หลานเฝ้าศพยายถูกไฟช็อตดับ หลังใช้ปลั๊กเก่า

หลายชายวัยกว่า 1 ขวบนอนเฝ้าศพยายถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตภายในบ้าน โชคดีไม่แตะตัวยาย จนกระทั่งญาติกลับมาเจอ อุ้มตัวออกมาได้ปลอดภัย

ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญพวงสถาพร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งว่ามีเหตุมีคนถูกไฟช็อตเสียชีวิต ที่หมู่ 5 ตำบลวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้านพบชาวบ้านกำลังยืนอยู่ และพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับสิบคน

ไฟช็อต, ปลั๊กไฟเก่า

จากการสำรวจภายในห้องครัว พบศพนางปราณี คลังนุ่ม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 5 ตำบลวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นอนเสียชีวิตอยู่ ที่มือข้างซ้ายมีรอยไหม้และยังมีสายไฟที่อยู่ที่นิ้วด้วย

สอบถามนายทวี คลังนุ่ม อายุ 56 ปี สามีของผู้เสียชีวิต ได้ความว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ตนกลับจากไปทำไร่ก็พบว่าภรรยาของตนนอนแน่นิ่งอยู่ในครัว ในสภาพที่มือจับสายไฟอยู่ โดยมีหลานชายอายุประมาณ 1 ขวบ 8 เศษ นอนหลับอยู่ที่ปลายเท้าของภรรยาตน

ตนจึงได้ไปจับที่ขาของภรรยาของตน ปรากฏว่าถูกไฟดูดไปด้วย จึงได้รีบอุ้มตัวหลานชายที่นอนอยู่ข้างศพออกมา จากนั้นจึงรีบไปดึงปลั๊กที่เสียไฟออก กลับไปดูภรรยาอีกครั้ง พบว่าถูกไฟช็อตเสียชีวิตแล้ว ตนจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

นายทวีกล่าวอีกว่า สำหรับสายไฟดังกล่าวเป็นสายไฟเก่า ที่ไม่ได้ใช้งานมานานแล้วเนื่องจากสายไฟมีสภาพที่ชำรุด สาเหตุคงคาดว่าในตอนเช้าผู้ตายคงจะไปหยิบสายไฟเส้นดังกล่าวมาเสียบเพื่อที่จะหุงข้าว

แต่ด้วยสายไฟที่ชำรุดจึงทำให้ช็อตผู้ตายจนเสียชีวิตดังกล่าว โดยช่วงเกิดเหตุ ผู้ตายได้อยู่กลับหลานชาย ส่วนพ่อและแม่ของหลานได้ไปรับจ้างก่อสร้าง และตนเองก็ไปรับจ้างขุดมันสำปะหลัง จนกระทั่งกลับมาเจอพบภรรยาถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตไปแล้ว

เหตุการณ์นี้นับว่าโชคยังดีที่หลานชายมานอนอยู่ข้างๆ ศพ เอาที่นอนมาปูนอนข้างๆ จนหลับไป โดยไม่ได้จับตัวยาย จึงปลอดภัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจดูที่เกิดเหตุแล้ว ได้ให้อาสาสมัครกู้ภัยข่าวภาพนำศพส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพ ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.

ข้อมูลข่าว/ภาพ จากสำนักข่าวไทย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ยุคเรืองรอง ฮอตฮิต 5 ภารกิจเด็ด ‘นาซา’

กว่า 57 ปี หลังจากองค์การนาซาก่อตั้ง กับการเดินทางหลายล้านล้านไมล์ไปยังดาวดวงต่าง ๆ เพื่อสำรวจความเคลื่อนไหวของระบบสุริยะ วันนี้ทางทีมข่าว MThai ได้รวบรวมโครงการหลักในปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 5 โครงการ

นับได้ว่า ทุกครั้งที่ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ ‘นาซา’ เผยแพร่เรื่องราว รูปภาพ ความเคลื่อนไหวในการส่งยานไปสำรวจระบบสุริยะ เผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะชนครั้งใด ก็มักจะเรียกความสนใจจากทั่วโลกได้อย่างมากเกือบทุกครั้ง โดยทางองค์การ มีคำขวัญกึ่งพันธสัญญาที่ระบุไว้ว่า “เพื่อประโยชน์ของคนทุกคน” (For the benefit of all) โดยจุดประสงค์หลัก นาซามักจะสื่อถึงการเรียนรูป ศึกษา ที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ และพยายามเข้าถึงสิ่งมีชีวิตที่อาจจะมีอยู่ในพิภพอื่นๆ

นาซา,อวกาศ,ระบบสุริยะ,สถานี,สถานีอวกาศนานาชาติ,สิ่งมีชีวิตนอกโลก

ทว่าส่วนหนึ่งของโครงการที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นการเปิดรับอาสาสมัคร เพื่อเดินทางไปยังผืนแผ่นดินใหม่ในอวกาศ ที่มักจะกลายเป็นกระแสฮือฮา และมีผู้เข้าร่วมโครงการในแต่ละครั้งเป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ นาซา ได้ประกาศว่าจะมีการเปิดรับสมัครอาสาสมัครให้เดินทางไปเหยียบย่ำดาวอังคารเป็นรุ่นต่อไป

ขณะนี้ภารกิจจากองค์การนาซา หลัก ๆ ทั้งหมดรวม 5 โครงการใหญ่ ๆ ได้แก่

นาซา,อวกาศ,ระบบสุริยะ,สถานี,สถานีอวกาศนานาชาติ,สิ่งมีชีวิตนอกโลก

1.นิวฮอไรซอนส์ เก็บภาพปานหัวใจ ไปถึงดาวพลูโต

เริ่มต้นกันที่โครงการเยือนพลูโต้โดยยานอวกาศ นิวฮอไรซอนส์ ที่สำเร็จลุล่วงไปเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากเดินทางทะยานออกจากผืนโลกเมื่อ 9 ปีที่แล้ว กับระยะทางกว่า 5,000 ล้านกิโลเมตรไปยังดาวเคราะห์แคระดวงที่เก้าซึ่งอยู่ที่ขอบสุริยะจักรวาล และสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ คือ นิวฮอไรซอนส์ ได้จับภาพปานยักษ์รูปหัวใจส่งมาให้ชาวโลกยลโฉม ซึ่งนับได้ว่า นิวฮอไรซอนส์ เป็น ยานสำรวจควบคุมระยะไกล ที่สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สุดที่่ 49,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นาซา,อวกาศ,ระบบสุริยะ,สถานี,สถานีอวกาศนานาชาติ,สิ่งมีชีวิตนอกโลก

2.เคปเลอร์ ฝาแฝดผู้พลัดพลากจากโลก

ความสำเร็จกรณีที่น่าซ่าค้นพบ “เคปเลอร์-452b”ดาวเคราะห์ ที่โคจรรอบดาวฤกษ์อายุประมาณ 6 พันล้านปี อยู่ห่างจากโลก ราว 1,400 ปีแสง ในทิศทางกลุ่มดาวหงส์ และมีปัจจัยต่าง ๆ สนับสนุนว่าดาวเคราะห์ดวงนี้มีบริบทใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด จนมีผู้เปรียบเทียบว่า  “เคปเลอร์-452b” เป็นดาวเคราะห์ฝาแฝดของโลก  พร้อมทั้งเหตุผลที่สนับสนุนว่า เอื้ออำนวยต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต

3.สถานีอวกาศนานาชาติ 

สถานีอวกาศนานาชาติ คือ ห้องทดลองและสถานปฏิบัติการ เพื่อการค้นคว้าวิจัยในระดับนานาชาติซึ่งถูกประกอบขึ้นในวงโคจรของโลก ซึ่งภายในสถานที่แห่งนี้ จะมีการจัดการทดลองทางอวกาศที่หลายหลายประเทศ

โดยสถานีอวกาศนานาชาติเป็นโครงการที่ผสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านอวกาศ 5 หน่วยจากชาติต่างๆ ได้แก่ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA, สหรัฐอเมริกา), องค์การอวกาศสหพันธรัฐรัสเซีย (RKA, รัสเซีย) ,องค์การอวกาศแคนาดา (CSA, แคนาดา) ,องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA, ญี่ปุ่น) และ องค์การอวกาศยุโรป (ESA, สหภาพยุโรป) นอกจากนี้มีการประเมินค่าใช้จ่ายของโครงการดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านยูโร หรือราว 3800,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 30 ปี

BAIKONUR, KAZAKHSTAN - MARCH 23: Expedition 43 prime crew: NASA Astronaut Scott Kelly, seated left, and Russian Cosmonauts Gennady Padalka, and Mikhail Kornienko of the Russian Federal Space Agency (Roscosmos), backup crew members: NASA Atronaut Jeff Williams, Alexey Ovchinin, and Sergei Volkov of Roscosmos, seated right, talk to space officials prior to doing their final check of the Soyuz TMA-16M spacecraft, March 23, 2015 at the Baikonur Cosmodrome in Kazakhstan. Kelly, Kornienko, and Padalka are scheduled to launch to the International Space Station in the Soyuz TMA-16M spacecraft from the Baikonur Cosmodrome in Kazakhstan March 28, Kazakh time (March 27 Eastern time.) As the one-year crew, Kelly and Kornienko will return to Earth on Soyuz TMA-18M in March 2016. (Photo by Bill Ingalls/NASA via Getty Images)

โฉมหน้าของลูกเรือที่จะโดยสารไปกับยานโซยุท ซึ่งเป็นยานในโครงการทางอวกาศจากรัสเซีย (Photo by Bill Ingalls/NASA via Getty Images)

4.ทัศนาดาวเคราะห์สีแดง ด้วยรถแลนด์โรเวอร์ นามว่า ‘คิวริออสซิที’ (Curiosity)

เพิ่งจะครบรอบ 3 ปีไปหมาดๆ สำหรับ ‘คิวริออสซิที’ (Curiosity) ยานพาหนะติดกล้องจาก ‘แลนด์โรเวอร์’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เพื่อการสำรวจควบคุมระยะไกล ไปสำรวจยังดาวอังคาร จุดมุ่งหมาย ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อความก้าวหน้าทางการศึกษาระบบสุริยะในอนาคต ล่าสุด นาซาได้เปิดรับอาสาสมัครรุ่นต่อไปในการเดินทางไปพิชิตดาวอังคารในทศวรรษที่ 2030 ละเอียดสูง ทั้งในระบบ 2D และ 3D เพื่อแสดงภาพความเคลื่อนไหวปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนดาวอังคาร

5.นาซา จับมือ องค์การอวกาศยุโรป สร้างกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope)  กล้องโทรทรรศน์ ที่เป็นเครื่องมือ ที่ใช้ในวงโคจรของโลกที่กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรีนำส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อเดือนเมษายน พศ 2533 ตั้งชื่อตามนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ เอ็ดวิน ฮับเบิล ทั้งนี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเป็นหนึ่งในเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การศึกษาดาราศาสตร์ที่ทำให้นักดาราศาสตร์ค้นพบปรากฏการณ์สำคัญต่าง ๆ หลายเหตุการณ์ กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างองค์การนาซาและองค์การอวกาศยุโรป

นาซา,อวกาศ,ระบบสุริยะ,สถานี,สถานีอวกาศนานาชาติ,สิ่งมีชีวิตนอกโลก

ภารกิจสถานีต่อไป…?

การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ สร้างความเจริญก้าวหน้าในวงการการบินและอวกาศ พัฒนาเทคโนโลยีและวิชาการในระบบสุริยะ ในอนาคต นาซามีแนวทางในการส่งมนุษย์ไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ นอกเหนือวงโคจรโลก นอกเหนือจากดวงจันทร์และดาวอังคาร ในทศวรรษที่ 2020-2030 จะมีการส่งมนุษย์ไปเหยียบย่ำบนดาวเคราะห์เหล่านั้น ด้วยยานพาหนะที่มีความทันสมัยที่สุด

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News
สนับสนุนข้อมูลโดย  nasa.gov

ไขข้อครหาหลวงตากุฏิเล้าไก่ เปิดใจที่ดินวัดบัวขวัญ

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายๆคน คงได้ติดตามข่าวสารที่เผยแพร่ถึงกรณี “หลวงตาบุญช่วย” อดีตเจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ ที่ท่านจำวัดอยู่ในกุฏิสภาพ ที่ถูกบรรดาสื่อต่างๆ ขนานนามว่าไม่ต่างจาก “เล้าไก่” พร้อมมีข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วหลวงตาบุญช่วยมีความลำบาก ตามที่ช่าวเสนอออกไปหรือไม่

สภาพกุฏิหลวงตาบุญช่วย

สภาพด้านหน้ากุฏิหลวงตาบุญช่วย

รวมถึงเรื่องที่ดินของหลวงตาบุญช่วยที่มีข่าวว่าท่านได้บริจาคที่ดินสร้างเป็นที่จอดรถแก่ญาติ โยม และที่ดินอีกส่วนหนึ่งที่อ้างว่าถูกบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งออกโฉนดที่ดินทับซ้อน เพื่อจะสร้างเป็นวัดบัวขวัญ 2 ?

ทีมข่าว MThai News จึงได้ลงพื้นที่เพื่อไปเสาะหาความจริงถึงเรื่องราวดังกล่าว ณ วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อไขข้อสงสัยที่หลายฝ่ายข้องใจว่าข้อเท็จจริงคือ ?

พระมหาสมควร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ และเป็นผู้ใกล้หลวงตาบุญช่วย เปิดใจว่า แท้จริงแล้วเป็นเพราะหลวงตาบุญช่วย ท่านเป็นพระที่มักน้อย สันโดษ และสมถะ โดยท่านพอใจที่จะอยู่อย่างนั้น

ส่วนสภาพกุฏิที่เป็นอย่างนั้น เพราะท่านทำไว้เพื่อกันขโมย จึงทำให้ดูแล้วกุฏิมีลักษณะเล็ก คับแคบเหมือนเล้าไก่ ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า กุฏิของหลวงตาบุญช่วยนั้นมีลักษณะเหมือนกับกุฏิพระทั่วไป ที่มีขนาด 3×4 เมตร ด้านหน้ากุฏิจะเป็นระเบียงทางเดิน แต่หลวงตาท่านได้กั้นห้องไว้ พร้อมสร้างประตูเล็กๆ เอาไว้ด้านหน้า ประกอบกับอยู่ใต้บันไดจึงทำให้มองว่ากุฏิท่านดูเล็ก

พระมหาสมควร

พระมหาสมควร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส

ส่วนกรณีเรื่องที่ดินวัด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสได้ชี้แจงว่าต้องย้อนกลับไปเมื่อ 22 ปี ที่แล้ว ทางวัดบัวขวัญ ซึ่งมีหลวงตาบุญช่วย เป็นเจ้าอาวาสอยู่ในขณะนั้น ทางวัดได้เกิดข้อพิพาทเรื่องที่ดินกับหน่วยงานที่เข้ามาสร้างด่วน หลังจากที่ทางวัดชนะคดีความ ก็เกิดปัญหาขึ้นระหว่างชาวบ้าน และวัด จึงเป็นเหตุให้หลวงตาบุญช่วยถูกปลดจากการเป็นเจ้าอาวาส เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้

จนกระทั่ง “พระราชนันทมุณี” ( หรือ พระมหาไสว สุขวโร สมณศักดิ์ในขณะนั้น ) ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบัวขวัญเมื่อปี 2537 โดยท่านใช้เวลานานกว่า 4-5 ปี ถึงเรียกความศรัทธาจากชาวบ้านกลับคืนมาได้จนถึงปัจจุบัน

ทางด้านพระราชนันทมุณี เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญได้เปิดเผยว่า กรณีข่าวหลวงตาบุญช่วยที่ได้ถูกนำเสนอออกไปนั้น ทางวัดได้รับผลกระทบอย่างมาก จนถูกสังคมมองว่าทางวัดทอดทิ้งหลวงตาบุญช่วย ซึ่งไม่เป็นความจริง เนื่องจากหลวงตาบุญช่วย ไม่ค่อยรับการช่วยเหลือจากใคร ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ

เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ

ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงดี แม้จะมีอายุ 86 ปี แต่ท่านก็ปฏิบัติกิจของสงฆ์ โดยที่ไม่ขาดตกบกพร่อง จนมาทราบว่าท่านได้ไปหาหมอเนื่องจากโรคเก๊าท์กำเริบ โดยมีลูกศิษย์พาไปช่วงวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา และมีผู้หวังดีได้นำเสนอเรื่องราวของหลวงตา จนปรากฏเป็นข่าว

ที่ผ่านมาทางวัดเคยเสนอที่จะซ่อมแซมกุฏิให้ แต่ได้รับการปฏิเสธจากหลวงตามาโดยตลอด ซึ่งล่าสุดทางวัดไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งให้ปรังปรุงกุฏิของหลวงตาบุญช่วยทันที โดยมีการทุบกุฏิข้างห้องหลวงตา เพื่อขยายพื้นที่ในการเก็บของ พร้อมต่อเติมห้องน้ำทางด้านหลังกุฏิให้

ปรับปรุงกฏุหลวงตา

ช่างกำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซมกุฏิ

“ซึ่งหลวงตาจะย้ายเข้าไปอยู่อาศัยหรือไม่นั้น ก็สุดแล้วแต่ท่าน อย่างไรก็ตามการซ่อมแซมในครั้งนี้อีกหนึ่งประการที่สำคัญคือ เป็นการลดข้อครหาระหว่างสังคมที่มองทางวัดในด้านลบ”

ทางด้านนายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่าในส่วนของเรื่องที่ดินของหลวงตาบุญช่วย ท่านได้กำชับให้ช่วยเร่งติดตามปัญหาระหว่างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่เกิดข้อพิพาทขึ้น ซึ่งแต่เดิมบริษัทดังกล่าวเคยติดต่อขอซื้อที่ดินจากหลวงตา เนื้อที่ 13 ไร่ เสนอให้ในราคา 100 ล้านบาท แต่ท่านปฏิเสธที่จะขายที่ดิน แต่ปัจจุบันถูกหมู่บ้านสร้างล้อมรอบที่ดินเอาไว้ จนทำให้เป็นที่ดินตาบอดไม่มีทางเข้า-ออก

โดยคาดว่าจะทราบผลที่แน่ชัดในเรื่องของที่ดินของหลวงตา ที่ถูกบริษัทดังกล่าวออกโฉนดที่ดินทับซ้อนจริงหรือไม่ ? อย่างไร ? ในช่วงสัปดาห์หน้า

ที่จอดรถวัดบัวขวัญ

ที่จอดรถวัดบัวขวัญ

ซึ่งเท่าที่ทราบข้อมูลหลวงตาบุญช่วยจะใช้พื้นที่ดังกล่าวสร้างเป็นวัดบัวขวัญ 2 โดยท่านตั้งใจจะสร้างเพื่อเป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนหนังสือของพระสงฆ์และเณร และมีที่ดินอีกประมาณ 17 ไร่ ซึ่งปัจจุบันหลวงตาบุญช่วยได้บริจาคให้ทางวัดจัดสร้างเป็นสถานที่จอดรถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

ช่วงหลายวันที่ผ่านมาหลังจากข่าวของหลวงตาบุญช่วยได้ถูกนำเสนอออกไป บรรดากองทัพสื่อมวลชนต่างพากันไปทำข่าวเพื่อนำเสนอ จนล่าสุดหลวงตาได้ปิดประตูหน้ากฏิไม่ให้บุคคลอื่นเข้ามาติดต่อสอบถามเรื่องใดๆจากท่านอีก

ซึ่งท่านเคยได้พูดกับผู้ใกล้ชิด และลูกศิษย์ไว้ว่า “อยากอยู่อย่างสงบ เนื่องจากที่ผ่านมามีแต่ความวุ่นวายจนทำให้โรคประจำตัวกำเริบขึ้นมาอีก เรื่องกุฏิท่านก็พอใจที่จะอยู่แบบนี้ แต่ที่เป็นกังวลมากที่สุดคือเรื่องที่ดิน”

หลวงตาบุญช่วย

พระอาจารย์บุญช่วย ปุญฺญคุตฺโต

ธเนตร พุทธิตระกูล รายงาน / ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ ถ่ายภาพ

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News