ อ้างอิง หนังสือพิมพ์ ปาเลสไตน์ ที่รายงานข่าว กรณีที่กลุ่มฮามาส ออกมาประกาศว่าสามารถจับตัว ‘โลมาสายลับ’ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า เป็นโลมาภายใต้การฝึกฝนของ หน่วยสืบราชการลับ “มอสสาด” หน่วยสืบราชการลับภายใต้สังกัดรัฐ’อิสราเอล’ พร้อมอุปกรณ์สอดแนมควบคุมระยะไกล และกล้องบันทึกภาพใต้น้ำ เข้ามาสอดส่องความเคลื่อนไหว บริเวณนอกชายฝั่งฉนวนกาซา

ทั้งนี้รายงานระบุว่า การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมของโลมาตัวดังกล่าว ทว่า นอกจากโลมาสายลับตัวนี้ จะถูกติดตั้งอุปกรณ์เพื่อนการสอดแนมไว้ที่ร่างกายแล้ว ยังผ่านการติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถยิงลูกศร ที่สามารถคร่าชีวิตคนได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮามาสคาดการณ์ว่า สาเหตุที่อิสราเอล ต้องการติดตามความเคลื่อนไหว ของหน่วยคอมมานโด ของกองทัพเรือในการฝึกกำลังทหารทางทะเล

พร้อมกันนี้ ข้อพิพาทดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากก่อนหน้านี้ อิสราเอลตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในการอยู่เบื้องหลังการใช้นกติดตั้งอุปกรณ์สอดแนมความเคลื่อนไหวในตุรกี และยังน่าสงสัยว่า เป็นผู้บงการให้ฉลาม ที่ผ่านการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมระยะไกล โจมตีนักท่องเที่ยวในทะเลแดง ของประเทศอียิปต์

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News
ที่มา  independent

ร.พ.ตำรวจแถลง สรุปเหตุระเบิดตาย 20 เจ็บ130

โรงพยาบาลตำรวจ แถลงสรุป ผู้เสียชีวิตเหตุระเบิด 20 ราย บาดเจ็บ 130 ราย พบสะเก็ดลูกบอลเหล็กติดร่างผู้เสียชีวิตทุกราย

พล.ต.อ.ชัยยง กีรติขจร ที่ปรึกษา สบ10, พล.ต.ต.วิฑูรย์ นิติวรางกูร รองนายแพทย์ใหญ่ ร.พ.ตำรวจ แถลงสรุปยอดผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต จากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์

640364-01

โดย พล.ต.อ.ชัยยง เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 20 ราย บาดเจ็บประมาณ 130 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 67 ราย มีอาการสาหัสที่ต้องรักษาตัวในห้อง ICU 6 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตนั้น แบ่งเป็นชาวไทย 6 ราย ชาวต่างชาติ 14 ราย ประกอบด้วยด้วยชาวจีน 5 ราย มาเลเซีย 5 ราย ฮ่องกง 2 ราย อินโดนีเซีย 1 ราย และสิงคโปร์ 1 ราย

640364-02

สำหรับการเยียวยาผู้เสียชีวิตนั้น ทางกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม มอบเงินช่วยเหลือรายละ 1 แสนบาท/ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายละ 3 แสนบาท และยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานเงินช่วยเหลือรายละ 90,000 บาท

พ.ต.อ.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานนิติพยาธิ นต.รพ.ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพศพส่วนใหญ่ พบว่า อานุภาพของระเบิดมีความแรงสูง เนื่องจากมีสะเก็ดของลูกบอลเหล็กติดตามร่างกายของผู้เสียชีวิตทุกราย เบื้องต้นได้มีญาติผู้เสียชีวิตติดต่อรับศพทั้งหมดแล้ว

ส่วนชิ้นเนื้อที่ตรวจพบดีเอ็นเอ พบว่า เป็นบุคคล 2 บุคคล เป็นสัญชาติจีน จำนวน 1 ราย และสัญชาติมาเลเซีย อีก 1 ราย เหลือเพียงแค่ดำเนินการเอกสารการออกใบมรณบัตร ก่อนประสานสถานทูต เพื่อดำเนินการส่งศพกลับประเทศ ซึ่งในส่วนนี้จะดำเนินการโดยการบินไทย ในการอำนวยความสะดวกกลับประเทศต้นทาง

ขณะที่มาตรการในการเยียวยาแก่ญาติผู้เสียชีวิต พ.ต.อ.วิรุฬห์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เปิดเว็บไซต์ www.rps.pgs.go.th ที่จะคอยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ โดยเว็บไซต์จะมี 3 ภาษา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับญาติที่จะเข้ามาสอบถามข้อมูล

จริงซิ!คน Social ใช้ haha แทนหัวเราะมากสุด

ผลสำรวจจากเฟซบุ๊ค พบว่าชาวโซเชียลนิยมใช้คำว่า haha แทนการหัวเราะมากที่สุด ขณะเดียวกันคำว่า lol เริ่มได้รับความนิยมน้อยลง

วันนี้(20 ส.ค. 58) จากผลสำรวจของเฟซบุ๊ค พบว่า การพิมพ์คำว่า “lol” ซึ่งเป็นคำสแลงที่ย่อมาจากคำว่า laugh out loud หรือ “หัวเราะเสียงดัง” นั้น เริ่มได้รับความนิยมน้อยลง ขณะที่คำว่า haha และ hehe ซึ่งแทนเสียงหัวเราะ ได้รับความนิยมมากที่สุดตามลำดับ

ในแต่ละเดือน คนทั่วโลกใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อติดต่อสื่อสารกันถึงกว่า 1 พัน 490 ล้านคน โดยเสียงหัวเราะของชาวออนไลน์นั้นถูกเรียกว่า e-laughter เพื่อฉายภาพรวมของวัฒนธรรมการหัวเราะแบบดิจิตอล เฟซบุ๊คได้ศึกษาการโพสต์และการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ไม่นับรวมถึงการส่งข้อความส่วนตัว

ผลการศึกษาพบว่า ร้อยละ 15 ของผู้ใช้ พิมพ์ข้อความหรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการหัวเราะ และพบว่าการพิมพ์ “haha” เป็นวิธีการหัวเราะที่ชาวเฟซบุ๊คนิยมมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 51.4 ตามมาด้วยภาพการ์ตูนอิโมจิลายหัวเราะในรูปแบบต่างๆ คือ วิธีการหัวเราะที่ได้รับความนิยมอันดับ 2 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 33.7

ขณะที่การพิมพ์เสียง “ฮิฮิ” หรือ “hehe” มีสัดส่วนร้อยละ 13.1 ส่วนการพิมพ์คำว่า lol ที่ย่อมาจากคำว่า laugh out loud หรือการหัวเราะเสียงดังนั้นถูกใช้เพียงร้อยละ 1.9

ทั้งนี้ เฟซบุ๊คยังพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้หญิงมักใช้อีโมจิมากกว่าผู้ชาย โดยรัฐทางภาคใต้ของสหรัฐใช้ lol มากกว่าพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ขณะที่อีโมจิมีการใช้มากที่สุดในเขตมิดเวสต์ หรือภาคกลางที่ค่อนไปทางตะวันตก ขณะที่ haha และ hehe ใช้มากทางภาคตะวันตก

การเลือกวิธีหัวเราะดิจิตอลนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามวัย เพศ และที่อยู่ของผู้ใช้ ซึ่งความยาวของการพิมพ์อักษร เพื่อการหัวเราะก็ยังแตกต่างกันด้วย จุดนี้เฟซบุ๊คพบว่า วัยรุ่น และผู้หญิงจะหัวเราะด้วยอีโมจิมากกว่าผู้ชายที่มักหัวเราะด้วยการพิมพ์ hehe ยาวต่อเนื่อง

นอกจากการพิมพ์ haha, hehe หรือ lol การสำรวจนี้ยังนับรวมการพิมพ์ที่เกี่ยวข้องอย่าง hahaha หรือ haahhhaa แล้วรวมเป็นสถิติของ haha ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการสำรวจเรื่องการหัวเราะดิจิตอลที่ค่อนข้างละเอียด และเชื่อถือได้ เดิมทีนั้น lol ถูกใช้กล่าวถึงสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ ที่มักทำให้เราหัวเราะออกมาเสียงดังๆ แต่เมื่อการใช้แพร่ขยายออกไป มันมักถูกใช้กับการหัวเราะเบาๆ ไปจนถึงหัวเราะอย่างหนัก

ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่า การใช้ lol มีการใช้สูงสุดในช่วงใด แต่เริ่มมีแนวโน้มการใช้ลดลงเมื่อกลุ่มผู้ใหญ่เริ่มหันมาใช้คำนี้ ส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า lol เป็นคำย่อของคำว่า “lots of love” หรือ รักมาก และมีการใช้มาก โดยเฉพาะในการส่งข้อความ และเฟซบุ๊คยังพบว่า กลุ่มผู้ใหญ่นิยมใช้คำว่า lol หรือ hehe มากกว่าการใช้อีโมจิ หรือ haha

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News