เยี่ยม! นศ.รวมกลุ่มเล่นดนตรี หาเงินช่วยคนยากไร้

สุดยอด! กลุ่มนักศึกษาวิชาทหาร สุโขทัย ตระเวนเล่นดนตรีเปิดหมวก หาเงินสร้างบ้านให้ตายายยากไร้

วันนี้ (27 ส.ค. 58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักศึกษาวิชาทหารระดับชั้น ม.6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา โรงเรียนเทศบาลเมืองสวรรคโลก โรงเรียนเทศบาลสวรรคโลกประชาสรรค์ โรงเรียนหนองปลาหมอวิทยาคม และโรงเรียนท่าชัยวิทยา จำนวน 83 คน ได้ช่วยกันขุดหลุมฝังเสาปูน พร้อมกับทาสีโครงเหล็กหลังคา

23

เพื่อเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับนายประยูร ถุงเงิน อายุ 66 ปี และนางประเสริฐศรี ถุงเงิน อายุ 70 ปี สองตายายผู้ยากไร้ ที่อาศัยอยู่ในกระท่อมทรุดโทรม บริเวณทุ่งนาริมถนนสายสวรรคโลก-ทุ่งเสลี่ยม หมู่ 7 ต.นาทุ่ง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

ทั้งนี้เป็นแนวความคิดของ พันโท ดร. รุ่งคุณ มหาปัญญาวงค์ ผู้บังคับการหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารจังหวัดทหารบกพิษณุโลก โดยได้มอบนโยบายให้เหล่านักศึกษาว่าให้จัดกิจกรรมทำประโยชน์เพื่อสังคมและทำความดีเพื่อสังคมโดยแบ่งนักศึกษาเป็น 7 กลุ่มแล้วแต่จะเลือกทำคุณประโยชน์อะไร และได้มอบเงินเป็นขวัญถุง เพื่อใช้ทำกิจกรรมกลุ่มละ 1000 บาท รวมทั้งหมด 000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อนักศึกษาวิชาทหาร

24

ด้าน นายสมโภช ประกิจ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา กล่าวว่า หลังได้ทราบความเป็นอยู่ยากลำบากของสองตายายนี้ จึงปรึกษากับเพื่อน ๆ นักศึกษาวิชาทหารในกลุ่มและหาทางช่วยเหลือด้วยการออกตระเวนเล่นดนตรีเปิดหมวก ขอรับบริจาคเงินจากผู้ใจบุญ เพื่อนำมาสร้างบ้านหลังใหม่แทนกระท่อมหลังเก่าให้กับตายาย

โดยทั้งนี้ยังได้มีผู้รับเหมาและอาจารย์มาช่วยคุมงานและออกแบบบ้านให้ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นในการออกแบบ ซึ่งที่ผ่านมาออกเล่นดนตรีเปิดหมวกแล้ว 3 ครั้ง ได้เงินบริจาคกว่า 42,000 บาท และยังมี “พระมหาดวง” วัดสวรรคาราม ร่วมสมทบทุนอีก 10,000 บาท พร้อมกับผู้ใจบุญอีกจำนวนหนึ่ง ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วย

ขณะที่ นายประยูร เล่าชีวิตรันทดให้ฟังว่า แต่งงานอยู่กินกับนางประเสริฐศรีมานาน 15 ปี แต่ไม่มีลูกด้วยกัน ต่อมาได้กู้เงินมาทำสวนผลไม้ ถูกน้ำท่วมขาดทุน ไม่มีเงินใช้หนี้จึงถูกยึดบ้าน-ที่ดิน เพื่อนบ้านสงสารจึงให้มาปลูกกระท่อมอาศัยอยู่ตรงที่ปลายนา ไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้าใช้ ทุกวันนี้ได้เงินผู้สูงอายุคนละ 600 บาท/เดือน ก็ต้องซื้อน้ำดื่มกับข้าวสารเก็บตุนไว้

“ผมสร้างกระท่อมอยู่ตรงนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว พอตกเย็นก็ต้องรีบเข้ามุ้งเพราะยุงเยอะมาก แต่ที่น่ากลัวกว่าก็คืองูเห่าตัวใหญ่เท่าแขน ยาวกว่า 1 เมตร ผมทุบตายไป 5 ตัว จนต้องเลี้ยงแมวเป็นเพื่อนคอยเฝ้าระวังเวลาเห็นงูมันจะขู่ให้ได้ยิน ถ้าขนพองตาจ้องไปทางไหนก็รู้เลยว่างูอยู่ตรงนั้น” นายประยูร กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ใจบุญที่ต้องการช่วยเหลือสองตายาย โอนเงินได้ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาสวรรคโลก ชื่อนายประยูร ถุงเงิน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 002-3-52349-3 หรือโทรศัพท์ 062-2585929

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ช้างคลั่งแทงควาญดับ ขณะพาทัวร์ชมธรรมชาติ

เกิดเหตุช้างนำเที่ยวในปางช้างชื่อดัง อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ คลุ้มคลั่งใช้งาช้างแทง ควาญช้างดับขณะนำนักท่องเที่ยวชมธรรมชาติ

วันนี้ 26 ส.ค. ตำรวจ สภ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุช้างตกมันคลุ้มคลั่งทำร้ายผู้คน ภายในปางช้างชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.แม่วาง ที่เกิดเหตุพบบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวจีน และชาวยุโรปกำลังแตกตื่นพากันวิ่งหนีคนละทิศทาง เนื่องจากยังไม่หายตกใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมสถานการณ์ไม่ให้วุ่นวาย

ช้างคลั่งแทงควาญช้างดับ

จากการตรวจสอบพบศพนายสุรชัย แดงภูมิภาค ควาญช้างสัญชาติกระเหรี่ยง นอนเสียชีวิตอยู่ที่ริมธารน้ำ สภาพถูกงาช้างแทงเข้าที่ลำคอ และซี่โครงซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ ส่วนช้างที่คลุ้มคลั่งเดินหนีเข้าไปในป่าแล้ว ทราบชื่อว่า “เจ้าพลายสมใจ” ช้างเพศผู้ อายุ 25 ปี

สอบสวนพยานที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีทัวร์พานักท่องเที่ยวเดินทางมาที่ปางช้างแห่งดังกล่าว เพื่อจะขี่ช้างล่องแพสัมผัสธรรมชาติ แต่ขณะที่นักท่องเที่ยวขึ้นขี่พลายสมใจอยู่นั้น จู่ ๆ มันก็มีอาการตกมันคลุ้มคลั่งพยายามสะบัดให้นักท่องเที่ยวชาวจีน 3 คน ทำให้ผู้ตายต้องเข้าควบคุมช้างให้สงบ แต่เนื่องจากพลายสมใจยังไม่หยุดอาละวาด พร้อมใช้งาแหลมพุ่งเสียบผู้ตายจนร่างทะลุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมห้ามเข้าปางช้างนี้แล้ว ก่อนจะเร่งให้ทีมปศุสัตว์ และสัตวแพทย์ในการตามหาช้าง และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้ง 3 คน ที่ยังไม่ทราบชะตากรรมอย่างเร่งด่วน

ขอบคุณ เดลินิวส์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

โลกมันหมุนไปไว อัพเดทเด็กยุคใหม่ไปไกลกว่าที่เราคิด

ยุคนี้เทคโนโลยีหมุนเวียนเปลี่ยนไปเร็วขึ้น ไม่ใช่เฉพาะสังคมของผู้ใหญ่หรือในการทำงานเท่านั้น แต่ในสังคมเด็ก ในด้านการเรียน การใช้ชีวิต  เล่นเอาพ่อแม่ปวดเศียร รับมือกันแทบไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเด็กรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปมากเหลือเกินนะพี่บัวลอย!  วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพามาอัพเดทชีวิตของรุ่นลูกหรือเด็ก Gen Z  ซึ่งพวกเขาเหล่านี้เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เพียบพร้อมและเรียนรู้ด้วยความรวดเร็วมาก

นิยาม ใครคือคนGen Z

เด็ก Gen Z เป็นคนที่เกิดหลังปี 2000 เป็นต้นมา มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เกิดมากับความปลอดภัยสูงต่างจากเด็กเมื่อก่อนที่ต้องเผชิญกับภัยสงครามและความอดอยาก ในยุคนี้ความสบายเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี เด็กได้รับการเอาใจใส่หรือสปอยจนเกิดเหตุ

cats

เนื่องจากพ่อแม่ยุคใหม่นิยมมีลูกแค่ 1-2 คน ต่างกับยุคก่อนที่ต้องมีลูกมากเพื่อช่วยกันทำมาหากินและสืบวงศ์ตระกูล เด็กในยุคนี้มีการตั้งคำถามมากขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วแค่ปลายนิ้ว ไม่ชอบการรอคอย มีความอดทนต่ำ การเปิดรับวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือเด็กยุคนี้จะมีอวัยวะที่ 33 คือโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน

จากพ่อแม่ยุคอนาล็อก สู่ ดิจิตอลเต็มตัว

หากวิเคราะห์กันตามตรงผู้ปกครองในยุคนี้ที่เริ่มจะเข้ามาเป็นพ่อแม่คน คือคนรุ่น Gen X-Y  โดยกลุ่มGEN X นี่คงบอกได้เลยว่ายังเป็นช่วงโลกอนาล็อก ส่วน Gen Y  เป็นกลุ่มคนที่เติบโตมากับความก้ำกึ่งระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกไปสู่ดิจิตอล คือกึ่งปฏิบัติกึ่งไฮเทค

a

แต่เด็กที่โตมาในยุคนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเด็กยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว แค่คลิกเดียวก็ทำได้ทุกอย่างแล้ว ความต่างกันทางด้านการใช้ชีวิตจึงมีความเหลื่อมล้ำกันมาก พ่อแม่ยุคนี้จะใช้สิ่งที่เคยเรียนรู้หรือเคยสัมผัสมาในช่วงเด็กมาสอนลูกในยุคนี้บางอย่างก็ไม่ได้แล้ว หรือ ลูกอาจจะถามพ่อแม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ตัวเองสงสัยก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเหมือนกัน

ห้องเรียนที่เปลี่ยนไป

สมัยก่อนหากจำได้ห้องเรียนจะเป็นกระดานดำฝุ่นหนาๆที่ต้องมีการลบกระดาษ เคาะแปรงลบกระดานฝุ่นกระจาย ทุกเวรทำความสะอาดต้องใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาด ต่อมาพัฒนาเป็นไวท์บอด เขียนด้วยปากกาเคมี ซึ่งก็ทำให้สะดวกและสะอาดมากขึ้นแต่คิดปัญหาตรงที่หมึกปากกาหมดบ่อย

b

แต่เด็กยุคนี้ไม่ต้องทนกับปัญหาแบบนี้อีกต่อไป เพราะหลายโรงเรียนเริ่มพัฒนาใช้เครื่องฉายต่อจากคอมพิวเตอร์เหมือนที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัยเลย สอนผ่านสื่อพาวเวอร์พอยท์ หรือสื่อการสอนที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ต เรียกได้ว่าสะดวกสบาย เวลาจะพรีเซนต์งานในยุคก่อนต้องตัดแปะฟิวเจอร์บอร์ดจัดตกแต่งให้สวยงาม เดี๋ยวนี้ก็ให้นักเรียนทำผ่านพาวเวอร์พอยท์ พรีเซนต์หน้าห้องได้อย่างไฮเทค

bbb

ส่วนการบ้าน ครูก็สามารถโพสต์สั่งชี้แจงรายละเอียดทางเฟซบุ๊คหรือกรุ๊ปในไลน์และเฟซบุ๊คได้ด้วยทำให้เด็กเข้าใจได้มากขึ้น แต่เล่ห์เหลี่ยมของเด็กที่มากับเทคโนโลยีคือทุกวันนี้ เด็กนักเรียนจะมีไลน์กรุ๊ปประจำห้อง ใครทำข้อไหนเสร็จก็แชร์ภาพกันผ่านไลน์ได้เลย

ข้อดีก็คือได้ช่วยกันทำ ช่วยกันปรึกษาแต่สำหรับเด็กที่จ้องแต่จะลอกอย่างเดียวอาจจะส่งผลเสียต่อตัวพวกเขาได้ นอกจากนี้การสั่งรายงานของครูที่มีจำนวนมาก ก็อาจจะทำให้เด็กบางคนขี้เกียจแล้วก๊อปปี้จากอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้ใช้ความรู้เลย ซ้ำไปกว่านั้นยังมีกรุ๊ปไลน์และแฟนเพจรับจ้างทำการบ้าน งานฝีมือ งานประดิษฐ์อีกด้วย หากเด็กไม่อยากทำจริงๆ ก็อาจไปใช้บริการเพจเหล่านี้ ซึ่งก็เป็นผลร้ายทางอ้อมกับเด็กยุคนี้เองด้วย

การเล่นที่เปลี่ยนไป?

เด็กในยุคเราอาจจะเล่นด้วยการจับกลุ่มกับเพื่อน ผู้ชายไปเล่นฟุตบอลหรือตำรวจจับผู้ร้าย ส่วนผู้หญิงอาจจะเล่นขายของ หม้อข้าวหม้อแกง กระโดดหนังยาง แต่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงการเล่นที่เด็กยุค GenZ ก็เล่นเหมือนกันแต่ไม่ใช่การเล่นหลักๆ เพราะพวกเขามีคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ที่เข้าถึงเกมส์ที่สามารถโหลดเล่นได้ไม่มีเบื่อ มีคลังยูทูปให้ดูจากทั่วโลก ซึ่งเด็กผู้หญิงและผู้ชาย

n

ช่วงประถมตอนนี้ก็นิยมอัดคลิปรับสมัคร FC กันด้วย ซึ่งเป็นการสร้างกลุ่มคอมมูนิวตี้อย่างหนึ่งคือ เด็กโพสต์คลิปรับสมัคร FC ผ่านทางยูทูป ซึ่งหากใครเข้ามาเป็น FC ก็จะได้สิทธิ์ลุ้นของรางวัลที่จะส่งให้ทุกเดือน แต่ FC ก็ต้องคอยทำหน้าที่เช่นส่งของมาให้ หรือเข้ามาพูดคุย ติดตามคนที่ตัวเองเป็น FC อยู่ คล้าย ๆ กับการตามดารานั่นเอง หากใครทำอะไรที่ไม่น่าพอใจก็จะมีการคลิปประจาน FC ด้วย หากใครสงสัยว่าเป็นยังไง ลองพิมพ์ในยูทูปว่า รับสมัคร FC คุณจะเจอคลิปลักษณะดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 8,060 คลิปเลยทีเดียวแล้วจะเห็นว่าเด็กทุกวันนี้โตไวและเล่นอะไรที่เราพ่อแม่อาจจะตามไม่ทัน

ลดช่องว่าง ปรับตัวให้ทัน เข้าถึงGEN-Z

วิธีการลดช่องว่างระหว่าง GEN โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีความต่างในด้านช่วงวัยค่อนข้างมาก คือการทำความเข้าใจทั้งอารมณ์ ความรู้สึกและเทคโนโลยี พยายามเรียนรู้ อย่างน้อยคือรู้จักเครื่องมือว่าสิ่งนั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง สร้างประโยชน์และโทษได้อย่างไร การอัพเดทข่าวสารของโลกโซเชียลที่มาไว ไปไว

nxc

ซึ่งในช่วงนี้หลายข่าวกระแสหลักเริ่มจับประเด็นโซเชียลมาเล่นแล้ว ก็สามารถติดตามจากสื่อเหล่านั้นได้ นำมาเป็นประเด็นคุยกับลูกและใช้สอน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ เด็กใน Gen นี้ไม่ชอบการบังคับ ยัดเยียด ควรปล่อยเขาให้ได้คิดเอง ทำเอง ไม่กำหนดกรอบ แล้วคอยดูอยู่ห่าง ๆ แนะนำในสิ่งที่ถูก

โดยใช้คำว่า “ควรจะ” ไม่ใช้คำว่า “ต้องทำ” ใช้หลักการอธิบาย เหตุผลมากกว่าการสอนด้วยอารมณ์และต้องชี้แนะว่าสิ่งนี้ผิดเพราะอะไร ? ทำไม่ได้เพราะอะไร หากมีการยกตัวอย่างประกอบการสอนจะทำให้เด็กยุคนี้เข้าใจมากขึ้น ที่สำคัญคือต้องเปิดใจและใจเย็น ๆ เข้าไว้ เพราะหากเกิดอารมณ์รุนแรงอะไร เด็กอาจจะเตลิดไปเลยก็ได้

สมใจ นึกสมหวัง : เรียบเรียง

MThai News