‘วิษณุ’ ไม่รู้ คสช. กดดัน กมธ. ปมที่มา สว.

รองนายกฯวิษณุ ไม่รู้ คสช.กดดัน กมธ.ยกร่าง รธน. ปรับที่มา ส.ว. เป็นระบบสรรหาทั้งหมด รอสอบพยานฟ้องแพ่งจำนำข้าว

637425-01

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธกระแสข่าวที่เรียกร้องให้มีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภามาจากการสรรหาทั้งหมด แทนการคัดเลือกแบบผสมสรรหาและเลือกตั้งตามที่คณะรัฐมนตรี เคยเสนอ ขณะเดียวกัน ไม่ทราบว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะลำบากขึ้นหรือไม่ แต่คณะรัฐมนตรี ยืนยัน ตามเอกสารที่เคยยื่นไป ขณะเดียวกัน นายวิษณุ ยังปฏิเสธถึงกรณีที่มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบางส่วนออกมา ระบุว่า อึดอัด เนื่องจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้ามากดดันการทำงาน

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เร่งให้รัฐบาลฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี สมัยของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าได้รับรายงานฉบับสุดท้ายแล้ว แต่จะต้องรอการสอบพยานเพิ่มเติม ส่วนเงินที่วางต่อศาลในการฟ้องคดีนั้น นายวิษณุ ยืนยันว่า รัฐบาลมีเงินเพียงพอ และสุดท้ายเงินที่วางศาลจะต้องคืนกลับมายังรัฐบาล

50 ปีกว่าจะสร้างชาติ ‘สิงคโปร์’ ไม่ได้ขายลอดช่อง

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 5 เดือนในการเดินหน้าเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งใน 10 ประเทศ ถ้าตอนนี้มีคำถามว่าใครเป็นเบอร์ 1 ต้องบอกเลยว่าตอนนี้คือประเทศสิงคโปร์ ทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณภาพการศึกษา เสถียรภาพทางการเมือง

ซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้เองจะครบรอบ 50 ปี การสร้างชาติสิงคโปร์ MThai ข่าวภาคซ่าส์ จึงจะพาทุกคนย้อนไปดูว่า สิงคโปร์มีความเป็นมาอย่างไร สร้างชาติด้วยวิธีไหน ทำไม 50 ปี ถึงไปไกลได้ขนาดนี้

จากเมืองประมงสู่เมืองท่า

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะมีขนาด 718.3 ตร.กม. ถ้าเทียบกับกรุงเทพฯ 1,569 ตร.กม. จะเล็กกว่ากรุงเทพฯ ประมาณเท่าตัว มีประชากรอาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์เกือบ 5.5 ล้านคน

ซึ่งกว่า 2 ล้านคนมีสัญชาติต่างชาติและ75% เป็นคนจีน ซึ่งหากเทียบความหนาแน่นของประชากรแล้วจะพบว่า เฉลี่ยอยู่ที่ 7,615 คน/ตร.กม. เดิมทีสิงคโปร์เป็นเมืองประมงแถบคาบสมุทรมลายู ต่อมาถูกพัฒนาเป็นเมืองท่าด้านเศรษฐกิจและตกอยู่ในอาณานิคมของอังกฤษ

a

และถูกญี่ปุ่นยึดครองในช่วงสงครามโลก หลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษ สิงคโปร์ได้ขอรวมดินแดน กับมาลายู แต่หลังจากนั้นก็เกิดความไม่พอใจกับมาเลเซียในเรื่องปัญหาต่าง ๆ ทำให้สิงคโปร์ประกาศแยกตัวออกจากสหภาพมลายา ของมาเลเซีย ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1965 นับมาถึงวันนี้ก็ครบ 50 ปี พอดี

การเมืองมั่นคงแต่เสรีภาพน้อย

มาดูกันที่การเมือง ทำไมสิงคโปร์ถึงเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองมากที่สุดในโลก สิงคโปร์อยู่ใน ระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข มีนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ เพราะเป็นประเทศที่มีรัฐบาลพรรคเดียว มีการควบคุมสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน แบบเข้มงวดมากที่สุด

aa

ทำให้เกิดเสถียรภาพและก่อปัญหาการเมืองน้อยมาก และถือเป็นประเทศที่ค่อนข้างเคร่งครัดในกฎหมาย การปราบปรามการทุจริตด้วย แต่ทั้งนี้สิงคโปร์ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ (flawed democracy)

โดยมีนักการเมืองผู้โด่งดังของเอเซีย ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งชาติสิงคโปร์สมัยใหม่คือนายลีกวน ยู ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการแยกตัวของสิงคโปร์ออกจากมาเลเซียและผลักดันให้สิงคโปร์ขึ้นไปอยู่ในประเทศกลุ่มโลกที่ 1

ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับจากสถาบัน “ดิ อีคอนอมิส อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต” ( อีไอยู ) เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก มากกว่ามหานครนิวยอร์ค 11 % โดยมีการคาดว่าสาเหตุที่ค่าครองชีพสูง เพราะเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังมี  COE ซึ่งเป็นการประมูลใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ ซึ่งมีราคาสูงมาก ใครมีรถขับนี่ถือว่ารวยมากที่เดียว ไม่เพียงเท่านั้นใบ COE ก็มีอายุแค่ 10 ปีด้วย ถ้าหมดอายุก็ต้องไปต่อใหม่อีก ทำให้คนไปใช้ขนส่งสาธารณะที่มีราคาแพงกว่านิวยอร์ก 3 เท่า นอกจากนี้สาธารณูปโภคส่วนมากนำเข้าจากต่างประเทศทำให้มียิ่งแพงไปใหญ่

aaa

การศึกษา เด็กสิงคโปร์เรียนอย่างไร ทำไมติดอันดับโลก

ระบบการศึกษาของสิงคโปร์จะยึดถือความถนัดความสนใจของเด็ก มีความยืดหยุ่นเพื่อพัฒนาทักษะ มีการเรียนวิชาหลักคือ วิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ภาษาแม่ (จีน มาเลย์ หรือทามิล) วิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ แต่จะเน้นการเรียนเพื่อวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์

aaaaaa

สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่สอนวิชา เพื่อสามารถนำไปใช้ในอาชีพจริง ๆ ได้ในอนาคตและผู้เรียนมีความสนใจในเรื่องนั้นจริง ๆ จึงทำให้มีผลสัมฤทธิ์การศึกษาค่อนข้างดี ซึ่ง  มหาวิทยาลัยเเห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore)

อยู่ในอันดับ 2 ของเอเซียและ 34 ของโลก ถือว่าสูงสุดของอาเซียน และผลัดกันขึ้นอันดับ 1 กับ มหาวิทยาลัยโตเกียวของญี่ปุ่น

สิงคโปร์ไม่ได้ผลิตลอดช่อง ?

คนไทยเรียกสิงคโปร์ว่าเมืองลอดช่อง แต่เอาเข้าจริงแล้วเป็นเรื่องที่ตลกมาก ๆ เพราะลอดช่องไม่ได้กำเนิดจากสิงคโปร์แต่เป็นขนมพื้นบ้านที่เกิดในอาเซียนมานานแล้ว แต่ที่นิยมกันมากคือแถบมลายู มะละกา ปีนัง และกัวลาลัมเปอร์

ส่วนสาเหตุที่คนไทยเรียกว่าลอดช่องสิงคโปร์เพราะว่า แต่ก่อนย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2504 มีโรงหนังชื่อว่า เฉลิมบุรี ตั้งอยู่ที่ถนนเยาวราช ใกล้กับโรงหนังมีร้านอาหารชื่อ “สิงคโปร์โภชนา” เป็นร้านแรก ๆ ที่ขายลอดช่อง คนก็เลยเรียกกันติดปากว่า ไปกิน “ลอดช่องหน้าโรงหนังสิงคโปร์” จนไปๆมาๆก็กลายเป็นลอดช่องสิงคโปร์ทำเอาคนเข้าใจผิดกันไปทั่ว ถึงทุกวันนี้ร้านนี้ก็ยังเปิดอยู่

MThai News

จับหนุ่มแสบ! ใช้เทคนิดเทพ ปลูกกัญชาแบบนาโน

ตำรวจจันทบุรี บุกจับรวบหนุ่มแสบใช้ความรู้ผิดทาง ปลูกและผลิตกัญชาแบบนาโน ยึดของกลางเพียบ อึ้งวิธีการจัดจำหน่ายแพ็คใส่กล่องพัสดุ ส่งไปรษณีย์ให้ลูกค้า

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พลต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ได้นำตัวนายพิราวัชร์ หรือเดียร์ สุขสินพรสมบัติ อายุ 27 ปี พร้อมด้วยนายประกฤติ หรือ ธรรมสังข์ อายุ 35 ปี มาแถลงข่าว

ปลูกกัญชานาโน, กัญชา

ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่านายพิราวัชร์ ผู้ต้องหาได้มีการลักลอบปลูกต้นกัญชา และผลิตกัญชาภายในห้องเช่าเลขที่ 18 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเพราะจำนนด้วยหลักฐาน หลังเจ้าหน้าที่ได้บุกตรวจและพบว่าผู้ต้องหาใช้วิธีสุดไฮเทคในการปลูกและผลิตกัญชา ที่เรียกว่ามีการนำระบบนาโนมาใช้ในการเพาะปลูก

ด้วยการใช้แผ่นฟรอยส์มาปิดผนังไว้รอบห้อง พร้อมติดตั้งหลอดไฟแอลอีดี สีชมพู จำนวนกว่า 30 หลอด ไว้สร้างอุณหภูมิแทนดวงอาทิตย์ และติดตั้งพัดลมวาง 4 จุด รอบด้านเพื่อระบายอากาศ

ปลูกกัญชานาโน, กัญชา

ขณะที่ พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน เปิดเผยว่า พฤติการณ์จับกุมสืบเนื่องจาก ทางตำรวจสืบสวน ได้รับเบาะแสจากการจับกุมผู้เสพ และทำการขยายผล จนทราบว่ารับซื้อกัญชามาจาก 1 ในกลุ่มผู้ต้องหา จึงวางแผนเฝ้าติดตามพฤติกรรมมานานหลายเดือน จนสืบทราบว่าใช้ห้องแถวหลังดังกล่าว เป็นแหล่งปลูกกัญชา และผลิตออกจำหน่ายให้กับลูกค้า

ซึ่งจากการตรวจสอบ และการสืบสวนขยายผล พบว่ากลุ่มผู้ต้องหา ได้ลักลอบปลูก และผลิตกัญชามานานหลายปี จนมีความเชี่ยวชาญ สามารถดัดแปลงสภาพห้องเช่าหลังเล็กๆ ทำการเพาะปลูกกัญชาระบบนาโนสุดไฮเทค นอกจากนี้ยังคิดค้นกลวิธีการส่งของให้กับเอเย่นต์และลูกค้าตบตาเจ้าหน้าที่อย่างแยบยล

ปลูกกัญชานาโน, กัญชา

โดยการแพ็คใส่กล่องพัสดุส่งไปรษณีย์ พร้อมจ่าหน้ากล่องให้ถึงมือลูกค้าโดยตรง ซึ่งผลการปฏิบัติจับกุมในครั้งนี้ นับว่าเป็นการบุกทลายแหล่งผลิตกัญชารายใหญ่ที่สุดในพื้นที่ จ.จันทบุรี

เบื้องต้นได้ตั้งข้อหา ลักลอบผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ จะได้สืบสวนขายผลติดตามเครือข่ายร่วมขบวนการ มาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News