ยังไม่จบ! สรรพสามิตเร่งรับ-มอบรถคันแรก

กรมสรรพสามิต ย้ำ ให้ผู้ใช้สิทธิ์ตามโครงการรถคันแรก เร่งรับมอบรถยนต์ภายใน 30 ก.ย.นี้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกรมสรรพสามิตได้แจ้งให้ผู้ขอใช้สิทธิ์ตามโครงการรถยนต์คันแรก เร่งรับมอบรถยนต์ที่ได้ขอใช้สิทธิ์ไว้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้เท่านั้น  ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการฯ  อีกทั้งจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ กับทางราชการได้ ทั้งนี้เมื่อได้รับมอบรถยนต์แล้ว ผู้ข้อใช้สิทธิ์ต้องยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 90 วัน

รถคันแรก

ด่วน! สรรพสามิตเร่งรับมอบรถคันแรกภายใน 30 ก.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2558 อนุมัติให้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการรับมอบรถยนต์ตามโครงการรถยนต์คันแรก ภายในวันที่ 30 ก.ย. 2558

ขอบคุณข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่news.mthai.com/economy

MThai News

DSI บุกเสือป่าทลายแหล่งอุปกรณ์มือถือปลอม

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการจับกุมอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือปลอมย่านตลาดเสือป่า มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

วันนี้ 25 ก.ย. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ และ นางกรรณิกา ริมโพธิ์เงิน รักษาราชการการแทน ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือปลอมเครื่องหมายการค้าจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

อุปกรณ์มือถือ

โดยอธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้าว่ามีการละเมิดเครื่องหมายการค้าผลิตภัณฑ์แพร่ระบาดอย่างหนัก จึงได้สืบสวนกระทั่งร่วมกับตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 นำหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ เข้าทำการตรวจค้นอาคารพาณิชย์ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่เก็บสินค้า และแหล่งจำหน่ายสินค้าประเภทอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือปลอมเครื่องหมายการค้าย่านถนนเสือป่า รวม 7 จุด

ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ เช่น แบตเตอรี่สำรอง หูฟังปลอมเครื่องหมายการค้าหลายยี่ห้อ อาทิ แอปเปิ้ล ซัมซุง เฮลโลคิตตี้ จำนวน 20,662 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท และสามารถจับกุมผู้ต้องหา คือ น.ส.สุภาพร ตั้งสถาพรพันธ์ กับพวก และ นายสุวัฒน์ จำรัสวิมลรัตน์ จึงแจ้งข้อหาจำหน่าย เสนอจำหน่าย และมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร และหลีกเลี่ยงภาษีอากร

จากการตรวจสอบตัวแทนผู้เสียหายระบุว่า สินค้าของกลางที่ทำการยึดมานั้นไม่มีคุณภาพและไม่มีมาตรฐานในการผลิต ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่นำไปใช้งานได้ โดยผู้ต้องหาที่จับกุมได้ทางผู้เสียหายแจ้งว่าเป็นเครือข่ายกระทำผิดรายใหญ่ที่จำหน่ายแบตเตอรี่ปลอมไม่ได้คุณภาพและใช้วัสดุที่เป็นอันตรายกับผู้ใช้งานอย่างมาก

ขอบคุณ เดลินิวส์

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

พ่อร้องสื่อหลัง ต้อมโอรส เอาภาพลูกตุ๋นเงินบริจาค

พ่อชาวชัยนาท ออกโรงเตือนประชาชนอย่างหลงเชื่อหลัง “ต้อม โอรส” โพสต์ภาพลูกหลอกรับบริจาคเงิน อ้างนำไปช่วยเด็กป่วยน้ำในสมอง

วันที่ 25 ก.ย. นายไพรัตน์ เพชรยวน นายอำเภอวัดสิงห์ จ.ชัยนาท รับแจ้งจากนายวันชัย อำภิน อายุ 27 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ว่า ถูก “ต้อม โอรส” นำความพิการของบุตรชายวัย 6 ปี ที่ป่วยเป็นโรคน้ำในสมองไปหากิน พร้อมข่มขู่ทำร้าย จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ต้อม โอรส

ต้อม โอรส

ที่บ้านเลขที่ 37 หมู่2 ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เป็นบ้านปูนชั้นเดียวมุงด้วยสังกะสี พบนายวันชัยและภรรยา บนเตียงมี “น้องนะโม” อายุ 6 ปี ป่วยเป็นโรคน้ำในสมองนอนอยู่

โดยนายวันชัยเปิดเผยว่า ตอนแรกน้องนะโมเป็นโรคงวงช้าง มีเนื้องอกที่ใบหน้า หลังจากเข้ารับการผ่าตัดที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ก็มีโรคน้ำในสมองแทรกซ้อนจนถึงปัจจุบันต้องใส่สายยางเพื่อระบายน้ำในสมอง ไม่มีพัฒนาการเหมือนเด็กทั่วไป ต้องให้อาหารทางสายยาง และคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ต่อมามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ “ต้อม โอรส” อ้างว่าเป็นตัวแทนจากองค์กร “ต้อมโอรส สานฝันให้น้อง” ส่งข้อความว่าจะเข้ามาช่วยเหลือน้องนะโม พร้อมสอบถามอาการและความต้องการในเบื้องต้น ตนจึงแจ้งไปว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน จ.ชัยนาทดูแลช่วยเหลือเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ต้อม โอรส ระบุว่าคนละส่วนกัน

จากนั้นก็เข้ามาที่บ้าน พร้อมขอสำเนาบัตรประชาชนตนและภรรยา สำเนาบัตรพิการของน้องนะโม และถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กเพื่อรับความช่วยเหลือ ซึ่งภายหลังตนสงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพ เนื่องจากการรับบริจาคใช้บัญชีของต้อม โอรส ซึ่งอ้างว่าเป็นบัญชีกลาง และมีผู้บริจาคแต่เงินไม่ถึงน้องนะโม

ตนจึงโทรศัพท์และส่งข้อความไปสอบถาม แต่ถูกข่มขู่ว่ารู้จักนักการเมือง ทหาร และตำรวจ ใน จ.ชัยนาท ให้ครอบครัวระวังตัวไว้ ตนจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.วัดสิงห์

จากการตรวจสอบประวัติทราบว่า ต้อม โอรส มีชื่อจริงว่า นายรัชชานนท์ บุญญาพิทักษ์ ชาวบ้าน ม.11 ต.บ้านพริก อ.บ้านนา จ.นครนายก ชื่อเดิมคือ นายอิศรา สุพร อายุ 25 ปี เคยหลอกลวงเหยื่อทางอินเทอร์เน็ตมาแล้วหลายราย

เคยถูกจับกุมเมื่อวันที่ 29 ส.ค.55ที่ผ่านมา ตามหมายศาลจังหวัดมีนบุรี ในข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ

ที่มาเฟซบุ๊ก คนรักอำเภอวัดสิงห์

MThai News