หม่อมอุ๋ย แถลงไม่รับตำแหน่งที่ปรึกษาศก.

“หม่อมอุ๋ย” ปฏิเสธรับตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจ คสช. ย้ำ ไม่ต้องการแบ่งแยก หรือ ไปจี้การทำงาน หาก “สมคิด” นั่งเก้าอี้ต่อ 

ล่าสุด เวลาประมาณ 10.30 น. มีรายงานว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดแถลง ไม่ขอรับตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของ คสช. หลังจากมีกระแสข่าวในการปรับคณะรัฐมนตรี ย้ำ  ไม่เคยได้รับการทาบทามให้รับตำแหน่งดังกล่าว

อีกทั้ง ตำแหน่งดังกล่าวต้องไปคอยจับผิด-จี้การทำงาน จึงไม่ต้องการให้เกิดกับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่จะมา ดำรงตำแหน่งรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจแทน

‘หม่อมอุ๋ย’ พร้อมหากถูกปรับออก ชี้ หลายคนทำใจไม่ได้

‘หม่อมอุ๋ย’ ยัน มีความพร้อมหากถูกปรับออก ครม.  แต่ขออยู่ทำหน้าที่นาทีสุดท้าย ชี้ มีหลายคนยังทำใจไม่ได้ เพราะ ไม่รู้ตัวมาก่อน 

วันที่ 20 ส.ค.58 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า ตนมีความพร้อม หากถูกปรับออกจาก ครม.แต่ขอหน้าที่และทำงานจนนาทสุดท้าย ซึ่งจากการประชุมการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดเพียงแต่ภาพรวมพร้อมระบุว่าจะมีการปรับ ครม.เท่านั้น ซึ่งทุกคนก็ได้แต่นั่งฟัง และไม่มีการพูดคุยกันส่วนตัวกับตนหรือกับใคร

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล THAILAND - AUGUST 07: Pridiyathorn Devakula, governor of the Bank of Thailand, speaks during an interview at his office at the Bank of Thailand in Bangkok, Thailand, on Monday, August 7, 2006. The military coup that toppled the government in Thailand is helping the country's bond market stage its biggest rally in more than two years. (Photo by Udo Weitz/Bloomberg via Getty Images)

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามว่า หลังจากที่ รมต.กระทรวงเศรษฐกิจได้เข้าไปคุยในห้องพักส่วนตัว หลายคนดูหน้าตาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า อาจเป็นได้ เพราะเวลากระชั้นชิดมาก และไม่มีใครรู้ตัวมาก่อน หลายคนอาจทำใจไม่ได้ แต่สำหรับตนทำใจได้มานานแล้ว

ข้อมูล matichon

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ปชช.คึก! แห่เปิดบัญชี ‘กองทุนการออมแห่งชาติ’

ประชาชนแห่ต่อคิวเปิดบัญชีเงินฝาก ‘กองทุนการออมแห่งชาติ’ กันอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แม้ว่าจะเปิดระบบพร้อมกัน ในช่วงเที่ยงวันก็ตาม

วันนี้ (20 ส.ค.) บรรยากาศที่ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ขณะนี้ มีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาเปิดบัญชีเงินฝาก เพื่อเข้าร่วมสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กันอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าระบบของทางธนาคารจะยังไม่สามารถนำเงินฝากเข้าสู่ระบบ กอช. ได้ในขณะนี้ เนื่องจาก ต้องรอการเซ็ตระบบร่วมกันทั้ง 3 ธนาคาร ในช่วงเวลาเที่ยงวัน ประชาชนยังคงมารอต่อคิว เพื่อฝากเงิน

จากการสอบถาม นายสุรพล พานิชย์ประถม อายุ 57 ปี ไม่มีอาชีพ เนื่องจาก ได้ลาออกจากงานมาเป็นระยะเวลา 8 ปี แล้ว ก็มารอฝากเงิน เพื่อเข้าร่วมกองทุน กอช. ตั้งแต่ 6 โมงเช้าที่ผ่านมา เพราะกลัวว่าจะมีคิวนาน ซึ่งจากการสอบถามการสมัครในครั้งนี้นั้น เพื่อให้มีสวัสดิการและมีเงินเก็บไว้ใช้ตั้งใจจะฝาก เดือนละ 100 บาท

640314-01

ขณะที่ระบบฝากเงินของ กอช. ของทางธนาคารออมสินได้มีการเตรียมความพร้อมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะนี้รอเพียงขั้นตอนการคีย์ข้อมูลเข้าไปใน กอช. เท่านั้น ดังนั้นผู้ที่มาสมัครตั้งแต่เช้าจะต้องกลับมารับ Pay Slip เพื่อเป็นการยืนยันในการสมัคร กอช. ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกองทุนดังกล่าวได้ผ่าน 3 ธนาคาร ทั้ง ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

กอช2

ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าสมัครเป็นสมาชิก กอช. สามารถสมัครได้ที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ โดยมีอายุ 15-60 ปี ครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบอาชีพอิสระและต้องไม่อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญภาครัฐหรือภาคเอกชนหรือกองทุนตามกฎหมายอื่น โดยส่งเงินสะสมขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 50 บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน 13,200 บาทต่อปี โดยเงินที่สะสมนี้จะได้รับดอกเบี้ยด้วย อีกทั้งภาครัฐจะเพิ่มเงินสมทบให้ตามสัดส่วน ดังนี้

สมาชิกอายุตั้งแต่ 15 ปี แต่ไม่เกิน 30 ปี รัฐสมทบร้อยละ 50 ของเงินสะสม แต่สูงสุดไม่เกิน 600 บาทต่อปี
อายุ 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี รัฐสมทบให้ร้อยละ 80 แต่สูงสุดไม่เกิน 960 บาทต่อปี
อายุ 50 ปีขึ้นไป รัฐสมทบร้อยละ 100 แต่สูงสุดไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ณัฐวุฒิ เชื่อบ้านเมืองสงบ หากกู้อคติออกจากใจ

ณัฐวุฒิ FB ปม ‘ระเบิดราชประสงค์’ ติง รัฐระวังคำพูด งดพาดพิงฝั่งตรงข้าม ย้ำ หากช่วยกันกู้ระเบิดอคติออกจากใจ ก็จะผ่านพ้นไปได้

วันที่ 20 ส.ค.58 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่ม นปช. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ระบุข้อความว่า “หลังเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ นอกจากบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าจากการสูญเสีย และการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการล่าตัวคนร้ายพร้อมๆกับความงามแห่งน้ำใจของคนไทยและมิตรประเทศทั้งหลายที่แสดงความห่วงใยสถานการณ์ กลับปรากฏภาพสะท้อนหนึ่งซึ่งสัมผัสได้ชัดเจนคือกว่า 1 ปีหลังรัฐประหารความขัดแย้งระหว่างคนแต่ละฝ่ายในสังคมไทยไม่ได้ลดลง และดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นอีกครั้งจากความพยายามทำให้บางฝ่ายเป็นผู้ก่อเหตุร้าย

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ , ระเบิดราชประสงค์ BANGKOK, THAILAND - MAY 08: A red shirt leader, Nattawut Saikuar answers a question from the media during a press conference on May 8, 2010 in Bangkok, Thailand. Two Thai policemen have been killed in attacks near an anti-government protest site in the shopping district of Bangkok, which may put government reconciliation attempts at risk. Leaders of the protest have condemned the attacks and have denied they were undertaken by red shirt protesters. Prime Minister Abhisit Vejjajiva has vowed to dissolve Parliament between September 15 and 30 to end Thailand's eight weeks of political crisis. The red shirts say they will stay on the streets of the commercial district which have resulted in mass closure of businesses and hotels. (Photo by Athit Perawongmetha/Getty Images)

ไม่เจตนาฟื้นฝอยหาเรื่อง แต่โดยหลักการรัฐบาลในฐานะผู้รับผิดชอบต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการสื่อสารกับสังคมตั้งแต่ต้นเพราะเรื่องนี้ละเอียดอ่อน สังคมที่ขัดแย้งลงลึกมากขึ้นตลอดเวลา 10 ปี เปราะบางจนพร้อมจะเชื่อสิ่งที่ตรงกับความรู้สึกตัวเองทันทีว่าอีกฝ่ายคือผู้ร้าย

เมื่อรัฐเริ่มต้นด้วยการพาดพิง จึงเกิดการสร้างประเด็นเชื่อมโยงมากมายเพื่อสนองตอบความเชื่อของฝ่ายตน
ทั้งที่เรื่องแบบนี้ถ้าตั้งธงแต่ต้นโดยไม่สนใจหลักฐานว่าใครคือคนผิด การลากโยงแผนที่ความคิดคนให้เอนคล้อยไปตามนั้นหากจะทำกันจริงๆเชื่อว่าทุกฝ่ายทำได้

เช่น ถ้าบอกว่าผู้ลงมือคือกลุ่มผู้เสียประโยชน์ทางการเมือง ถามว่าวันนี้มีผู้เสียประโยชน์กลุ่มเดียวหรือ?
ถ้าพวกถูกยึดอำนาจเสียประโยชน์ แล้วการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญในฝ่ายความมั่นคงมีคนเสียประโยชน์ไหม?
การปรับครม.มีคนไม่พอใจหรือเปล่า?
หรือกระทั่งการเพิ่มพูนอำนาจบารมีของกลุ่มปัจจุบันส่งผลกระทบอย่างไรกับบางกลุ่มที่เคยมากด้วยพลานุภาพทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม มีใครเสียประโยชน์หรือไม่ อย่างไร?
ถ้าตั้งป้อมสร้างข่าวโจมตีกันอย่างนี้ ประเทศไทยจะได้อะไร?

เพราะเอาเข้าจริงๆ คนไทยทั้งประเทศยังไม่รู้เลยว่าเรากำลังเจอกับอะไรอยู่ หากเป็นกลุ่มคนในประเทศต้องเร่งจับกุมให้ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องก่อการร้ายข้ามชาติหรือเหตุสืบเนื่องจากอุยกูร์ก็ไม่แน่ว่ารัฐบาลจะบอกความจริงทั้งหมด เพราะเท่ากับต้องแบกความรับผิดชอบไปเต็มๆ จากการดำเนินการบางเรื่อง

ในสภาพอย่างนี้สติและความสามัคคีจำเป็นอย่างยิ่ง นี่คือภัยคุกคามของคนไทยทุกคน เดินกลางสะพาน เดินบนถนน ไม่ว่าสีใดพวกไหนมีสิทธิ์เป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายได้เท่าๆ กัน

ผมคิดว่าการกล่าวหากันไปมาไม่เป็นประโยชน์ รัฐบาลควรเป็นหลักเรื่องนี้โดยไม่ชี้นำสังคมไปทางหนึ่งทางใดโดยไร้หลักฐาน ฝ่ายข้อมูลของรัฐต้องเข้าถึงและเท่าทันสถานการณ์ ตรงไหนให้ข้อเท็จจริงป้องกันความขัดแย้งได้อย่าปล่อยผ่าน ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาไม่แบ่งฝ่าย

ส่วนการอ้างอิงแหล่งข้อมูลภายนอกแบบรายงานข่าวหรือบทวิเคราะห์จากต่างประเทศอยากเห็นทุกฝ่ายใช้สติพิจารณาเหตุผลและผลกระทบก่อนเผยแพร่ เช่น การแชร์บทความของนายโทนี่ คาร์ตาลุซซี่ ซึ่งระบุชัดว่าเหตุร้ายครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างอดีตนายกฯของไทยกับสหรัฐอเมริกา พร้อมข้อเสนอให้รัฐบาลจับกลุ่มเห็นต่างไปขังไปฆ่าให้หมด
ในที่สุดก็ไปถึงการเปิดศึกกับอเมริกา ผมมั่นใจว่าแนวคิดแบบนี้ทำอะไรสังคมไทยไม่ได้หากเราเข้มแข็งสามัคคี
แต่วันนี้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล อคติอยู่เหนือความจริงและหลักฐาน วิจารณญาณจึงอยู่ภายใต้อิทธิพลของความขัดแย้ง

ผมไม่ยอมรับการรัฐประหารและผมยืนยันว่าประชาธิปไตยมิอาจสร้างได้ด้วยวิถีแห่งเผด็จการ แต่กับคนเห็นต่างเราไม่เคยคิดฆ่ากัน เราต่อสู้เพื่อให้สังคมนี้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ถ้าความคิดแบบผมมันผิดและเป็น ฝ่ายแพ้ก็ไม่ควรต้องตาย หากมีความรับผิดชอบใดทางกฎหมายก็ว่าไปตามกระบวนการ หรือหากผมชนะก็ไม่เคยคิดไปไล่ล่าหรือไล่ฆ่าใคร แต่ทั้งหมดไม่ใช่ตอนนี้

ณ ปัจจุบันสิ่งที่ต้องรู้โดยเร็วที่สุดคือ คนพวกนี้เป็นใคร เขาต้องการอะไร และต้องหยุดพวกเขาให้ได้ทันที
ผมว่าเราทำด้วยกันได้ ก่อนเจ้าหน้าที่ EOD จะเก็บกู้ระเบิดลูกต่อไปถ้าจะมี เพียงช่วยกันกู้ระเบิดแห่งอคติออกจากหัวใจกันเสียก่อน เราจะผ่านมันไปได้”

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News