เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายๆคน คงได้ติดตามข่าวสารที่เผยแพร่ถึงกรณี “หลวงตาบุญช่วย” อดีตเจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ ที่ท่านจำวัดอยู่ในกุฏิสภาพ ที่ถูกบรรดาสื่อต่างๆ ขนานนามว่าไม่ต่างจาก “เล้าไก่” พร้อมมีข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วหลวงตาบุญช่วยมีความลำบาก ตามที่ช่าวเสนอออกไปหรือไม่

สภาพด้านหน้ากุฏิหลวงตาบุญช่วย
รวมถึงเรื่องที่ดินของหลวงตาบุญช่วยที่มีข่าวว่าท่านได้บริจาคที่ดินสร้างเป็นที่จอดรถแก่ญาติ โยม และที่ดินอีกส่วนหนึ่งที่อ้างว่าถูกบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งออกโฉนดที่ดินทับซ้อน เพื่อจะสร้างเป็นวัดบัวขวัญ 2 ?
ทีมข่าว MThai News จึงได้ลงพื้นที่เพื่อไปเสาะหาความจริงถึงเรื่องราวดังกล่าว ณ วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อไขข้อสงสัยที่หลายฝ่ายข้องใจว่าข้อเท็จจริงคือ ?
พระมหาสมควร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ และเป็นผู้ใกล้หลวงตาบุญช่วย เปิดใจว่า แท้จริงแล้วเป็นเพราะหลวงตาบุญช่วย ท่านเป็นพระที่มักน้อย สันโดษ และสมถะ โดยท่านพอใจที่จะอยู่อย่างนั้น
ส่วนสภาพกุฏิที่เป็นอย่างนั้น เพราะท่านทำไว้เพื่อกันขโมย จึงทำให้ดูแล้วกุฏิมีลักษณะเล็ก คับแคบเหมือนเล้าไก่ ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า กุฏิของหลวงตาบุญช่วยนั้นมีลักษณะเหมือนกับกุฏิพระทั่วไป ที่มีขนาด 3×4 เมตร ด้านหน้ากุฏิจะเป็นระเบียงทางเดิน แต่หลวงตาท่านได้กั้นห้องไว้ พร้อมสร้างประตูเล็กๆ เอาไว้ด้านหน้า ประกอบกับอยู่ใต้บันไดจึงทำให้มองว่ากุฏิท่านดูเล็ก

พระมหาสมควร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
ส่วนกรณีเรื่องที่ดินวัด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสได้ชี้แจงว่าต้องย้อนกลับไปเมื่อ 22 ปี ที่แล้ว ทางวัดบัวขวัญ ซึ่งมีหลวงตาบุญช่วย เป็นเจ้าอาวาสอยู่ในขณะนั้น ทางวัดได้เกิดข้อพิพาทเรื่องที่ดินกับหน่วยงานที่เข้ามาสร้างด่วน หลังจากที่ทางวัดชนะคดีความ ก็เกิดปัญหาขึ้นระหว่างชาวบ้าน และวัด จึงเป็นเหตุให้หลวงตาบุญช่วยถูกปลดจากการเป็นเจ้าอาวาส เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้
จนกระทั่ง “พระราชนันทมุณี” ( หรือ พระมหาไสว สุขวโร สมณศักดิ์ในขณะนั้น ) ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบัวขวัญเมื่อปี 2537 โดยท่านใช้เวลานานกว่า 4-5 ปี ถึงเรียกความศรัทธาจากชาวบ้านกลับคืนมาได้จนถึงปัจจุบัน
ทางด้านพระราชนันทมุณี เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญได้เปิดเผยว่า กรณีข่าวหลวงตาบุญช่วยที่ได้ถูกนำเสนอออกไปนั้น ทางวัดได้รับผลกระทบอย่างมาก จนถูกสังคมมองว่าทางวัดทอดทิ้งหลวงตาบุญช่วย ซึ่งไม่เป็นความจริง เนื่องจากหลวงตาบุญช่วย ไม่ค่อยรับการช่วยเหลือจากใคร ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ
ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงดี แม้จะมีอายุ 86 ปี แต่ท่านก็ปฏิบัติกิจของสงฆ์ โดยที่ไม่ขาดตกบกพร่อง จนมาทราบว่าท่านได้ไปหาหมอเนื่องจากโรคเก๊าท์กำเริบ โดยมีลูกศิษย์พาไปช่วงวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา และมีผู้หวังดีได้นำเสนอเรื่องราวของหลวงตา จนปรากฏเป็นข่าว
ที่ผ่านมาทางวัดเคยเสนอที่จะซ่อมแซมกุฏิให้ แต่ได้รับการปฏิเสธจากหลวงตามาโดยตลอด ซึ่งล่าสุดทางวัดไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งให้ปรังปรุงกุฏิของหลวงตาบุญช่วยทันที โดยมีการทุบกุฏิข้างห้องหลวงตา เพื่อขยายพื้นที่ในการเก็บของ พร้อมต่อเติมห้องน้ำทางด้านหลังกุฏิให้

ช่างกำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซมกุฏิ
“ซึ่งหลวงตาจะย้ายเข้าไปอยู่อาศัยหรือไม่นั้น ก็สุดแล้วแต่ท่าน อย่างไรก็ตามการซ่อมแซมในครั้งนี้อีกหนึ่งประการที่สำคัญคือ เป็นการลดข้อครหาระหว่างสังคมที่มองทางวัดในด้านลบ”
ทางด้านนายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่าในส่วนของเรื่องที่ดินของหลวงตาบุญช่วย ท่านได้กำชับให้ช่วยเร่งติดตามปัญหาระหว่างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่เกิดข้อพิพาทขึ้น ซึ่งแต่เดิมบริษัทดังกล่าวเคยติดต่อขอซื้อที่ดินจากหลวงตา เนื้อที่ 13 ไร่ เสนอให้ในราคา 100 ล้านบาท แต่ท่านปฏิเสธที่จะขายที่ดิน แต่ปัจจุบันถูกหมู่บ้านสร้างล้อมรอบที่ดินเอาไว้ จนทำให้เป็นที่ดินตาบอดไม่มีทางเข้า-ออก
โดยคาดว่าจะทราบผลที่แน่ชัดในเรื่องของที่ดินของหลวงตา ที่ถูกบริษัทดังกล่าวออกโฉนดที่ดินทับซ้อนจริงหรือไม่ ? อย่างไร ? ในช่วงสัปดาห์หน้า

ที่จอดรถวัดบัวขวัญ
ซึ่งเท่าที่ทราบข้อมูลหลวงตาบุญช่วยจะใช้พื้นที่ดังกล่าวสร้างเป็นวัดบัวขวัญ 2 โดยท่านตั้งใจจะสร้างเพื่อเป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนหนังสือของพระสงฆ์และเณร และมีที่ดินอีกประมาณ 17 ไร่ ซึ่งปัจจุบันหลวงตาบุญช่วยได้บริจาคให้ทางวัดจัดสร้างเป็นสถานที่จอดรถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
ช่วงหลายวันที่ผ่านมาหลังจากข่าวของหลวงตาบุญช่วยได้ถูกนำเสนอออกไป บรรดากองทัพสื่อมวลชนต่างพากันไปทำข่าวเพื่อนำเสนอ จนล่าสุดหลวงตาได้ปิดประตูหน้ากฏิไม่ให้บุคคลอื่นเข้ามาติดต่อสอบถามเรื่องใดๆจากท่านอีก
ซึ่งท่านเคยได้พูดกับผู้ใกล้ชิด และลูกศิษย์ไว้ว่า “อยากอยู่อย่างสงบ เนื่องจากที่ผ่านมามีแต่ความวุ่นวายจนทำให้โรคประจำตัวกำเริบขึ้นมาอีก เรื่องกุฏิท่านก็พอใจที่จะอยู่แบบนี้ แต่ที่เป็นกังวลมากที่สุดคือเรื่องที่ดิน”

พระอาจารย์บุญช่วย ปุญฺญคุตฺโต
ธเนตร พุทธิตระกูล รายงาน / ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ ถ่ายภาพ
ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News