ช่างภาพสาว โร่ขอโทษ ปม “ขัดขา” ผู้อพยพ

ช่างภาพสาวชาวฮังการี เผยสาเหตุสะกัดขาผู้อพยพล้มหัวคมำ พร้อมทั้งขอโทษและขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ฮังการี,นักข่าว,ช่างภาพ,ตากล้อง,สกัดขา,ผู้อพยพ,ขอโทษ

วันนี้ (11 ก.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานความคืบหน้ากรณีสาว เปตรา ช่างภาพชาวฮังการีจากช่อง ‘เอ็น 1 ทีวี’ ก่อเหตุใช้ขาสกัดผู้ลี้ภัยชายวัยกลางคนอุ้มเด็กจนล้ม ขณะกำลังพยายามวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ ตามที่ได้มีคลิปปรากกไปทั่วโลกนั้น

ล่าสุด เปตรา อดีตช่างภาพสาวคนดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ในขณะนั้น เป็นช่วงที่เหตุการณ์ค่อนข้างชุลมุน และเธอคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกทำร้าย รวมทั้งเกิดความหวาดกลัว จึงพยายามป้องกันตัวเอง พร้อมทั้งกล่าวขอโทษต่อการกระทำที่เกิดขึ้น แต่เธอไม่ได้ประสงค์จะทำร้ายเด็กแต่อย่างใด

ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ออกมาแสดงความโกรธแค้นช่างภาพสาวรายนี้ พร้อมทั้งยังเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีต่อเธอ ในข้อหาทำร้ายร่างกายด้วย

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

ไล่ออกตากล้องหญิง เหตุจงใจขัดขาผู้อพยพ
ไล่ออกตากล้องหญิง เหตุจงใจขัดขาผู้อพยพ

MThai News

ที่มา mirror

กทม.อายเลย! ภาพรถติดหนักที่อินเดีย

กรุงเทพแพ้! ภาพถนน 26 เลน ในประเทศอินเดีย แต่รถก็ยังติดวินาศสันตะโร

กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพบรรยากาศบนถนนในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยผู้ใช้งานทวิตเตอร์ @anil0420 หรือนายอานิล สูด ผู้ก่อตั้งองค์กร CHETNA ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่สนับสนุนการแก้ปัญหาการจราจรในอินเดีย ซึ่งภาพดังกล่าวได้ถูกนำมาเผยแพร่บนเว็บไซต์เดลี่เมล เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา

1

โดยในภาพเผยให้เห็นการจราจรสุดโหดที่ชวนให้อึดอัดเล็กน้อย เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่บรรดารถยนต์ รถเมล์ รถบรรทุก หนาแน่นสุดลูกหูลูกตา

ทั้งนี้ ถนนในภาพเป็นถนน 26 เลน ซึ่งเป็นทางหลวงสาย NH-8 เชื่อมระหว่างกรุงนิวเดลีและเมืองคุร์เคาน์ สภาพการจราจรบนถนนสายนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก และเป็นเวลานานแล้ว เนื่องจากรัฐบาลได้รื้อเอาถนน 32 เลนของเดิมทิ้ง และต้องใช้เวลากว่า 5 ปีในการสร้างถนนสายใหม่ขึ้นมา แต่สภาพถนนใหม่มีลักษณะเป็นถนนคอขวด ทำให้การจราจรย่ำแย่กว่าเดิมดังภาพ

2

แบบนี้ก็มี! บริษัทงดจ่ายเงินลูกจ้างเดินทางทำงาน

ศาลสูงยุโรปตัดสิน บริษัทต้องจ่ายเงินพนักงานที่ต้องทำงานนอกสถานที่ โดยนับชั่วโมงระหว่างเดินทางรวมด้วย 

วันที่ 11 ก.ย. ซีเอ็นเอ็นมันนี่ รายงานว่า ศาลสูงยุโรปมีคำตัดสินเมื่อวันที่ 10ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ลูกจ้างที่ทำงานให้บริษัท ซึ่งเดินทางจากสถานที่ทำงานหนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง ต้องได้รับการพิจารณาว่า เวลาเหล่านั้นเป็นเวลาทำงาน โดยนับตั้งแต่การเดินทางออกจากบ้านและกลับด้วย ซึ่งกฎนี้จะถูกนำไปใช้ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 28 ประเทศ

252229

ทั้งนี้ กฎดังกล่าวไม่นับรวมสำหรับผู้ที่เป็นพนักงานออฟฟิศที่เดินทางไปกลับบ้านและออฟฟิศซึ่งตั้งอยู่ที่เดิมเป็นประจำ โดยศาลยุติธรรมยุโรปได้ยกตัวอย่างว่า ถ้าช่างซ่อมประปาต้องเดินทาง 2 ชั่วโมง เพื่อไปทำงานสถานที่แรกในตอนเช้า เวลาในการเดินทางนั้นๆ ต้องถูกนับเป็นเวลาทำงานด้วย และรวมถึงการเดินทางกลับบ้านด้วย

อย่างไรก็ตาม การออกกฎนี้ เกิดจากกรณีการทำงานของพนักงานบริษัทรักษาความปลอดภัยไทโค (Tyco หรือ TYC) ในสเปน ที่ต้องเดินทางไปทำงานเพื่อติดตั้งและเช็คระบบความปลอดภัยในสถานที่ต่างๆ ซึ่งบางวันต้องใช้เวลาขับรถไปยังสถานที่ทำงานแห่งแรกเป็นเวลา 3 ชั่วโมง แต่บริษัทไม่นับว่าเป็นเวลางานจนกว่าพนักงานจะเดินทางไปถึงที่ที่ต้องไปปฏิบัติงาน

ซาราห์ เฮนโคซ์ หุ้นส่วนบริษัทเอเลน แอนด์ โอเวอรี ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจ้างงาน กล่าวว่า การออกกฎดังกล่าวจะมีผลกระทบอย่างมากต่อบริษัทต่างๆ ที่มีพนักงานทำงานที่ต้องเคลื่อนย้ายและเดินทางตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังระบุว่า บริษัทต่างๆ จะหาทางเลี่ยงกฎดังกล่าวเพื่อไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดยการตั้งออฟฟิศประจำขึ้นโดยให้พนักงานเข้าไปตอกบัตรหรือเซ็นชื่อก่อนที่จะเริ่มเดินทางไปปฏิบัติงานแรกของวัน ซึ่งการทำเช่นนี้ก็จะสามารถลดเงินที่ต้องจ่ายให้พนักงานเป็นค่าเดินทางได้

รายงานข่าวระบุว่า พนักงานกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับผลประโยชน์จากกฎนี้คือ ผู้ทำงานดูแลผู้ป่วย ประเภทโฮมแคร์ และบริการด้านอื่นๆ ซึ่งต้องเดินทางไปยังบ้านของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ยูนิสัน สหภาพแรงงานที่ดูแลพนักงานโฮมแคร์จำนวน 30,000 ราย ในสหราชอาณาจักร ยินดีจะปฏิบัติตามกฎนี้ แต่ต้องมีวิธีกำกับให้แน่ใจว่าพนักงานจะไม่โกงบริษัท

ขอบคุณข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ

MThai News