คิดเห็นอย่างไร? รัฐบาลลุงตู่ สั่งลดชั่วโมงเรียน “ปฏิรูปการศึกษา”

กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ หลังจากมีกระแสข่าวออกมาว่า จะมีการปรับลดชั่วโมงเรียน เพื่อให้เด็กได้ผ่อนคลาย และไม่เครียดจากการเรียนจนเกินไป

เรื่องดังกล่าวถูกสังคมวิจารณ์อย่างรุนแรงในมุมมองที่ต่างกัน บ้างก็เห็นด้วยบ้างก็ไม่เห็นด้วย MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงประเด็นนี้กันว่า แท้จริงแล้วทางกระทรวงศึกษาธิการ ต้องการอะไรทำไมถึงต้องมีการปรับลดชั่วโมงเรียน

ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลดการเรียนการสอนของเด็กให้น้อยลง โดยเบื้องต้นอาจปรับลดชั่วโมงเรียนในบางวิชาลง เช่น วิชาสังคมศึกษาที่มีการเรียนเรื่องประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบของกิจกรรมแทน

a

แผนการเรียนการสอนแบบใหม่ จะใช้ในภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2558 ช่วงเช้าจะเรียนเนื้อหาสาระใน 8 กลุ่มวิชาหลักถึงเวลา 14.00 น.จากนั้นจะเรียนวิชาเสริมทักษะ สอนเสริม ที่จะช่วยเพิ่มทักษะการใช้ชีวิตกับเด็กนักเรียน

โดยเป็นบูรณาการกับการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างเช่น การสอนทำอาหาร สอนมารยาทไทย ซึ่งขึ้นอยู่กับความสนใจของนักเรียน และความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน ที่สามารถเลือกวิชาที่จะนำเข้ามาสอน

ads

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทาง ลดชั่วโมงเรียนว่า เรื่องการปรับลดชั่วโมงเรียนคือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือปฏิรูปการศึกษาจากห้องเรียน เพราะต้องให้ความสำคัญกับเทคนิคการสอนของครู ที่อยากให้ครูทำให้เด็กรู้สึกกระหาย ที่จะเรียน ครูมีเวลาสอนเด็กให้เต็มที่ในห้องเรียน ไม่ใช่เก็บภูมิความรู้ไว้แล้วไปสอนกวดวิชา

สพฐ. รายงานว่า จะนำร่องในโรงเรียนประถมศึกษา 10 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 3,500 โรงก่อนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 นี้ พร้อมต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า จะทำอย่างไรเด็กถึงจะมีความสุขในการเรียน ทำอย่างไรผู้ปกครองถึงจะมีความสุขกับการศึกษาที่บุตรหลานจะได้รับ และทำอย่างไรครูจะมีความสุขกับการ จัดเรียนการสอนให้กับนักเรียน

gfdsgh

นอกจากนี้ หากเด็กบางคนจำเป็นต้องกลับไปช่วยพ่อแม่ทำงาน ก็ยินดีให้กลับในเวลาบ่ายสอง แต่จะต้อง ลงทะเบียนหรือมีกระบวนการตรวจสอบระหว่างครูที่ปรึกษากับผู้ปกครองเด็กโดยตรงด้วย

พล.อ.ดาว์พงษ์ได้กล่าวไว้ว่า หากลดชั่วโมงเรียน แต่เพิ่มความรู้ให้กับเด็ก ผมมั่นใจว่าเด็กมีความสุข และค่อนข้างมั่นใจด้วยว่าผู้ปกครองเองก็จะมีความสุขเมื่อเห็นลูกหลานมีความสุข ที่สำคัญแนวทางการลดเวลาเรียนที่จะเกิดขึ้นนี้ คณะทำงานได้ศึกษาแล้วว่าจะลดวิชาหลักไหน ที่ไม่มีผลกระทบต่อเด็ก ไม่ใช่บังคับให้ลดเวลาเรียนแล้วต้องหลับหูหลับตาดำเนินการตามคำสั่ง

dsgsd

เรื่องดังกล่าว มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผู้ใหญ่บางท่านเห็นว่า การปรับลดชั่วโมงเรียน แล้วเพิ่มกิจกรรมเข้าไปแทนเหมือนเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้มีเวลาว่างทำสิ่งที่ชอบ เด็กบางคนอาจกำลังหมกมุ่นอยู่แต่กับหนังสือ ไม่มีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ

หลังจากมีการปรับลดชั่วโมงเรียนลงทางโรงเรียนน่าจะมีกิจกรรมหลายๆ อย่าง ให้เด็กๆ ได้ผ่อนคลาย เช่น เล่นดนตรี เล่นกีฬา เด็กบางคนอาจจะได้ค้นพบว่าตัวเองมีความสามารถอื่นนอกจากการเรียนก็เป็นได้

ขณะที่ผู้คนอีกส่วนหนึ่งมองว่า การปรับลดเวลาเรียนแต่เนื้อหายังเท่าเดิม อาจเป็นการเพิ่มภาระให้กับเด็ก เนื่องจากเวลาเรียนน้อยลง ครูก็ต้องสอนแข่งกับเวลา เด็กบางคนไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาได้ในระยะเวลาสั้นๆ หากเป็นเช่นนั้นก็คงหนีไม่พ้นการเข้าโรงเรียนกวดวิชา สร้างภาระให้กับผู้ปกครองเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ดี

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจากมติชน,ภาพจากโพสต์ทูเดย์

แตกตื่น ฝรั่งเฒ่าคิดสั้นดิ่งชั้น 7 ห้างมาบุญครอง ดับอนาถ

เกิดเหตุชายชาวต่างชาติ พลัดตกจากชั้น 7 ห้างมาบุญครองเสียชีวิต

มาบุญครอง,ชั้น,ฝรั่ง,ตกตึก,ตาย,ฆ่าตัวตาย

วันนี้ (4 ก.ย.) มีการเผยแพร่เหตุระทึก ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทวิตเตอร์ รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.20 น. ได้รับแจ้งเหตุบุคคลปริศนา เป็นชายสูงอายุคล้ายชาวตะวันตก ตกลงมาจากชั้น 7 กลางศูนย์การค้ามาบุญครอง จนกระทั่งเสียชีวิต สร้างความแตกตื่นต่อผู้คนที่พบเห็นเหตุการณ์อย่างสุดขีด

ทั้งนี้มีรายงาน ระบุว่า บุคคลเคราะห์ร้าย ที่พลัดตกลงมาเสียชีวิต เป็นชายชาวต่างชาติโดยขณะนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุที่เกิดขึ้น แต่คาดว่าน่าจะมาจากการคิดสั้นฆ่าตัวตาย เนื่องจากพบรองเท้าถูกถอดไว้บริเวณชั้น 7

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาสืบสวนที่จุดเกิดเหตุต่อไป

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ขอบคุณขอมูลจาก Ton Kumchoke kunmoo

ศาลฎีกาฯยกฟ้อง! ‘นพดล’คดีเขาพระวิหาร

ศาลฎีกาแผนกอาญาคดีนักการเมือง มีมติ 6 ต่อ 3 พิพากษายกฟ้อง “นพดล ปัทมะ”ลงนามเอื้อประโยชน์ให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกเขาพระวิหาร ชี้ไม่ผิดม.157

วันที่ 4 ก.ย. องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

643814-01

กรณีร่วมจัดและลงนามในคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เอื้อประโยชน์ให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกเขาพระวิหารฝ่ายเดียว โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไทย

โดยศาลได้มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ยกฟ้องนายนพดล เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า การลงนามที่เกิดขึ้นสมเหตุสมผล ถูกต้องตามสถานการณ์ที่กระทรวงการต่างประเทศประเมินไว้ในขณะนั้น อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบที่จะทำให้ไทยเสียดินแดน และไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ จึงไม่เข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ

นายนพดล กล่าวขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม และขอบคุณเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศที่ร่วมเป็นพยาน และขออโหสิกรรมให้กับฝ่ายโจทก์ โดยยืนยันว่า จะไม่ขอฟ้องกลับและจะไม่นำประเด็นดังกล่าวมาหาประโยชน์ทางการเมืองในอนาคต

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News