คสช.ห้ามส่งไลน์-SMS ปลุกระดมร่างรธน.

รองนายกรัฐมนตรี “วิษณุ” ระบุส่งไลน์ ข้อความและคลิป สนับสนุนหรือคว่ำร่าง รธน. ในขั้นตอนประชามติ ขู่หากเจอจับข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. 

วันที่ 28 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กล่าวถึงกรณีนักการเมืองออกมาวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเรียกร้องให้ สปช.คว่ำร่างว่า ไม่ใช่ความผิด หรือแม้ สปช.โหวตแล้ว ก็ยังไม่กล้าชี้ชัดว่าการออกมาสนับสนุนของนักการเมืองไม่เอารัฐธรรมนูญจะเป็นความผิด

mahajanaka_นายวิษณุ-เครืองาม-รองนายกรัฐมนตรี

ต้องรอดู พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และระเบียบว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่ กกต.กำหนด จะมีข้อห้ามมากน้อยแค่ไหน คาดว่าจะส่งให้ สนช.พิจารณาในเดือน ก.ย.นี้

ทั้งนี้ ที่ประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการทำประชามติวานนี้(27 ส.ค.) ได้มีการหารือเรื่องการปลุกระดม ไม่ว่าจะเป็นการปลุกระดมให้ผ่านหรือไม่ผ่าน จะไม่สนับสนุนให้ทำเช่นนั้นและถือเป็นสิ่งที่ต้องห้าม เพราะอาจเข้าข่ายผิดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

หากมีการส่งไลน์หรือเอสเอ็มเอสข้อความในลักษณะยั่วยุ ปลุกระดม ใช้คำพูดหยาบคาย รุนแรง ข่มขู่ ก้าวร้าว คำตอบคือทำไม่ได้ผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับคลิป ที่ส่งกันอย่างผิดกฎหมายถ้าจับได้ก็จับ แต่หลักอยู่ที่ว่าอย่าเป็นการปลุกระดมยั่วยุ ให้เกิดความแตกแยก ถ้าเป็นการแสดงความคิดเห็นธรรมดาคงไม่เป็นไร เช่น การร่วมรายการโทรทัศน์แสดงความเห็นนั้นสามารถทำได้

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน

MThai News

ตร.เผยรู้ตัวผู้อยู่เบื้องหลัง “บึ้มราชประสงค์” แล้ว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เผยจากการสืบสวนพบว่าชาวต่างชาติบางกลุ่มมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการก่อเหตุบึ้มราชประสงค์ ยันรู้ตัวกลุ่มผู้บงการแล้ว

วันนี้ 28 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีระเบิดแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทรว่า การสืบสวนพบชาวต่างชาติบางกลุ่มมีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุ ตอนนี้ตำรวจรู้ตัวกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังแล้ว รอรวบรวบพยานหลักฐานให้ชัดเจน

คืบหน้าบึ้มราชประสงค์

ด้านพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ระบุถึงกระแสข่าวที่มีการเรียกชาวตุรกีที่เคยเดินทางผ่านมายังประเทศไทยมาตรวจสอบย้อนหลังว่า ตำรวจพยายามทำทุกวิถีทางในการตามหาผู้ลงมือก่อเหตุ พร้อมย้ำการทำงานของตำรวจอาจล่าช้า เนื่องจากต้องทำงานด้วยความรอบคอบ โดยทั้งหมดชุดสืบสวนกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าเรือสาทร เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งห่างจากเหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์เพียง 1 วัน โดยเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และตำรวจคาดว่าเหตุการณ์ทั้ง 2 จุดมีความเชื่อมโยงกัน แต่ไม่แน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีออกนอกประเทศแล้วหรือไม่

ขอบคุณข้อมูล TNN24

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ตร. อ่างทองรวบไอ้หื่น บุกปล้ำหวังข่มขืนยาย

ตร. อ่างทองรวบไอ้หื่นบุกปล้ำหวังข่มขืนยาย ‏ เตรียมขยายผลคาดโยงก่อเหตุใน 3 พื้นที่ก่อนหน้านี้ หลังพบมีพฤติกรรมและใบหน้าตามหมายจับ

เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 27 ส.ค. ร.ต.ท.ญ.นิมมิตา สุพรรณ พงส.สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง รับแจ้งมีเหตุทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในบ้านเลขที่ 60 หมู่ 4 ต.ตลาดใหม่ จึงรุดไปที่เกิดเหตุ

พร้อมด้วยพล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.ภ.จ.อ่างทอง พ.ต.อ.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบก. พ.ต.อ.พีรพันธุ์ จันทร์เทียน. ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ พ.ต.ท.วิรัตน์ ด้วงสำรวย รอง ผกก.สส.และ พ.ต.ท.สุรชาญ ชูกระจ่าง หน.งาน พ.ฐ.อ่างทอง

ข่มขืนยาย, ข่าวจังหวัดอ่างทอง

ในที่เกิดเหตุพบร่างของนางยอม กลิ่นประหลาด อายุ 81 ปี เจ้าของบ้านในสภาพถูกชกต่อยตามร่างกายจนสะบักสะบอม ใบหน้าบวมเขียวช้ำ ตาปิด ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำส่ง รพ.วิเศษชัยชาญ ส่วนผู้ก่อเหตุนางยอมให้การอย่างกระท่อนกระแท่นว่าคือ นายไพฑูรย์ ปุยเงิน อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 4 ต.ตลาดใหม่ อำเภอวิเศษชัยชาญ ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน หลังก่อเหตุแล้วหลบหนีไป

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่นางยอมกำลังนอนหลับอยู่ในบ้าน นายไพฑูรย์ ได้งัดฝาผนังบ้านปีนเข้าไปปลุกปล้ำจะข่มขืน แต่นางยอมทำใจดีสู้เสือโดยบอกว่าให้ปิดไฟในห้องก่อน จนไอ้หื่นหลงกล ลุกขึ้นจะไปปิดไฟ

นางยอมจึงฉวยโอกาสพยายามต่อสู้ช่วยตัวเองทั้งเตะและต่อยพร้อมทั้งร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้มาช่วย แต่กลับถูกนายไพฑูรย์ชกต่อยจนสะบักสะบอม แต่ก่อนที่จะเพลี่ยงพล้ำถูกย่ำยี เพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้พังประตูเข้ามาช่วย นายไพฑูรย์รีบหลบหนีไปโดยที่ยังไม่ทันได้ข่มขืน

หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังออกค้นหา ต่อมาพบว่าชาวบ้านในละแวกนั้นที่ทราบเรื่องได้ช่วยกันร่วมกันติดตามตัวนายไพฑูรย์ จนไปพบว่าแอบซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตรเศษ จึงรุมประชาทัณฑ์จนสะบักสะบอมก่อนนำมามอบให้เจ้าหน้าที่สอบสวน

ข่มขืนยาย, ข่าวจังหวัดอ่างทอง

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ก่อเหตุ แต่ผู้เสียหายชี้ยืนยันว่า เป็นผู้ก่อเหตุ จึงแจ้ง 4 ข้อหาหนักคือ บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ กระทำอนาจาร และ พยายามข่มขืน ก่อนนำตัวนายไพฑูรย์ไปตรวจร่างกายที่ ร.พ.วิเศษชัยชาญ ก่อนให้เจ้าหน้าที่ พฐ. ตรวจเก็บ DNA ของผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ด้านพ.ต.อ.พีรพันธุ์ จันทร์เทียน ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานมัดตัวอย่างแน่นหนา นอกจากนั้นจากการสอบสวนพบว่าพฤติกรรมของผู้ต้องหา คล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืนคนแก่ต่อเนื่องในพื้นที่

รวมทั้งจากรูปร่างหน้าตายังคล้ายกันกับภาพสเก็ต คนร้ายที่ก่อคดีข่มขืนต่อเนื่องหลายพื้นที่ รวมทั้งก่อนหน้านี้นายไพฑูรย์ยังเคยไปทำงานที่ จังหวัดสมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ในช่วงที่เกิดเหตุด้วย ซึ่งจะได้สอบสวนขยายผลและประสานตำรวจ ท้องที่เกิดเหตุมาตรวจสอบว่า เป็นคนร้ายรายเดียวกันหรือไม่ต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News