ข่าวไม่จริง! พาสปอร์ตรถยนต์เล่มละ55บาท

กรมการขนส่งทางบก ชี้แจงพาสปอร์ตรถยนต์เล่มละ55บาท ใช้ได้7ประเทศไม่จริง ยืนยันใช้ได้เฉพาะประเทศลาวเท่านั้น

วันที่ 21 ส.ค. ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าพาสปอร์ตรถยนต์สามารถใช้ได้ใน 7 ประเทศ กรมการขนส่งทางบก ขอชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง ซึ่งพาสปอร์ตรถยนต์ สามารถใช้ได้เฉพาะใน ประเทศลาว ประเทศเดียวเท่านั้น เป็นไปตามความตกลงร่วมกันระหว่าง ไทย-ลาว

11899946_16687

เพื่อให้สามารถนำรถยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุกไปใช้ในประเทศลาวได้ ส่วนประเทศกัมพูชาได้มีความ ตกลงร่วมกันเฉพาะรถโดยสารและรถบรรทุกเท่านั้น ส่วนประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียนยังไม่มีข้อตกลงร่วมกันในเรื่องนี้ แต่อย่างใด

ทั้งนี้ สามารถติดต่อขอหนังสืออนุญาตระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตรถ ณ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร หรือ สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ โดยแนบหลักฐาน ได้แก่ สำเนาสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลในกรณีที่เป็นรถนิติบุคคล และหนังสือมอบอำนาจ (กรณีมิได้มาดำเนินการด้วยตนเอง)

สำหรับ การทำพาสปอร์ตรถยนต์ไปใช้ในประเทศลาวจะต้อง เสียค่าธรรมเนียม 55 บาท หลังจากนั้นจะต้องทำการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถเป็นภาษาอังกฤษแผ่นป้ายละ 100 บาท จำนวน 2 แผ่น โดยสามารถยื่นขอได้เฉพาะที่สำนักงานที่รถจดทะเบียนไว้เท่านั้น

ที่มาเฟซบุ๊ก PR.DLT.

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

บิ๊กตู่ ผุดไอเดีย ระบุอาชีพ-รายได้ในบัตรปชช.

นายกรัฐมนตรี ผุดไอเดีย บัตรประชาชนแบบใหม่ ใส่ข้อมูลอาชีพ และรายได้ต่อปี ลงในบัตรประชาชน เพื่อรัฐบาลจะได้จัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใหสัมภาษณ์หลังเป็นประธานในพิธีเปิดกองทุนการออมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2558 ว่า กอช. เป็นเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาลสำหรับให้ผู้มีรายน้อย และแรงงานนอกระบบ

1

มีเงินออมในระยะยาว และเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลตนเองในวัยชรา เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมด จึงเปิดโอกาสให้ประชาชนจ่ายเงินสมทบและรัฐบาลจะช่วยเหลือส่วนหนึ่งเพื่อให้มีเงินเพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ยังได้พบปะพูดคุยกับประชาชนที่มารอเปิดบัญชีกองทุนการออมแห่งชาติ พร้อมผุดไอเดีย การเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ และรายได้ต่อปี ลงในบัตรประชาชน เพื่อให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง

หลังจากนั้น เฟซบุ๊ค Wassana Nanuam ของน.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวบางกอกโพสต์ ได้โพสคลิปของนายกรัฐมนตรี ขณะพูดคุยกับประชาชน เป็นเวลา 1.06 นาที พร้อมข้อความว่า “ฟังเหตุผล ที่ทำไม …นายกฯปิ้งไอเดียระบุ”อาชีพ-รายได้ต่อปี” ไว้บนบัตรประชาชน

เผยรัฐบาลจะได้รู้ว่าจะต้องช่วยใคร ยังไง ใครต้องเสียภาษี ไม่เสียภาษี ไม่อยากให้เป็นประชานิยม คุย กองทุนเงินออมแห่งชาติเป็น บำนาญคนจน ช่วยคนจนจริงๆ ถือเป็นผลงาน ของ รัฐบาล ประยุทธ์1-2-3….ตบท้าย ชาวบ้านบอก ขอให้ท่านอยู่นานๆ”

ต่อมากระแสดังกล่าว ได้กระจายไปในโลกโซเชียล อย่างเช่นทวิตเตอร์ ที่มีการทวีตข้อความเลียนแบบใน บัตรประชาชนแบบใหม่ พร้อมติดแฮชแท็ก #บัตรประชาชนแบบใหม่ กันอย่างคึกคัก

2

โหด! เก๋งขับปาดหน้ากันย่านพระราม2 ฉุนจัดชักปืนยิงสนั่นเจ็บ2

ตำรวจเร่งล่ารถเก๋งสุดโหด ขับปาดหน้ากันไป-มากลางถนนพระราม 2 ฉุนจัดคว้าปืนยิงใส่อีกคันเจ็บ 2 ล่าสุดปลอดภัยแล้ว

วันนี้ (21 ส.ค.) ตำรวจสภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 คน บนถนนพระรามที่ 2 หลักกิโลเมตรที่ 28 หมู่ที่ 8 ต.ท่าทราย อ.เมือง จึงประสานชุดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ขับปาดหน้า

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า รุ่นยาริสสีขาว ทะเบียน 3กภ 2705 กทม. ถูกกระสุนปืนหลายนัด และมีปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 7 ปลอก ส่วนผู้บาดเจ็บ คือ นายณัฐชัย มั่งสกุล อายุ 29 ปี ถูกกระสุนยิงเข้าที่บริเวณศีรษะอยู่โรงพยาบาลมหาชัย แพทย์ได้ผ่าตัดนำกระสุนออกอาการปลอดภัย ส่วนอีกคนชื่อ นางสาวกรวดี หมั่นการ อายุ 30 ปี ถูกกระสุนบริเวณไหล่ แพทย์โรงพยาบาลวิชัยเวชอินเตอร์เนชั่นแนลสมุทรสาครรักษาอาการปลอดภัยแล้วเช่นกัน

จากการสอบปากคำแม่ของนายณัฐชัย ที่นั่งมาด้วย แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บให้การว่ากำลังจะนำเนื้อปลาแซลมอนไปส่งขายที่ตลาดสดแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ระหว่างทางมีรถยนต์อีกคัน สีขาว ขับปาดหน้ารถลูกชาย จนเกิดการปาดกันไปมา จากนั้นคนขับรถยนต์คันดังกล่าวก็ลดกระจกลงแล้วใช้ปืนยิงใส่รถลูกชายทันที

ด้าน พ.ต.อ.ชัยยุทธ ถมยา ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์และหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมถึงกล้องวงจรปิด อีกทั้งยังได้แจ้งสกัดจับรถต้องสงสัยตามเส้นทางต่าง ๆ เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News