‘ประยุทธ์’ เมินต่างชาติ ยันสอบเองเหตุบึ้มราชประสงค์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เผยปมเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ วอนประชาชนช่วยกันดูแลบ้านเมือง พร้อมแนะผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัว หวั่นถูกฆ่าปิดปาก ยันสอบเอง ไม่ให้ต่างชาติยุ่งเพราะเหตุเกิดในประเทศ 

วันนี้(19 ส.ค. 58) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีระเบิดราชประสงค์ว่า ถือเป็นบทเรียนที่คนไทยทุกคนต้องพลิกวิกฤตเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ และจะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

โดยขอให้ทุกคนช่วยกันดูแล เพราะประเทศไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง หากช่วยกันเฝ้าระวัง เมื่อพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ จะทำให้ผู้คิดร้ายไม่กล้าก่อเหตุ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ควรมองว่าเป็นความผิดของใครหรือของเจ้าหน้าที่ เพราะประเทศไทยเป็นของคนทุกคน

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังลั่นว่า “ขอให้ผู้ก่อเหตุรีบเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะห่วงอาจถูกฆ่าปิดปากได้ เชื่อว่าผู้ก่อเหตุถูกจ้างวานมาอย่างแน่นอน เพราะคงไม่มีใครทำด้วยเหตุผลส่วนตัว หากเข้ามอบตัว เจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยให้ พร้อมทั้งหามาตรการทางกฎหมายมาช่วยดูแล เข้าใจว่าขณะนี้ผู้ก่อเหตุชีวิตกำลังอยู่ในอันตราย”

พร้อมกันนี้นายกฯ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการสืบสวนล่าตัวคนร้ายก่อเหตุด้วย ว่า จะใช้เจ้าหน้าที่ภายในประเทศเพราะเรื่องเกิดขึ้นที่นี่ จะไม่ให้ต่างประเทสเข้ามายุงเด็ดขาด

“เหตุมันเกิดในประเทศไทย นี่แผ่นดินของใครทำไมจะต้องเอาคนอื่นเข้ามา เราสอบสวนเองไม่เอาตปท.ช่วย”

ขอบคุณภาพ Wassana Nanuam

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เปิดคำให้การ มือโพสต์เตือน ‘ระเบิดราชประสงค์’

ตำรวจ ปอท.คุมตัวมือโพสต์เตือนระเบิดแยกราชประสงค์ เข้าสอบปากคำ อ้างแชร์มาจากเฟซบุ๊กอื่น

วันที่ 19 ส.ค. ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เชิญนายพงศ์ภพ บุญสารี อายุ 36 ปี เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน หลังตำรวจพบว่าเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “วิชเวช พรพรหมรักษา” โพสต์ข้อความช่วงกลางดึก เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา

@AkaravutTv9

ทำนองเตือนว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงในระหว่างวันที่ 14-18 ส.ค. โดยให้ระวังพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อมาได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17ส.ค. และเหตุระเบิดที่สะพานสาทร เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา

เบื้องต้นนายพงศ์ภพ อ้างว่านำข้อมูลมาจากเพจในเฟซบุ๊กห้องการเมืองห้องหนึ่ง ซึ่งมีสมาชิกกว่า 6 หมื่นคน และมีบุคคลใช้ชื่อว่า “อวตารเคเล่อ” โพสต์ข้อความระบุว่าให้ระวังวันที่ 13 ถึง 18 ส.ค. โดยโพสต์เพียง 15 วินาที ก่อนลบข้อความออก ตัวเองจึงคัดลอกข้อความดังกล่าวมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูล แต่โพสต์เพื่อให้ระวังกันเท่านั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีผู้โพสต์ข้อความในกลุ่มดังกล่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั่วไป เหตุการณ์ทางการเมือง รวมถึงเหตุการณ์ทางภาคใต้ แล้วเกิดขึ้นจริงเกินกว่า 3 ครั้ง

ส่วนการรับรู้เหตุล่วงหน้า หรือญาณสมาธิของตัวเองนั้นขอให้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ส่วนชื่อเฟซบุ๊กนั้นมีที่มาจากท้าวเวสสุวรรณ ไม่มีนัยยะด้านใด และตัวเองมีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อภาษาไทยเพียงเฟซบุ๊กเดียว และไม่ได้ปิดเฟซบุ๊กหนี แต่ถูกเพื่อนในเฟซบุ๊กรายงานความไม่เหมาะสมจึงไม่สามารถใช้เฟซบุ๊กได้ และยอมรับว่าตัวเองเป็นแนวร่วมของกลุ่มการเมืองและเคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มการเมืองด้วย

ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ เปิดเผยว่า เบื้องต้นตำรวจจะเข้าตรวจค้นบ้านพักและตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของนายพงศ์ภพ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อตรวจสอบหลักฐานว่าตรงกับที่นายพงศ์ภพ ให้ข้อมูลไว้หรือไม่ ก่อนขยายผลตรวจสอบกลุ่มการเมืองดังกล่าวเพื่อสืบหาต้นตอของผู้โพสต์ข้อความ และตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดกับนายพงศ์ภพ เนื่องจากมีการติดต่อกับตำรวจ และไม่มีเจตนาหลบหนี

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน ภาพจาก @AkaravutTv9

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

‘ทักษิณ’ ส่งคลิปประณามเหตุบึ้มราชประสงค์

ทักษิณ ประณามเหตุระเบิดราชประสงค์เลวทรามถือวินาศกรรมครั้งใหญ่ แนะเร่งจับกุมคนร้ายโดยเร็ว ชี้ซ้ำเติมเศรษฐกิจย่ำแย่หนัก

40

พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลดใจมาก เพราะกรุงเทพมหานคร ไม่เคยมีการก่อวินาศกรรมใหญ่โตขนาดนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้า จึงขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่สูญเสีย และขอสาปแช่งผู้ที่กระทำและอยู่เบื้องหลังการกระทำครั้งนี้

ซึ่งประเทศไทยเป็นเมืองพุทธไม่นิยมการเข่นฆ่า จึงถือเป็นการกระทำที่เลวทรามที่สุด และขอวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ใช้ความสามารถที่มีในการจับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้ และต้องหาทาง ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เพราะสร้างความสะเทือนขวัญและสร้างความเสียหายกับเศรษฐกิจที่แย่อยู่แล้ว ให้ย่ำแย่หนักเข้าไปอีก

ชมคลิปได้ที่ มติชนออนไลน์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News