พบเชื้อไวรัสที่เคยระบาดในยุคโบราณ ในธารน้ำแข็งไซบีเรีย โดยผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ไวรัสชนิดนี้มีอายุกว่า 30,000 ปี นักวิทยาศาสตร์เร่งพิสูจน์ หวั่นกลับมาระบาดในหมู่มนุษย์อีกครั้ง

วานนี้ (9 ก.ย.) ข่าวต่างประเทศ รายงานว่า มีการค้นพบเชื้อไวรัสเก่าแก่ ในช่วงยุคโบราณ ถูกคงสภาพไว้ภายในธารน้ำแข็ง คาดว่ามีอายุเก่าแก่กว่า 30,000 ปี ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ได้นำเอาตัวอย่างเชื้อดังกล่าวไปพิสูจน์ว่า มันจะสามารถกลับมาคุกคามมนุษย์ หรือสัตว์ ให้เกิดอันตรายได้อีกหรือไม่
โดยนักวิทยาศาสตร์ เปิดเผยต่อไปว่า ‘ภาวะโลกร้อน’ ส่งผลให้น้ำแข็งละลายลงไปทุกวัน ดังนั้นด้วยสาเหตุนี้เอง ทำให้เชื้อโรคที่เป็นอันตราย อาทิ ศพของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากไข้ทรพิษ หรือ โรคฝีดาษ ที่ถูกแช่แข็งอยู่ภายในธารน้ำแข็งเหล่านี้ อาจมีเชื้อโรคแฝงอยู่ เมื่อน้ำแข็งละลาย ก็อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ในยุคปัจจุบันได้
โดยไวรัสชนิดหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์กังวลมากที่สุด คือ sibericum – a หรือ ‘ไวรัสยักษ์’ เป็นเชื้อไวรัสที่พบในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่ต้องการการศึกษาค้นคว้าถึงผลกระทบอย่างชัดเจนอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์
อย่างไรก็ตาม ‘ภาวะโลกร้อน’ ไม่เพียงส่งผลกระทบโดยตรงในด้านการก่อให้เกิดอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ยังเป็นสาเหตุให้ธารน้ำแข็งละลาย ซึ่งด้วยเหตุนี้เองอาจเป็นสาเหตุให้เกิดผลกระทบร้ายแรงตามมาอีกมากมาย
เพราะเมื่อไม่นานมานี้ มีการเผยแพร่ภาพหมีขั้วโลกในสภาพที่หิวโหย ขาดอาหาร เนื่องจากภาวะโลกร้องที่ทำให้น้ำแข็งละลาย หมีขั้วโลกจึ้งต้องปรับตัวในการใช้ชีวิต แต่ส่วนใหญ่หมีเหล่านี้ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน จึงต้องตกอยู่สภาพที่น่าเวทนาดังที่มีการนำเสนอไปแล้ว
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com
MThai News
ที่มา metro


