ยังไง! ตร.ชี้ บังเชษ ถูกรุมทำร้าย ไม่เกี่ยวช่วยหญิงถูกข่มขืน

ตร.ภูเก็ตเร่งหาสาเหตุการเสียชีวิตของ “บังเชษ” ผู้การฯชี้แค่ถูกวัยรุ่นรุมทำร้าย ยังไม่พบข้อมุลช่วยหญิงถูกข่มขืน เร่งตามตัวมือโพสต์ข้อความสอบสวน

วันที่ 9 ก.ย. พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีทำร้ายร่างกาย นายราเชษฐ์ เอียดเจริญ หรือ บังเชษ อายุ 35 ปี อาชีพนักดนตรี ที่ถูกรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณสะพานท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง หมู่ 9 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 22 ก.ค.58

8

และได้มีการมาแจ้งความดำเนินคดี เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับมีกระแสข่าวในโซเซียลมีเดียว่า นายราเชษฐ์ถูกทำร้าย เนื่องจากการเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวที่กำลังจะถูกข่มขืน จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นตำรวจได้รับข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ค. เวลา 01.00 น. นายราเชษฐ์ ผู้เสียหายพร้อมพวกอีก 3 คน คือ นายจำรัส นายณัฐริน และนายเปรมปรีดิ์ ได้เดินทางมานั่งตกปลาที่สะพานอ่าวฉลอง ซึ่งบริเวณใกล้เคียงกัน มีกลุ่มวัยรุ่นนั่งดื่มสุราอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาเวลาประมาณ 02.30 น. นายเปรมปรีดิ์ ขับรถจักรยานยนต์ไปส่งนายจำรัส ที่ลานจอดรถ เมื่อนายเปรมปรีดิ์กลับมาก็ชวนนายณัฐริน ซึ่งทอดแหหาปลาในบริเวณใกล้เคียง โดยนายราเชษฐ์ ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เวลาผ่านไปสักครู่ นายเปรมปรีดิ์และนายณัฏฐรินกลับมาจุดเดิม จึงพบว่า นายราเชษฐ์ ถูกทำร้ายร่างกายนอนหมดสติอยู่

โดยกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งดื่มสุราอยู่ใกล้เคียงได้หายไปหมดแล้ว นายเปรมปรีดิ์และนายณัฏฐรินได้นำตัวนายราเชษฐ์ไปยังศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ซึ่งอยู่บริเวณลานจอดรถและนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต หลังจากเกิดเหตุระยะหนึ่ง ทางกลุ่มผู้เสียหาย จึงได้มาแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ได้มีการระบุเรื่องของการข่มขืนแต่อย่างใด

พล.ต.ต.พชร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น น่าจะเป็นกรณีของการไม่พอใจกัน โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการติดตามสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนกรณีของผู้ที่โพสต์ข้อความว่า นายราเชษฐ์ถูกทำร้ายร่างกาย เนื่องจากเข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่กำลังจะถูกข่มขืน จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น ทำให้ได้รับความสนใจจากสังคม และก่อให้เกิดความเสียหายกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในลักษณะว่า ไม่มีการดำเนินการใดๆ

หากผู้ที่โพสต์อยู่ในเหตุการณ์หรือรู้รายละเอียด ก็ขอให้มาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือจะมาให้ข้อมูลกับตนก็ได้ เพื่อจะได้ทำความจริงให้กระจ่าง แต่ยืนยันว่า ขณะนี้ข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับนั้น เป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกาย และในห้วงเวลาดังกล่าว ก็ไม่ได้มีการแจ้งความเกี่ยวกับคดีหญิงสาวถูกข่มขืนแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ก็จะได้ติดตามตัวผู้ที่โพสต์ข้อความมาสอบสวนด้วยอีกทางหนึ่ง

ด้าน พ.ต.อ.นพดล ถิรประวัติ ผกก.สภ.ฉลอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ความคืบหน้าของคดีนั้นทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วร่วม 10 ปาก เช่น บิดา มารดา เพื่อน เป็นต้น และจากการพูกคุยกับทางบิดานั้นก็บอกว่า ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

นอกจากนี้ ก็มีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุ และใกล้เคียง เพื่อหาเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีด้วย แต่เนื่องจากวันเกิดเหตุเป็นช่วงเวลากลางคืน ภาพที่ปรากฏนั้นไม่ชัดเจนมากนัก และทางตำรวจก็ยังมีการติดตามสืบสวนเพื่อหาตัวคนร้ายมาโดยตลอด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง>> บังเชษ นักดนตรีฮีโร่ช่วยหญิงพ้นข่มขืน เสียชีวิตแล้ว

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

รวบคาเสา! โคโยตี้เต้นเปลือย ที่ชลบุรี

ตำรวจบุกจับสถานบันเทิงในเมืองชลฯ หลังมีการจัดแสดงโคโยตี้เต้นรโชว์ลามกอนาจาร 

วันนี้ 9 ก.ย. พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.2 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ บุกเข้าตรวจสอบร้านลิฟวิ่ง ดอลล์ โชว์แคช ตั้งอยู่หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าสถานบันเทิงดังกล่าว มีการโชว์ลามกอนาจาร โดยให้หญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยโชว์ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน

จับสถานบันเทิง

จากการเข้าตรวจสอบ พบหญิงสาวโคโยตี้จำนวน 3 คน เต้นตามจังหวะเสียงเพลงอยู่บนเวที สภาพไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าปกคลุมท่อนบนของร่างกาย ซึ่งกำลังแสดงโชว์ลูกค้าภายในร้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสั่งปิดเพลงและเปิดไฟในร้าน ก่อนสั่งให้หญิงสาวโคโยตี้ทั้งหมดสวมใส่เสื้อผ้า และควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน โดยมี น.ส.ยุภรัตน์ ชมพูพื้น อายุ 45 ปี รับเป็นผู้ดูแลร้าน

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยุภรัตน์ ผู้ดูแลร้าน ในฐานความผิด “จัดให้มีการแสดงเพื่อความบันเทิง เป็นไปในทางลามกอนาจาร ส่วนหญิงสาวโคโยตี้ ได้แจ้งข้อกล่าวหา “กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยเปลือยกายหรือเปิดเผยร่างกาย” ก่อนควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

โดนอีก! ทหารเชิญ “พิชัย” ปรับทัศนคติ ครั้งที่ 7

“พิชัย นริพทะพันธุ์” โพสต์เฟซบุ๊ก เช้านี้ถูกทหารเชิญตัวไป “ปรับทัศนคติ” อีกครั้ง ย้ำ ไม่กังวล เพราะแสดงความเห็นตามหลักการและเหตุผล 

วันที่ 9 ก.ย. 58 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์เฟซบุ๊ก “Pichai Naripthaphan” ระบุ “ถูกเชิญปรับทัศนคติอีกแล้วเช้านี้ ทหารจะมารับที่บ้านครับ 9:30 น.”

ทหารเชิญ "พิชัย" ปรับทัศนคติ

สำหรับนายพิชัยที่ถูกถูกทหารเชิญไปปรับทัศนคตินั้น นับว่าถูกเชิญมาแล้วทั้งหมด 7 ครั้ง และครั้งนี้ นายพิชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้แสดงความคิดเห็นไปตามหลักการและเหตุผล จึงไม่มีความกังวลใจใดกับการถูกเชิญไปปรับทัศนคติ

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News