“บิ๊กตู่” งัด ม.44 ห้ามเรียกคนรากหญ้า ขอใช้ ‘คนรายได้น้อย’

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แต่ละฝ่ายควรเห็นประโยชน์ส่วนรวม ลั่นใช้ ม.44 ห้ามเรียกคนรากหญ้า ให้เรียกแทนว่า คนมีรายได้น้อย ย้ำไม่มีการแบ่งชนชั้น

วันนี้ 26 ส.ค. ที่สโมสรทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ปฏิรูปการศึกษา…สร้างอนาคตประเทศไทย” ในงานสัมมนา เรื่อง “การปฏิรูปการศึกษาและพัฒนามนุษย์สู่อนาคต” โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนอาศัยความจริงใจ ความตั้งใจให้บ้านเมืองเจริญขึ้นให้ได้ภายในสมัยของตน ความจริงแล้วแทบจะไม่ต้องพูด แต่วันนี้เป็นเพียงการทำความเข้าใจ เพราะงานด้านวิชาการทุกคนเก่งอยู่แล้ว ตนเป็นเพียงผู้ขับเคลื่อนในช่วงสถานการณ์พิเศษ ถ้าไม่ทำวันนี้ให้สำเร็จ ก็จะไม่สำเร็จอีกต่อไป

นายกฯ

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงปัญหาการเมืองในขณะนี้ว่า ถ้าต่างคนต่างทะเลาะก็จะเป็นปัญหา แต่ถ้าต่างคนต่างยอมรับว่าเป็นผลประโยชน์ของชาติ แม้จะเห็นไม่ตรงกัน แต่เมื่อเป็นประโยชน์ส่วนรวม เราก็ต้องพร้อมที่จะร่วมมือเดินไปข้างหน้า ทำแค่นี้ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำไม่ได้ ทุกอย่างที่ผมทำ ผมต้องการเพียงแค่นี้ นักการเมือง ประชาชน หรือฝ่ายใดก็ตามต้องร่วมมือพาประเทศเดินไปให้ได้

อะไรที่ขัดแย้งหรือเป็นปัญหาก็ค่อยๆ ทำกันไป ไม่ใช่จะเอาทุกอย่างเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ แล้วมันจะเดินไปตรงไหนได้ สิ่งสำคัญคือเมื่อคนเหล่านี้มีความขัดแย้ง คนที่ถูกขับเคลื่อนก็จะเกิดความสับสน วุ่นวายต่อไปอีก วันนี้ผมขออนุญาตใช้มาตรา 44 ไม่ให้ใครในประเทศนี้ ห้ามเรียกคนเหล่านี้ว่า รากหญ้า ให้เรียกว่าคนที่มีรายได้น้อย มีการศึกษาน้อย ซึ่งเราต้องยกระดับพวกเขามาให้เท่าเทียม อย่าไปเรียกเขาว่าเป็นรากหญ้า วันนี้บ้านเมืองเราไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นแล้ว ไม่มีอำมาตย์ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น อำมาตย์ก็คือข้าราชการที่เป็นตัวแทนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะมาดูแลประชาชน

ขอบคุณข้อมูล ข่าวสด

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เตือนไว้ให้ระวัง! อย่าแชร์คลิป ‘หัวนมชมพู’ เหตุผิด-มีโทษ

ตำรวจปอท.เตือนชาวเน็ตห้ามแชร์คลิปโฆษณาขายครีม “หัวนมชมพู” และคลิปลามกอนาจาร ระบุมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

วันที่ 26 ส.ค. โลกออนไลน์ได้การแชร์คลิป และภาพหญิงสาวรายหนึ่ง ที่โฆษณาขายครีมทาหัวนมยี่ห้อหนึ่งผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีการเปลี้องผ้าท่อนบนทั้งหมด จนเห็นหน้าอกทั้งสองข้างอย่างชัดเจน

Capture

ส่วนท่อนล่างสวมเพียงกางเกงขาบานสีขาว แถบสีฟ้าเต้นยั่วยวนประกอบเพลง พร้อมกับพูดโฆษณาถึงสรรพคุณของครีม โดยคลิปดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1.29 นาที

ซึ่งหลังจากที่คลิปได้ถูกแชร์ออกไปทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่ตำหนิถึงความไม่เหมาะสมในการรีวิวสินค้าที่เป็นลักษณะที่ล่อแหลม และขัดต่อศีลธรรม พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งทำการตรวจสอบคลิปดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

ต่อมา พ.ต.ท.ชนะชัย เกษรมวงศ์ รองผกก. บก.ปทส /ช่วยราชการ บก.ปอท เปิดเผยว่า คลิปภาพดังกล่าวเป็นคลิปเก่าที่ถูกเผยแพร่ในปี 57 ผู้ที่ทำนั้นเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ต้องการโฆษณาสินค้าโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง เมื่อคนดูบางรายเข้ามาดูแล้ว ก็ตกเป็นเหยื่อแชร์ต่อไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งกระทำผิดซ้ำต่อไปอีก

จึงอยากฝากเตือนไปยังผู้ที่ชอบถ่ายคลิปในลักษณะลามกอนาจารลงอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะต้องการโฆษณา หรือโชว์ด้วยความคึกคะนองว่า อย่ากระทำการในลักษณะดังกล่าวอีก เพราะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. มาตรา 14 (4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ สำหรับคนที่แชร์ต่อไปนั้นถือว่าจะมีความผิดด้วยในมาตรา 14 (5) ด้วย ดังนั้นประชาชนอย่าได้แชร์ข้อมูลลักษณะลามกอนาจารเป็นอันขาด

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์

MThai News

คุก 18 ปี ‘วิโรจน์’ อดีตบิ๊กกรุงไทย คดีปล่อยกู้

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 18 ปี ‘วิโรจน์’ อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย คดีปล่อยกู้กฤษดามหานคร จำหน่าย “ทักษิณ”

ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ศาลฎีกาฯ อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.3/2555 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย และบริษัทในเครือของ บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 27 คน เป็นจำเลยในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

641713-01

ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ความผิดต่อ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ความผิดต่อธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ความผิดต่อ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และความผิดต่อ พ.ร.บ. บริษัทมหาชน พ.ศ.2535

โดยศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้จำหน่ายคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ออกจากระบบชั่วคราว พร้อมออกหมายจับ

ทั้งนี้ ยังได้พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 2 – 4 และจำเลยที่ 12 ซึ่งมี นายวิโรจน์ ในฐานะจำเลยที่ 3 รวมอยู่ด้วย 18 ปี ไม่รอลงอาญา และนำตัวส่งเรือนพิเศษกรุงเทพมหานครทันที จำเลย 6 และ 7 ยกฟ้อง

เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ส่วนจำเลยที่เหลือ ศาลพิพากษาจำคุก และสั่งให้ชดใช้เงินให้แก่ธนาคารผู้เสียหายที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม จำเลยที่ 2 – 27 จะต้องร่วมชดใช้เงินให้แก่ธนาคารผู้เสียหายกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท