อ.เจษฎา เผย 3 ภาพจริงแชร์ซ้ำซาก

อ.เจษฎา เผย 3ภาพจริงแชร์ซ้ำซาก ไวรัลระดับตำนาน

เฟซบุ๊คของ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยได้โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีที่มีการแชร์ซ้ำซาก 3 ภาพไวรัลระดับโลก ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทย โดยเผยว่า ภาพทั้งสามภาพด้านล่างนี้เป็นเรื่องจริง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงที่เมืองไทย โดยข้อความประกอบการแชร์ 3รูปนี้ จะมาอารมณ์เดียวกัน ทำนองว่าคนต่างด้าวที่มาทำงานเมืองไทย ทำอาหารขายแบบสกปรกด้วยการเหยียบบนอาหาร

47

ซึ่งตนอยากจะขอชี้แจงซ้ำอีกครั้งว่า รูปคนเหยียบเส้นหมี่ รวมถึงภาพที่คนงานลงไปนอนบนกองเส้นหมี่ด้วย จริงๆแล้วมาจากที่ประเทศจีน ในมณฑลกวางตุ้ง ทางการจีนได้เข้าตรวจสอบและปิดโรงงานแล้ว ส่วนรูปคนเหยียบนวดแป้งโรตี (จริงๆ น่าจะเป็นแป้งทำขนมทอดมากกว่า) หาที่มาไม่ได้ชัดเจน เพราะมีหลายข้อมูลมาก (อ้างกันคนละเมือง) แต่น่าจะมาจากประเทศอินเดีย

และภาพคนเหยียบก้อน โดเนอร์เคบับ (เนื้อแกะอัดเป็นแท่ง ย่าง และหั่นสไลด์ออกมากินกับแป้ง) ทางเว็บไซต์ข่าวของซาอุดีอาระเบีย ตรวจสอบแล้วพบว่ามาจากร้านอาหารชื่อดังในประเทศตุรกี โดยความจริงแล้ว ทั้ง3รูปนี้เคยถูกแชร์ไวรัลกันไปทั่วโลกแล้ว แบบขำๆ หรือแบบน่ากลัวๆ แต่ในบ้านเรา กลับออกไปในทางเหยียดเชื้อชาติ

ขอบคุณภาพและที่มา Jessada Denduangboripant

MThai News

เมินตร. เพจช่วยเหยื่อฯ ตั้งค่าหัวล่าโจ๋ยิงสาว . . .

จ่ายสด! เพจช่วยเหยื่อฯ ให้นำจับ2หมื่น ล่าตัวโจ๋ยิงสาววันสงกรานต์

จากการติดตามคดีของน.ส.เจนจิรา เทศจันทร์ สาววัย 16 ปี ที่ถูกลูกหลงจากการยิงปืนของวัยรุ่นที่สวมหน้ากากในภาพแรก ที่ถือปืนลูกซอง เป็นปืนที่ใช้ยิงไปโดนน้อง จนทำให้เป็นอัมพาตตลอดชีวิต  โดยมีภาพผู้ต้องสงสัยสองราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบวิถีกระสุนพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ปืนลั่นแต่อย่างใด แต่เป็นการจงใจยิง พร้อมทั้งมีการตั้งคำถามว่า ผู้ก่อเหตุอาจจะเป็นลูกหลานของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าจับกุม

88

ล่าสุดแฟนเพจ  ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์แถลงการณ์ ประกาศมอบรางวัลตำรวจที่สามารถจับกุมปืนของนายเสื้อเหลืองภาพขวาได้ ให้กระบอกละ 20,000 บาท ใครจับได้จะจ่ายเงินสดให้ทันที เพื่อเป็นนโยบายในการช่วยเหลือตำรวจ ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในการจับกุมอาวุธปืนเถื่อน โดยเฉพาะสน.สายไหม ซึ่งเคยมีคดีตัวอย่างการจับแล้วจ่ายทันทีมาแล้วที่ สน.ลาดพร้าว โดยรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 4 จ่ายทันที เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ที่มาแฟนเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

MThai News
https://www.facebook.com/Helpcrimevictimclub?fref=ts

เพจดังชี้อันตราย สาวอยากขาวอย่าใช้ผงคลอรีน!!

เพจดังเตือน สาวอยากขาว อย่าใช้ผงคลอรีน ชี้ อันตรายมาก 

แฟนเพจ Drama-addict ได้แชร์ภาพเตือนภัยมีผู้ขายผงคลอรีนโดยอ้างว่าผสมน้ำอาบแล้วจะทำให้ผิวขาวได้ โดยทางแฟนเพจเตือนชาวสังคมออนไลน์ว่าสารดังกล่าวมีความอันตรายเป็นอย่างมาก เนื่องจากผงปูนคลอรีน แคลเซียมไฮโปคลอไรต์ ซึ่งหากผสมน้ำมันจะกลายเป็นกรดไฮโดรคลอรัส ใช้ฆ่าเชื้อในน้ำ ใช้ฟอกขาวและ มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง ระคายเคืองตา ผิวหนังทางเดินหายใจ

11695925_10153578939173291_6000869531740353561_n

ถ้าสัมผัสสารที่เป็นกรดก็แตกตัวเป็นก๊าซคลอรีนได้ ยิ่งอันตรายกันเข้าไปใหญ่ สิ่งที่น่าตกใจของยาดังกล่าวคือมีการขายและใช้กันแพร่หลายมาก นอกจากนี้ยังมีคนเขียนรีวิวเต็มไปหมดว่าใช้แล้วได้ผล

ทั้งนี้ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า สารคลอรีนในน้ำประปา เขาใส่ไว้ในเกณฑ์ปลอดภัยต่อการอุปโภคบริโภค แต่ไม่ใช่ซื้อมาฟอกผิวขาวแบบนี้ ถือว่าเป็นอันตรายมาก

ขอบคุณภาพและที่มาจากแฟนเพจ Drama-addict
https://www.facebook.com/DramaAdd?fref=ts

MThai News