คลิปเหี้ยม!! นาที ISบอมบ์นักโทษนอกรีตเละ

กลุ่มไอเอส แพร่คลิปสุดสยอง ที่อ้างว่าถ่ายทำขึ้นในประเทศอัฟกานิสถาน แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่กลุ่มนักโทษ 10 ราย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นกลุ่มคนนอกรีต ระเบิดร่างจนแหลกเป็นจุณ

วานนี้ (10 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเรื่องราวความเคลื่อนไหว ของกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ กลุ่มไอเอส ซึ่งล่าสุด ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่มีชื่อว่า  “Killing the Apostates In Revenge For the Monotheists” (ฆ่าเพื่อแก้แค้นผู้ที่เลิกศรัทธาในศาสนาเพื่อพระเจ้า) ที่ถูกบันทึกจากสถานที่ลึกลับในประเทศอัฟกานิสถาน

เนื้องหาในคลิป แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่กลุ่มไอเอสจับนักโทษประหาร 10 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีต มาดำเนินการสังหารอย่างเหี้ยมโหดผิดมนุษย์ ด้วยการนั่งคุกเข่าอยู่เหนือแนวระเบิด ซึ่งถูกฝังไว้ใต้ดิน ก่อนจุดชนวนระเบิด ส่งผลให้ร่างของเหยื่อกระจายไปทั่วทั้งพื้นที่ในที่เกิดเหตุ

ไอเอส,กลุ่มไอเอส,รัฐอิสลาม,รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย,อัฟกานิสถาน

อย่างไรก็ตาม จากรายงานมีการคาดการร์ว่า เหยื่อทั้ง 10 คน มาจากชนเผ่า ‘ชินวารี’ และถูกกล่าวหาว่าให้ความช่วยเหลือกลุ่มตาลีบันในจังหวัดนันการ์ฮาร์ ของอัฟกานิสถาน ที่เพิ่งขับไล่กลุ่มไอเอส ออกนอกพื้นที่

พร้อมกันนี้ เนื้อหาในคลิปดังกล่าว ระบุว่า เหยื่อทั้ง 10 ราย ถูกปิดตาและมัดมือ ส่วนทางด้านสมาชิกกลุ่มไอเอส ที่ปิดบังใบหน้าด้วยผ้าสีดำ เป็นผู้ควบคุมตัวเหยื่อทั้งหมดมาในที่เกิดเหตุ พร้อมอาวุธครบมือ

โดยท้ายที่สุด เมื่อทั้งผู้คุมและนักโทษไปถึงที่แดนประหาร ซึ่งเป็นจุดที่มีการฝังระเบิดไว้ นักโทษถูกควบคุมตัวไปนั่งคุกเข่าเรียงกันอยู่ที่แนวระเบิด ก่อนที่จะจุดชนวนระเบิดจนกระทั่ง ร่างของนักโทษ พุ่งสู่อากาศ และตกกระจายเกลื่อนบริเวณโดยรอบ

ไอเอส,กลุ่มไอเอส,รัฐอิสลาม,รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย,อัฟกานิสถาน

ไอเอส,กลุ่มไอเอส,รัฐอิสลาม,รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย,อัฟกานิสถาน

ไอเอส,กลุ่มไอเอส,รัฐอิสลาม,รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย,อัฟกานิสถาน

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา heavy.com

พี่มากไม่ได้ป่วย แต่บอกเลยว่าเยี่ยมมาก!! นิสิตหนุ่มขายนม หาเงินเรียน

วันนี้ MThai News จะพาไปรู้จักกับนิสิตหนุ่ม ผู้ที่มีความคิดไม่หยุดนิ่ง จากรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น้องบุ๊ค วสุพล รชฏเสถียรพงษ์ อายุ 20 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะประมง สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หนุ่มน้อยคนนี้ได้มาแบ่งปันประสบการณ์ให้ได้ทราบกันอย่างเต็มอิ่ม

‘น้องบุ๊ค’ มีความมุ่งมั่น คิดลงมือทำด้วยตนเอง ด้วยการหารายได้เสริมในวัยเรียน เป็นนิสิตขาย “นมเกษตร” เพียงใช้ความกล้า จัดสรรเวลาให้ลงตัว รายได้เฉลี่ยประมาณ 16,000-18,000 บาท ต่อเดือน เลยทีเดียว

IMG_6488

อะไรคือแรงบันดาลใจให้คิดที่จะหารายได้เสริม?

น้องบุ๊ค- วสุพล บอกกับ MThai News ว่าได้รับแรงบันดาลใจในการเป็นพ่อค้าวัยเรียน จากเพื่อนชาวแอฟริกา ตอนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นิวซีแลนด์

“ผมเห็นเพื่อนใช้เวลาว่างไปทำงานหารายได้เสริม จึงเกิดข้อเปรียบเทียบย้อนมองดูตัวเองตอนอยู่เมืองไทย ที่ เรียน ๆ เล่น ๆ ไปวัน ๆ ทำให้รู้สึกว่าอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องหาอะไรสักอย่างทำบ้าง”

“จึงเริ่มต้นหาช่องทางค้าขาย จุดประกายแนวคิดจากสิ่งใกล้ตัว และต้องลงทุนไม่มาก กระทั่งผุดไอเดียย้อนรำลึกถึงนมถุงที่เคยดื่มในวัยเด็ก ซึ่งมหาวิทยาลัยของผมก็มีโรงนมอยู่ใกล้ ๆ แบรนด์ นมเกษตร” ตัวผมก็เป็นนิสิต ม.เกษตรด้วยจากนั้นก็ประเดิมขายในงานเกษตรแฟร์ เป็นงานของมหาวิทยาลัย ด้วยการเอานมใส่รถเข็นเดินขายในงาน ตามจุดต่าง ๆ ตอนแรกเขาเอ่ยปากว่าอาย หลัง ๆ เริ่มปรับตัวได้ เพราะคิดว่าเป็นบทบาทหน้าที่ ทำให้กล้าขายมากขึ้น”

IMG_6463   IMG_6456

เมื่อเอาชนะความกล้าได้แล้ว จากนั้นมีการพัฒนาการขายหารายได้เพิ่มอย่างไร?

“ผมหาทางช่องทางตีตลาดแถวบ้านของตน(หมู่บ้านเกษตรนิเวศน์) ด้วยการลงมือทำใบปลิวแจกตามหมู่บ้าน ทำให้มีลูกค้าติดต่อให้ไปส่งนมจำนวนหนึ่ง แต่เนื่องจากคนดื่มนมไม่ค่อยบ่อยนัก ช่วงแรกจึงมีลูกค้าน้อย ผมจึงกลับมาคิดว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อไปดี”

“ก็มาคิดว่าแถวบ้านมีตลาดสด (ตลาดริมบึง) ซึ่งตอนแรกผมไม่กล้าไปขาย เพราะในใจคิดว่าเอานมไปขายใครจะซื้อ แต่ว่ามาคิดอีกที ว่าไหนๆ ก็มาแล้ว คงต้องลองดูกันสักตั้ง ผมจึงเริ่มจากขี่รถจักรยานยนต์ขายตามร้านค้า และเอานมเกษตรใส่ถุงเดินขายในตลาด แล้วพบว่าขายได้นะ”

น้องบุ๊ค วสุพล ได้เล่าให้ MThai News ฟังต่อว่า จากที่เริ่มนำรถเข็นมาเข็นนมเกษตรขายในตลาด เคยขายที่งานเกษตรแฟร์ ต่อมาจึงเน้นขายที่ตลาดเป็นหลัก เพราะเดินขายไม่เสียค่าน้ำมัน ไม่มีเงื่อนไขเรื่องเวลา อีกทั้งลูกค้าขาจรเดินมาเจอเรา เขาก็อุดหนุน ลูกค้าก็เยอะขึ้นด้วย

“ขายวันแรกหมดเกลี้ยงร้อยกว่าถุง จึงหันมาเข็นนมเกษตรเดินขายในตลาดริมบึง เป็นหลักครับ แต่ลูกค้าเก่าก็ไม่ได้ทิ้งนะครับโทรมาสั่งผมก็ไปส่งให้”

IMG_6477

แบ่งเวลาเรียนกับการรายได้เสริมอย่างไร?

ปัญหาของการหารายได้เสริม คือเวลาเรียนหรือกิจกรรมตอนเช้า ทำให้ไม่ได้ไปขาย แต่ผมหาเวลามาขายนมเกษตร หลัก 4 วัน คือ อังคาร พฤหัสบดี เสาร์ และอาทิตย์ ซึ่งได้เริ่มขายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานอกจากจะขายนมเกษตรเพื่อหารายได้เสริมแล้ว ผมยังใช้เวลาว่างในช่วงเย็น วันละ 2 ชั่วโมง เป็นคุณครูสอนว่ายน้ำในมหาวิทยาลัยอีกด้วยครับ”

เรียกได้ว่าใช้เวลาต่อวันอย่างคุ้มค่าจริง ๆ น้องบุ๊ค วสุพล ยังได้เล่าให้ MThai News ฟังต่อว่า ช่วงแรก ๆต้องใช้ความพยายาม ความอดทนสูงมาก เพราะกำไรที่ได้มานั้นต้องใช้การรอคอย มาทีละนิดหน่อย ต้องค่อยๆ เก็บถึงจะเห็นเป็นจำนวน

“แต่ผมก็ชอบช่วงแรกๆมากนะครับ เพราะรู้สึกสนุก ท้าทาย ไม่ใช่เพราะเงินที่เป็นแรงจูงใจอย่างเดียว แต่ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำด้วย”

บางครั้งก็กลับไปมองว่าจะมี เพื่อนๆนิสิตคนใดที่ทำงานหารายได้เสริมแบบนี้บ้างนะ ในห้องเรียนมี100 คน อาจจะมี 10 คน หรืออาจจะไม่ถึง 10 คนที่ทำงานหารายได้เสริม มันทำให้ผมรู้สึกภูมิใจที่ผมเป็นอีกคนหนึ่งในนั้น”น้องบุ๊ค วสุพล เผยให้ MThai News ฟังอย่างภาคภูมิ ด้วยน้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

IMG_6470

แต่เป็นที่น่าเสียดาย เมื่อถามถึงอนาคตจะต่อยอดธุรกิจนี้อย่างไร น้องบุ๊ค ให้คำตอบว่า

“หลังจากเรียนจบคงไม่สานต่อ เพราะคิดว่าจุดเด่นของตัวเองที่ทำให้มีลูกค้าทุกวันนี้คือความเป็นนิสิต ไปไหนจึงมีแต่คนเอ็นดู ถ้าเรียนจบแล้ว ก็ไม่สามารถกลับมาใส่ชุดนิสิตได้ คงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการขายใหม่”

น้องบุ๊คยังกล่าวทิ้งท้ายฝากบอกเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกันที่อยากหารายได้เสริมด้วยว่า “ผมว่านิสิตทุกคนก็คงอยากหารายได้เสริมเอง แต่ติดตรงนั้นตรงนี้เยอะ ติดเรียนบ้าง กิจกรรมบ้าง ถ้าไม่มีข้ออ้างเหล่านั้น เลิกอ้างว่าไม่มีเวลา พยายามจัดสรรเวลา ตั้งใจอย่างจริงจัง ขยัน อดทน เป็นหลัก และมีความรับผิดชอบ เต็มที่กับมัน ทุกคนสามารถทำได้”

ท้ายสุดนี้ MThai News ขอเป็น กำลังใจให้กับผู้ที่ไม่ย้อท้อ ตั้งใจ ขยัน อดทน รับรองว่าชาตินี้ไม่มีจนอย่างแน่นอน…คอนเฟิร์ม!!!

รุ่งฤดี ฤทธิสิทธิ์  : เขียน
ธเนตร พุทธิตระกูล : ภาพ

ติดตามคอลัมน์ 108 อาชีพทำเงิน อื่น ๆ ได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

คนใกล้ชิดเผย ทักษิณ ยอมแล้ว! พร้อมให้ถอดยศ

“พ.ต.ท.ทักษิณ” เผยรู้สึกปลง ยินดีให้ถอดยศ ชี้ไม่ใช่เรื่องยากแค่ “พล.อ.ประยุทธ์” แนะใช้ม.44สั่ง ก็จัดการได้ทันที

วันที่ 10 ส.ค. แหล่งข่าวจากคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมดูเเลว่าพ.ต.ท.ทักษิณ รู้สึกปลงแล้วในเรื่องลาภยศต่างๆ

Getty Images

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ซึ่งตัวท่านเองยืนยันว่า หากจะถอดจริงๆ ก็ไม่รู้สึกแปลกอะไร เพราะตนเองถูกดำเนินการเรื่องนี้มาตลอดในหลายรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยลงทุนจ้างล็อบบี้ยิสต์ต่างประเทศดำเนินการไม่ให้ต่างประเทศออกหนังสือเดินทางให้

อย่างไรก็ตาม หากจะดำเนินการถอดยศจริง ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หรือต้องทำให้วุ่นวายอะไร เพราะเเค่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจที่ได้มาจากการรัฐประหาร ในมาตรา 44 ลงนามในคำสั่งถอดยศ ก็สามารถทำได้ทันที และนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯได้ เพราะไม่ว่าจะเป็น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็คงไม่มีอำนาจเท่ากับพล.อ.ประยุทธ์ได้

และหากสังคมไทยยังไม่สามารถปฏิรูปประเทศให้มีการใช้กฎหมายอย่างมีมาตรฐานเดียว สังคมก็จะเกิดความขัดแย้งต่อไป

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณว่า เคยหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สตช.จะเป็นคนดำเนินการ และส่งเรื่องมาที่นายกรัฐมนตรี เพื่อนำความกราบขึ้นบังคมทูล ไม่ต้องนำเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งเป็นไปตามระเบียบ

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน 

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News