โอ๊ค เร้าถอดยศทักษิณ บอกทำแล้วบ้านเมืองดีขึ้น เอาเลย!

โอ๊ค ซัด ถอดยศ ทักษิณ ถ้าคิดว่าทำแล้ว ประเทศชาติบ้านเมืองจะดีขึ้น ก็ทำไป

หลังจากที่ช่วยเช้าที่ผ่านมา คนสนิทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ แนะให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ บังคับใช้มาตรา 44 ในการดำเนินการเรื่องถอดยศ เนื่องจากยินดีหากการถอดยศทำให้ไม่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในประเทศ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ในวันเดียวกัน  (11ส.ค.)  นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของพ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  “Oak Panthongtae Shinawatra” โดยระบุว่า ถ้าคิดว่าถอดยศแล้ว ประเทศชาติบ้านเมืองจะดีขึ้น ก็ทำไปเถอะครับ..!!

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

“ถอดยศ ทักษิณ”
ถ้าคิดว่าทำแล้ว ประเทศชาติบ้านเมืองจะดีขึ้น ก็ทำไปเถอะครับ..!!

รีบ ๆ ทำ รีบ ๆ ถอด ซะให้เสร็จ ๆ จะได้เอาเวลาที่เหลือไปทำประโยชน์ ช่วยเหลือชาวบ้านที่เขายังลำบาก ยังต้องปากกัดตีนถีบ รอความหวังจากรัฐบาลกันอยู่

อำนาจทุกอย่างก็อยู่ในมือ กฎหมายมาตราพิเศษ ก็มีใช้มากกว่ารัฐบาลอื่น ๆ แต้มต่อมีเยอะขนาดนี้ ประเทศชาติน่าจะพัฒนา ประชาชนน่าจะสบายกว่านี้หลายเท่าตัว แต่ปัจจุบันกลับมีเสียงบ่น ข้าวยากหมากแพง เงินเดือนไม่พอจ่าย มีปัญหาหนี้สิน ถูกปลดจากงาน เดี๋ยวน้ำแล้งห้ามทำการเกษตร เดี๋ยวน้ำท่วม ปัญหาอื่น ๆ อีกร้อยแปดพันเก้า เดือดร้อนกันไปหมดทุกหย่อมหญ้า

อำนาจต่าง ๆ ที่มีอยู่ล้นมือ น่าจะเอาไปใช้กับเรื่องหลัก ๆ ที่ประชาชนเขาเดือดร้อนน่าจะดีกว่านะครับ แก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ให้หมดไป ปราบยาเสพติดให้สิ้นซาก ควบคุมราคาสินค้า ขจัดปัญหาพ่อค้าคนกลางที่เอาเปรียบคนจน ปัญหาหลักอื่น ๆ ที่ควรจะแก้ไขอีกตั้งเยอะแยะ หากแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ คนน่าจะชื่นชมมากกว่า สิ่งที่กำลังพยายามทำอยู่

นโยบายที่ผ่านมาเห็นแต่เน้นจะลงทุน โครงการขนาดใหญ่หลายแสนล้าน เดี๋ยวก็จะจัดซื้ออาวุธ เดี๋ยวก็จะซื้อเรือดำน้ำ เปิดบ่อนกาสิโนดีหรือไม่ดี ลอตเตอรี่ต้องขาย 80 บาท จนคนขายกลับไปอยู่บ้านนอกเกือบครึ่ง เพราะเดินขายไปก็ไม่คุ้ม ตรวจสอบเขาใหญ่มีกระทำผิดอยู่ไม่กี่ที่ แต่ที่เหลืออีกร้อยโครงการเจ๊งหมด ไม่มีใครกล้าซื้อ เสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่อาจล้มตามกันเป็นลูกระนาด

11705281_900905523291215_3943729513598991839_n

วันดีคืนดีขุดเอาเรื่องถอดยศมาอีก ทำแต่เรื่องพวกนี้ แล้วชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จะดีขึ้นได้อย่างไร

ผมเชื่อว่าเรื่องถอดยศ คุณพ่อผมน่าจะเฉย ๆ นะครับ มียศก็ได้ไม่มีก็ไม่แปลก ผมจำได้ว่า เคยมีคนตั้งเรื่องจะขอพระราชทาน ยศชั้นนายพลตำรวจให้กับคุณพ่อผม ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี

ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมือง เมื่อทราบคุณพ่อผมรีบเบรคเรื่องทันที เพราะไม่อยากจะให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ที่จะต้องทรงพิจารณา ในการจะทรงลงพระปรมาภิไธย

คนเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว เดินทางไปทุกประเทศทั่วโลก คนเขาก็ยอมรับนับถือ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ที่นำนโยบายดี ๆ มาใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะ เป็นการเข้าถึงการรักษาพยาบาล หรือการเปิดโอกาสให้คนยากคนจนได้ลืมตาอ้าปาก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ไม่มีใครมานับถือในการเคยเป็นนายตำรวจ ยศพันตำรวจโทเมื่อ 30 ปีที่แล้วหรอกครับ ถ้าเลือกได้ผมเชื่อว่า เวลานี้คุณพ่อผมน่าจะเลือก ที่จะใช้ชีวิตเป็นนายทักษิณฯ ที่สามารถใช้ชีวิตอบอุ่น อยู่กับครอบครัวและลูกหลาน ได้อย่างปกติสุขอย่างคนทั่วไปมากกว่า ที่จะต้องมาผจญวิบากกรรม จากกระบวนการยุติธรรม ที่ตั้งเรื่องมาจากองค์กรอิสระที่บิดเบี้ยว

และคณะตรวจสอบที่ผู้กระทำรัฐประหารครั้งก่อนนู้น ตั้งขึ้นโดยมีธงเพื่อมาไล่บี้เอาผิดกันโดยเฉพาะ การปรองดองของคนในชาติ จะต้องเริ่มต้นจากการเยียวยา และให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกระทำเท่านั้น ใช้วิธีอื่นไม่มีวันสำเร็จครับ

MThai News

ไฟเขียว! มาตรการลดค่าครองชีพ เริ่ม 1 พ.ย.นี้

กระทรวงคมนาคม แจง มาตรการลดค่าครองชีพ วางหลักเกณฑ์ใหม่ ลดหย่อนค่าโดยสารให้กับประชาชน

วันนี้ (11 ส.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีการพิจารณา มาตรการลดค่าครองชีพ โดยกระทรวงคมนาคม ได้วางหลักเกณฑ์ฉบับใหม่เสนอต่อที่ประชุม ครม.พิจารณา ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะใช้แทนโครงการรถเมล์ รถไฟฟรี ที่จะหมดอายุในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ หลังจากรัฐบาลต้องแบกรับภาระต่อปีกว่า 2,400 ล้านบาท

DSC_0376

สำหรับหลักเกณฑ์ใหม่ จะลดค่าโดยสารครึ่งราคาให้กับ ผู้พิการ ทหารผ่านศึก พระภิกษุ สงฆ์ แม่ชี ผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 60 ปี และผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่เกินเดือนละ 3,632 บาท โดยแสดงบัตรประจำตัวเพื่อขอรับส่วนลดค่าโดยสาร

ในส่วนของนักเรียนไม่เกินระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้สิทธิจ่ายค่าโดยสาร 1ใน3 ด้านนักเรียนที่สูงกว่าชั้นม.3 และนักศึกษา จะได้รับสิทธิลดราคา 1 ใน3 ของค่าโดยสาร โดยหลักเกณฑ์ฉบับใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

จำคุก 2ปี! ธาริต สั่งย้าย พ.อ.ปิยะวัฒก์ มิชอบ

ศาลอาญาพิพากษาสั่งจำคุก “ธาริต” อดีตอธิบดีดีเอสไอ 2ปีโดยไม่รอลงอาญา กรณีสั่งย้าย “พ.อ.ปิยะวัฒก์” เมื่อปี55 โดยมิชอบ ก่อนที่ศาลจะให้ประกันตัวหลังมีการยื่นคำร้อง

วันที่ 11 ส.ค. ศาลอาญารัชดาอ่านคำพิพากษาในคดีที่ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

ธาริต

ธาริต เพ็งดิษฐ์

เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จากกรณีเมื่อปี 2555 นายธาริตทำหนังสือโยกย้าย พ.อ.ปิยะวัฒก์ จากผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ ดีเอสไอ ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะคดี ซึ่งมีระดับต่ำกว่าตำแหน่งเดิม โดยมีนายชาญเชาวน์ลงนามคำสั่งย้าย อันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้นายธาริตจะอ้างว่า ผู้มีอำนาจลงนามคำสั่งย้ายคือปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่ในฐานะที่นายธาริตเป็นอธิบดี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงาน ดังนั้นปลัดกระทรวงยุติธรรมย่อมต้องพิจารณาคำสั่งย้ายตามเหตุผลที่นายธาริตเสนอมา และเมื่อประกอบกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ที่ให้คำสั่งย้ายนี้เป็นไปโดยมิชอบแล้ว

ศาลจึงเห็นว่านายธาริตมีเจตนาย้าย พ.อ.ปิยะวัฒก์โดยมิชอบ จากมูลเหตุความไม่พอใจหรือขัดแย้งจากการปฏิบัติหน้าที่ ที่มีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องแชร์สลากกินแบ่งรัฐบาล

ดังนั้นศาลจึงพิพากษาจำคุกนายธาริต 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา และให้ยกฟ้องนายชาญเชาวน์ เนื่องจากไม่มีพยานนำสืบชัดเจนว่าเจตนากลั่นแกล้งให้พ.อ.ปิยะวัฒก์เสื่อมเสีย แต่ลงนามตามหน้าที่แทนปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่เดินทางไปราชการต่างประเทศเท่านั้น

อย่างไรก็ตามภายหลังศาลได้มีคำสั่งตัดสินในคดี นายธาริต ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว และศาลได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24 ภาพ @fm91trafficpro

ติดตามข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News