แนวร่วมปัตตานียัน ต้องการรัฐเอกราช

คณะผู้แทนเจรจาของแนวร่วมสภาที่ปรึกษาปัตตานียัน เป้าหมายสุดท้ายของการต่อสู้คือ การแยก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเป็นรัฐเอกราช พร้อมขู่ความรุนแรงจะมีมากขึ้นอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้แทนแนวร่วม 6 กลุ่มก่อความไม่สงบ ใน 3 จังหวัดภาคใต้ของไทย ในนามสภาที่ปรึกษาปัตตานี ที่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพอย่างไม่เป็นทางการ กับผู้แทนของรัฐบาลไทย เป็นเวลา 3 วัน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์กล่าวย้ำความต้องการรัฐเอกราช และพร้อมจะเจรจาเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา

642080-01

นาย อาบู ฮาเฟซ อัล-ฮาคิม ตัวแทนของสภาฯ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการเจรจา ว่า พวกตนต้องการย้ำว่า พวกตนไม่ละทิ้งข้อเรียกร้อง ความต้องการเป็นรัฐเอกราช ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายสุดท้ายของการต่อสู้เพื่อปัตตานี แต่พวกตนพร้อมที่จะนั่งโต๊ะเจรจาเพื่อหาทางออก ที่จะทำให้ชาวมุสลิมมีสิทธิ์ในการตัดสินใจอนาคตของตนเอง การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่มีคณะผู้แทนเจรจาของรัฐบาลไทยเข้าร่วมการแถลงด้วย

นาย อัล-ฮาคิม กล่าวอีกว่า ท้ายที่สุดชาวปัตตานีจะเป็นผู้ตัดสินใจว่า ทางแก้ไขปัญหาคือรัฐเอกราช หรือเขตปกครองตนเองภายใต้รัฐบาลไทย ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายอาหวัง จาบัต ประธานสภาที่ปรึกษาปัตตานี กล่าวว่า แนวร่วมสภาฯ ต้องการให้รัฐบาลไทยบรรจุการเจรจาสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อรับประกันความต่อเนื่อง หากรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมามีอำนาจ และระหว่างการเจรจา แนวร่วมได้ขอเอกสิทธิ์คุ้มครองสำหรับคณะผู้เจรจา เพื่อรับประกันเสรีภาพในการเดินทางไปในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ของไทย

นายจาบัต กล่าวอีกว่า แนวร่วม ได้เชิญผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการ เพื่อรวมความพยายามเป็นหนึ่งเดียว สำหรับการตัดสินใจด้วยตนเอง พวกตนต้องการรับประกันว่า กฎหมายและกฎเกณฑ์ของอิสลามจะถูกบังคับใช้ และอัตลักษณ์ของชาวมุสลิมจะได้รับการปกป้อง ในแง่ของภาษาและอักษรยาวี

นายจาบัตยังได้กล่าวเตือนว่า จะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอีก จนกว่าสิทธิในการตัดสินใจด้วยตนเองของชาวมุสลิม แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการตัดสินใจ สำหรับกำหนดวันนัดเจรจารอบต่อไป

อุทาหรณ์ จอดรถตากแดด ถังดับเพลิงในรถระเบิด

หนุ่มลำปาง จอดรถติดแก๊สแอลพีจีตากแดดนานถังดับเพลิงในรถ ระเบิด 

เกิดระเบิดทำให้รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 8จ 4949 กรุงเทพฯ กระจกรถยนต์แตก และเกิดความเสียหาย โดยเจ้าของรถยนต์เก๋ง คือ นายสมชัย พันธ์สุเทพ อายุ 53 ปี ชาว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

642042-01

เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว เผยว่า ตนนำรถยนต์มาจอดทิ้งไว้ที่ถนนป่าขาม ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง และจอดตากแดดนานหลายชั่วโมง เพื่อพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาลลำปาง เพราะที่จอดรถในโรงพยาบาลลำปางไม่มีที่จอด จึงต้องมาจอดด้านหน้าโรงพยาบาลลำปางและจอดตากแดดนาน

ทำให้ถังดับเพลิงที่เก็บไว้ในรถเกิดการระเบิด สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจให้กับประชาชนที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ และผู้ที่ขับรถผ่านไปมาเป็นอย่างมาก แต่ก็นับว่าโชคยังดีที่ไม่เกิดประกายไฟลุกไหม้ เพราะรถคันดังกล่าวติดตั้งแก๊สเอลพีจีอยู่ที่ด้านท้ายรถ

642042-02

ซึ่งถังแก๊สอยู่ใกล้กับจุดที่ถังดับเพลิงระเบิดแค่นิดเดียว จากนั้น นายสมชัย ได้เก็บเศษกระจก และเศษถังน้ำยาดับเพลิง ซึ่งกระเด็นไปไกลว่า 30 เมตร ก่อนเลื่อนรถออกไปจากจุดเกิดเหตุเพื่อนำรถยนต์เก๋งไปซ่อมแซมและแก้ไขต่อไป

ลมพายุพัด วิหารหลวงพ่อโตปทุมธานี พังทั้งหลัง

ลมพายุพัดวิหารหลวงพ่อโตวัดบ้านพร้าวใน อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ที่กำลังก่อสร้างพังทั้งหลัง

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนว่า วิหารหลวงพ่อโตที่กำลังก่อสร้างวัดบ้านพร้าวใน ม.5 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้ถูกพายุพัดพังลงมาได้รับความเสียหาย ที่เกิดเหตุเป็นวิหารที่กำลังก่อสร้างติดกับโบสถ์พบประชาชนที่รู้มามุ่งดูกันเป็นจำนวนมาก

642055-01

สอบถามพระมหาไพฑูลย์ ปภสสโร เจ้าอาวาสวัดบ้านพร้าว กล่าวว่า ในช่วงเกิดเหตุอาตมาไม่ได้อยู่ที่วัด และมีพระลูกวัดโทรศัพท์ไปบอกว่าลมได้พัดวิหารหลวงพ่อโตที่กำลังก่อสร้างอยู่พังลงมาแล้วที่ทำให้เศียรหักลงมาได้รับความเสียหาย

แต่เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาลมได้มีพัดแรงจริง ๆ ที่สร้างวิหารใหม่นี้เพราะวิหารหลังเก่าได้เก่ามาก จึงได้ก่อทำขึ้นมาใหม่เป็นไม้เพื่อให้เกิดความสวยงาม

นอกจากนี้ ยังมีต้นไม้ที่ถูกลมพัดล้มขวางถนนด้วยทางองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงรากใหญ่จึงเร่งมานำออกเพราะเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้

642055-02